ข่าว

บุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ3แห่งรวด

บุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ3แห่งรวด

20 พ.ค. 2558

บุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ3แห่งรวดง เร่งตรวจวงจรปิดทั้ง3ร้านที่ถูกก่อเหตุ พร้อมทั้งได้วิทยุสกัดจับรถของคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี

 
 
          วันที่ 20 พ.ค.58 เมื่อเวลา 03.00 น.  พ.ต.ท.วชิระชัย พันธ์ทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บางชัน ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” บริเวณปากซอยรามคำแหง 154 และปากซอรามคำแหง 102 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
 
          ที่เกิดเหตุภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ปากซอยรามคำแหง 154 พบพนักงานของร้านยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ โดยทราบว่าคนร้ายเป็นชายหนึ่งคน สูงประมาณ 170-180 ซม. สวมเสื้อแขนยาวผ้าร่ม สีน้ำเงินคาดขาว กางเกงสามส่วนสีเข้ม ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบสีขาว โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาใช้อาวุธมีดข่มขู่พนักงาน โดยบอกให้เปิดลิ้นชักเงิน ซึ่งคนร้ายได้เงินไป 3,000 บาท และบุหรี่ 3 ซอง จากนั้นได้รีบเดินออกไปขึ้นรถที่จอดไว้ที่หน้าร้านแล้วขี่หลบหนีไป
 
          ส่วนที่เกิดเหตุที่สอง ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้กับปากซอยรามคำแหง 102 ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายมีลักษณะการแต่งกายเหมือนกับคนร้ายที่ก่อเหตุที่ร้านแรก ซึ่งพฤติการณ์คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน ก่อนจะเข้ามาทำทีเลือกซื้อน้ำอัดลม 2 ขวด แล้วเดินมาที่เคาท์เตอร์จ่ายเงิน จากนั้นได้บอกพนักงานว่าให้เปิดลิ้นชักแล้วเอาเงินมา แต่พนักงานบอกว่าไม่สามารถเปิดได้ เพราะไม่มีกุญแจ คนร้ายจึงได้เปิดชายเสื้อขึ้นเพื่อให้พนักงานเห็นว่ามีมีด ทางพนักงานจึงยอมเปิดลิ้นชักเงินทั้ง 2 เคาท์เตอร์ แล้วยื่นเงินไปให้รวม 1,800 บาท ก่อนที่คนร้ายจะเดินออกไปขึ้นรถที่จอดทิ้งไว้หน้าร้านหลบหนีไป
 
          นอกจากนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ร.ต.ท.อภินันท์ สุนันทะ พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายลักษณะใกล้เคียงกับที่ก่อเหตุในท้องที่ สน.บางชัน ได้บุกจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มเอสโซ่ ใกล้กับปากซอยรามคำแหง 157 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 
 
          ที่เกิดเหตุเป็นร้านสะดวกชื้อชื่อ ”ไทเกอร์ฟู๊ดมาร์เก็ต” ตั้งอยู่ภายในปั้มดังกล่าว พบ น.ส.ภัทราพร (สงวนนามสกุล) พนักงานร้านของร้านยื่นหน้าตาตื่นรอให้การกับเจ้าหน้าที่ โดย น.ส.ภัทราพร เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายเป็นชายใส่เสื้อแขนยาวสีฟ้าคาดขาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีขาว ได้เดินเข้ามาภายในร้านแล้วตรงมาหาตนที่กำลังยื่นทำงานอยู่ที่เคาท์เตอร์ตามปกติ จากนั้นคนร้ายได้สั่งให้ตนเปิดลิ้นชักเงิน ด้วยความตกใจจึงเปิดลิ้นชักแล้วหยิบเงินให้คนร้ายไป 1,600 บาท ก่อนจะเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าร้านหลบหนีไป 
 
          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 3 จุดนั้น น่าจะเป็นคนเดียวกัน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดของทั้ง 3 ร้านที่ถูกก่อเหตุอยู่ พร้อมทั้งได้วิทยุสกัดจับรถของคนร้าย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

         ความคืบหน้าล่าสุด ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชามีความเป็นห่วงเนื่องจากเป็นการก่อเหตุต่อเนื่องแล้วอาจจะไปก่อเหตุที่อื่นซ้ำได้ ทำให้มีการเร่งเรียกประชุมชุดทำงานภายในเวลา15.00 น.นี้ เบื้องต้นได้มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานระหว่างฝ่ายสืบสวนของแต่ละท้องที่ และตำรวจ กก.สส.บก.น.4 ระดมกำลังลงพื้นที่หาเบาะแส และตรวจสอบแผนประทุษกรรมกลุ่มคนร้ายที่มีประวัติการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย แต่ยังคงติดอุปสรรคเนื่องจากคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบทำให้ไม่สามารถเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงได้
 
         “ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายปราบปราม และฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ให้คำแนะนำกับทางร้านสะดวกซื้อว่าในช่วงเวลากลางดึก หากมีบุคคลต้องสงสัยให้ปิดประตูไว้ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พร้อมทั้งทำการกวดขันตรวจตราอย่างรัดกุมไม่ให้คนร้ายมาลงก่อเหตุซ้ำได้อีก อีกทั้งในที่ประชุมทางเจ้าหน้าที่อยากจะฝากไปถึงผู้ประกอบการให้มีแนวความคิดติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดสัญญาณเตือน เพื่อส่งให้ทางตำรวจรู้ว่ามีคนร้ายมาลงมือก่อเหตุ จะได้ทำการจับกุมได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ทางตำรวจขอเวลาในการทำงาน เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป” ผกก.กล่าวเสริม
 
         ขณะที่ พ.ต.อ.ศราวุธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบรูปพรรณคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20-25 ปี ตอนนี้อยู่ระหว่างหาเบาะแสกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นเยาวชนที่ติยาเสพติด มีความคึกคะนอง อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างการระดมข้อมูลของตำรวจชุดคลี่คลายคดีให้เกิดความแน่ชัดมากกว่านี้ ทั้งนี้ตำรวจสันนิษฐานคนร้ายไว้หลายกลุ่มด้วยกัน อาทิเป็นคนนอกพื้นที่แล้วแวะเวียนมาหากลุ่มเพื่อน หรือเช่าพักอาศัยชั่วคราว เมื่อสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุ หลังจากนี้จะมอบหมายให้ทลายแหล่งมั่วสุมที่ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมทุกแห่งให้หมดไปอีกด้วย