ข่าว

‘เพ็ญ-โวล์ฟกัง’รักที่งอกงามแม้จะอยู่ห่างไกลก็ใส่ใจดูแลกกัน

‘เพ็ญ-โวล์ฟกัง’รักที่งอกงามแม้จะอยู่ห่างไกลก็ใส่ใจดูแลกกัน

21 พ.ค. 2558

"เพ็ญ-โวล์ฟกัง" รักที่งอกงาม...แม้จะอยู่ห่างไกลก็ใส่ใจดูแลกัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... สุรศักดิ์ เครือคำ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
 
          หญิงสาวที่ชื่อ "เพ็ญ ชุมแสง" เป็นสาวชาวอีสาน วัย 38 ปี พื้นเพเป็นคน จ.หนองบัวลำภู ที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนน้อยที่สุดในประเทศไทยและครอบครัวของเธอก็เป็นเช่นนั้น พ่อแม่มีฐานะยากจน มีอาชีพทำนา รับจ้างทั่วไป พ่อแม่ต้องดิ้นรนทำมาหากินเลี้ยงลูกๆ ในแต่ละวันก็สุดแสนลำบาก ทำให้เธอเรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ต้อง ออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่ความรู้เพียงนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร พอมีคนมาชวนไปทำงานที่ใดเธอก็ไปทำ ไม่ว่าจะเป็นสาวโรงงานที่เมืองหลวง หรืองานลูกจ้างร้านอาหารในจังหวัดทางภาคใต้และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้ารายได้ไม่พอเลี้ยงตัวและครอบครัว 
 
          เมื่อเข้าสู่วัยสาวด้วยอายุ 19 ปี ขณะนั้นเพ็ญก็ได้พบรักกับหนุ่มชาวเหนือและตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยไปอาศัยอยู่กับครอบครัวพ่อแม่ของสามีจนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน แต่เส้นทางของชีวิตคู่เหมือนกับว่าทำบุญด้วยกันมาแค่นั้นจึงไม่ถึงยังจุดหมายปลายทางของชีวิตทำให้ต้องต่างคนต่างเดิน เพ็ญเองตัดสินใจฝากลูกชายเพียงคนเดียวให้อดีตแม่สามีช่วยเลี้ยงดู ส่วนตัวเธอก็มีคนในหมู่บ้านเดียวกันชวนไปทำงานที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่การไปทำงานที่เกาะสมุยก็เป็นงานที่เธอไม่ถนัดนัก ทำงานได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ลาออกและขอติดตามฝรั่งใจดีที่กำลังเดินทางจากเกาะสมุยไปทำงานที่ภูเก็ตเพราะที่นั่นมีคนรู้จักจากบ้านเกิดไปทำงานอยู่ก่อนแล้ว
 
          ที่ภูเก็ตแห่งนี้จึงเป็นเสมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตได้ชักนำให้เพ็ญได้พบชีวิตคู่อีกครั้งหนึ่งแต่คนที่พบนั้นเป็นคนละชาติเชื้อกับเธอจึงทำให้ชีวิตสะใภ้บ้านนอกต้องกลับกลายไปเป็นสะใภ้ต่างแดน เพ็ญเล่าว่า เมื่อเดินทางไปถึงภูเก็ตเพื่อหางานทำแต่ตอนนั้นเธอกลับรู้สึกสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ต้องระเหเร่ร่อนไปอย่างไร้จุดหมาย เธอจึงนำเงินที่มีติดตัวอยู่ทั้งหมดประมาณ 1หมื่นบาทใช้จ่ายไปกับการกินเที่ยว เล่นสนุกสนาน และลอยคอเล่นน้ำทะเลไปวันๆ โดยคิดเพียงว่าเมื่อเงินหมดแล้วก็จะเดินทางกลับบ้านเกิดไปหาพ่อแม่ที่ จ.หนองบัวลำภู 
 
          แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่ลอยคอเล่นน้ำอยู่ในทะเลริมชายหาดก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีชาวต่างชาติคนหนึ่งแกล้งว่ายน้ำเข้ามาชน แล้วเขาก็พูดแสดงการขอโทษ ส่วนเธอก็ไม่ใส่ใจเพราะพูดภาษาฝรั่งไม่ได้ ต่างคนต่างก็แยกตัวไป แต่ฝ่ายชายคงจะรู้สึกสนใจในตัวเธอ เขาจึงขอให้ผู้หญิงชาวไทยคนหนึ่งมาชวนเพ็ญไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเขาที่จัดขึ้นที่โรงแรมที่พัก เธอตอบตกลงและเป็นการเริ่มทำความรู้จักกันจึงรู้ว่าเขาชื่อ "โวล์ฟกัง" อายุ 34 ปี เป็นนักธุรกิจชาวออสเตรียที่มีธุรกิจที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกและทั้งคู่ได้ติดต่อคบหาดูใจกันอยู่ 2-3 ปี เขาจึงพาเพ็ญไปพบพ่อแม่และครอบครัวที่ออสเตรียเพื่อให้ครอบครัวได้รับเธอเข้าเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งของโวล์ฟกัง
 
          ปัจจุบันเพ็ญและมิสเตอร์โวล์ฟกัง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันและกันมาเป็นระยะเวลา 14 ปีแล้ว โดยที่ยังไม่มีพิธีแต่งงานเหมือนคนอื่นๆ แต่เพ็ญก็บอกว่าเธอมีความสุขดี พอใจกับการใช้ชีวิตคู่แบบนี้ ชีวิตเธอทุกวันนี้มาไกลเกินฝันแล้ว เธอมีพร้อมทุกอย่าง มีบ้าน มีรถของตัวเอง และสามารถเก็บเงินสร้างบ้านให้ลูก ให้แม่พร้อมซื้อที่ดินที่นาไว้สำหรับเลี้ยงชีพของครอบครัวด้วยส่วนหนึ่ง 
 
          มิสเตอร์โวล์ฟกัง รักและดูแลเธอเหมือนคนรักที่ต้องดูแลกันทั่วไป แต่ถ้าเพ็ญอยากจะมีรายได้พิเศษและมีเงินเป็นของตัวเองเธอจะต้องขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปทำงานที่บริษัทของเขาที่ออสเตรียเอง เธอไม่ใช่ภรรยาฝรั่งที่ต้องรอคอยให้สามีส่งเงินมาให้ใช้เพราะมิสเตอร์โวล์ฟกัง เป็นนักธุรกิจที่ต้องทำงานหนักทุกวัน เขาทำธุรกิจที่เป็นของครอบครัวอยู่ที่ออสเตรีย แต่จะหาเวลาเดินทางมาหาคนรักที่เมืองไทยทุกๆ 3 สัปดาห์ หรือบางทีเพ็ญก็จะเดินทางไปออสเตรียเพื่อดูแลทำหน้าที่แม่บ้านที่ดีและช่วยงานที่บริษัท
 
          การใช้ชีวิตคู่ต่างคนต่างให้อิสระอีกฝ่ายมาก ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงที่ยุ่งยาก เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ทำงานที่ออสเตรียบ้านเกิด ส่วนเพ็ญก็จะใช้ชีวิตด้วยการเดินทางไปๆ มาๆระหว่างเมืองไทยกับออสเตรีย แต่เขาก็จะดูแลเธออย่างสม่ำเสมอ โอกาสพิเศษหรือวันพิเศษ เช่น วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ วันคริสต์มาส ฯลฯ เขาก็จะมีของขวัญให้ไม่เคยขาด เมื่อมีเวลาทั้งคู่ก็จะหาโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ด้วยกัน 
 
          ส่วนอนาคตของทั้งคู่ยังไม่ได้แพลนแน่นอนว่าจะเป็นไปอย่างไร เมื่ออยู่เมืองไทยคนเดียวเพ็ญก็จะมีชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง ดูแลแม่และครอบครัว ชอบหาเวลาไปทำบุญและไปปฏิบัติธรรมบ่อยๆ มีโอกาสช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสที่เธอมองเห็นถึงความด้อยโอกาสของเด็กชนบท ที่กว่าเธอจะก้าวเดินมาถึงจุดนี้ได้ เธอรู้ดีถึงชีวิตที่ขาดแคลน ยากจน แต่มันก็หล่อหลอมทำให้ชีวิตของเธอแข็งแกร่ง สู้ชีวิต มีภูมิคุ้มกันไม่ยอมท้อถอยและแพ้อะไรง่ายๆ
 
          ชีวิตคู่ของทั้งสองวันนี้แม้จะไม่มีพิธีแต่งงานเหมือนคู่รักอื่นๆ แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจดูแลกันและกันได้อย่างแนบแน่น ไม่แพ้ชีวิตคู่ที่จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ เพราะรักของทั้งสองเป็นรักที่เข้าใจในรัก รักที่งอกงามมาจากหัวใจทั้งสองจะดูแลกันเสมือนชีวิตเดียวกัน แม้ระยะทางที่ทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกันแต่ก็จะบินดูแลใจกัน เติมเต็มความรักให้มิได้ขาด 
 
.......................................
(หมายเหตุ "เพ็ญ-โวล์ฟกัง" รักที่งอกงาม...แม้จะอยู่ห่างไกลก็ใส่ใจดูแลกัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใ-ภ้อินเตอร์ เรื่อง... สุรศักดิ์ เครือคำ  เรียบเรียง...  เสาวลักษ์ คงภัคพูน)