
ไพบูลย์จ่อถกรายชื่อขรก.เอี่ยวทุจริตรอบ2
20 พ.ค. 2558
"ไพบูลย์" เตรียมประชุมถกรายชื่อ"ขรก.เอี่ยวทุจริต"ล็อต2ย้ำรอบคอบ-เป็นธรรม ชี้ ขรก.ชื่อเอี่ยวทุจริตหากไม่ได้รับความเป็นธรรมเข้ามาร้องเรียนได้
วันที่ 20 พ.ค.58 เมื่อเวลา 09.15 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุม ศอตช.ถึงกรณีเตรียมพิจารณารายชื่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบในล็อตที่ 2 ว่า ขณะนี้กำลังรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 แห่งมีความพร้อม ได้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันในเร็ววันนี้ซึ่งตนพร้อมเป็นประธาน
"ขณะนี้ทั้ง 4 หน่วยงานกำลังพิจารณารายชื่อกันอย่างรอบคอบ ซึ่งครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 ซึ่งจะพยายามทำให้ได้โดยเร็วที่สุด เขาพร้อมประชุมเมื่อไหร่ ผมก็พร้อม แต่ตอนนี้ยังกำหนดไม่ได้ว่าจะเป็นวันไหน เรื่องนี้เราไม่ได้เร่งรัดรีบร้อน ขอให้ทำอย่างรอบคอบ ถูกต้อง และเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้จะต้องชัดเจน ตอนนี้ทั้ง 4 หน่วยงานเขาก็กำลังพิจารณารายชื่ออยู่เรื่อย ๆ ตามนโยบายที่ผมบอกว่าให้ทำอยู่ตลอดเวลา แล้วแต่กระบวนการตรวจสอบ การสอบสวน การดำเนินงานของแต่ละแห่ง" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการออกประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช.โดยอาศัยมาตรา 44 เพื่อโยกย้ายข้าราชการอีกหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า คงต้องถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายเพราะตนได้ส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบให้นายวิษณุ เป็นผู้พิจารณาว่า กลุ่มใดจะต้องใช้มาตรา 44 กับไม่ต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งตนหมายถึงใน 2 กรณี คือ 1.กรณีที่ได้มีคำสั่งไปแล้วทั้งหมด 45 คน 2.ใช้การโยกย้ายปกติของหน่วยงานที่สามารถโยกย้ายได้โดยปลัดกระทรวง อธิบดี
ต่อข้อถามที่ว่าหากข้าราชการคนใดรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะสามารถร้องเรียนได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า “จะมาที่ผมหรือที่ศอตช.ก็ได้ เพราะศอตช.ก็เป็นต้นเรื่องอยู่แล้ว ผมเองก็ยินดีที่จะรับฟังข้อมูล ผมเรียนไปตั้งแต่แรกแล้วว่าให้มาได้ และถ้าข้อมูลไม่มากเกินไป ผมก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งชื่อเขาได้ชี้แจงว่าหลักฐานเป็นอย่างไร ยินดีเต็มที่ ให้ความเป็นธรรมเต็มที่ จะได้ดูกันว่าหลักฐานเป็นอย่างไร” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งรายชื่อข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพิ่มเติมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตามนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ต้องทยอยดำเนินการ โดนรายชื่อเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกถึงความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางรายชื่อนั้นได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว นอกจากนี้รายชื่อที่ได้รับบางส่วนยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากหน่วยงานที่สอบสวนไม่ใช่หน่วยงานตันสังกัด อย่างไรก็ตามตนไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ 4 หน่วยงานจะต้องส่งรายชื่อมาที่ ศอตช. เนื่องจากทั้ง 4 หน่วยงานเป็นองค์กรอิสระจึงไม่สามารถไปเร่งรัดได้ และยังต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีรายชื่อด้วย ที่สำคัญคือต้องไม่มีการประกาศรายชื่อถือว่าเพราะผิดกฏหมาย เพราะหากถูกเปิดเผยสังคมก็อาจเข้าใจไปในทางที่ว่ากระทำความผิดแล้วได้
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาทำไม่ถึงปล่อยปะละเลยไม่ดำเนินการจนคนผิดเกษียณอายุราชการ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจกระบวนการยุติธรรมของเรา ว่ามีหลายขั้นตอน ซึ่งก่อน คสช.จะเข้ามา เราใช้เพียงเฉพาะเรื่องของตุลาการ แต่วันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ใช้มาตรการของฝ่ายบริหาร มีการย้ายออกจากตำแหน่งนั้น ซึ่งตนพยายามย้ำว่า ผู้มีรายชื่อนั้นเพียงแค่มีความเกี่ยวพัน แต่ยังไม่เป็นความผิด ก็จำเป็นที่จะต้องย้ายออก อย่างไรก็ตามผู้ที่มีรายชื่อถ้าคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถเข้ามาร้องเรียนที่ตนได้ จากนั้นจะให้หน่วยงานที่ส่งรายชื่อเข้ามาเป็นผู้ชี้แจง เรื่องนี้ต้องถามว่ากล้าแบหน้าออกสื่อหรือไม่ จะได้รู้ว่ามีความผิดอย่างไร ถ้ากล้าตนก็เอาด้วย หรือจะคุยกันเงียบๆ ก็ได้ เพราะมีความมั่นใจในการเปิดเผยหลักฐาน เพราะได้เน้นย้ำกับ 4 หน่วยงานแล้วว่าอย่าได้กลั่นแกล้งใคร
“วันนี้เริ่มมีการรายงานกันว่าเมื่อมีการย้ายหัวหน้าหน่วยงานส่วนท้องถิ่นออกไปแล้ว คนเป็นรองที่ขึ้นมาแทนก็ชักจะเหมือนเดิม ผมบอกไปแล้วถ้าเหมือนเดิมแล้วสอบเจอก็ต้องออกอีก ถ้าท่านเข้ามาแทน แต่ผู้ที่ออกยังชี้อยู่หลังไมค์ได้ เราทราบอยู่แล้ว ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ แม้จะโดนออกไปแล้ว แต่ยังบงการอยู่ข้างหลัง อย่าคิดนะว่าเราจะไม่สอบ เราเข้าใจดี เมื่อรองขึ้นมานั่ง รองก็จะโดนไปด้วย ผมเห็นแล้ว เพราะมีข่าวจากประชาชนในพื้นที่แจ้งมา ก็ดีเหมือนกันผมจะได้เอารองออกอีกสักคน” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดรายชื่อตำรวจและทหารที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตถึงมีจำนวนน้อย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปบอกให้ 4 หน่วยงานทำเรื่องใด แต่เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงานที่จะดำเนินการ



