ข่าว

หวัดจัดการได้ถ้าทุกคนร่วมใจกัน

หวัดจัดการได้ถ้าทุกคนร่วมใจกัน

16 ก.ค. 2552

ขณะที่ผู้อำนวยการด้านวิจัยวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ยอมรับว่า ขณะนี้การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว หลังจากพบผู้ป่วยแล้วไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นคนทั่วโลก ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 429 คน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

กลับแสดงความมั่นใจระหว่างกล่าวในรายการพิเศษ "ฝ่าภัยไข้หวัดใหญ่ 2009" ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้สามารถสกัดกั้นไม่ให้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ถ้าหากประชาชนให้ความร่วมมือ 

 หรืออีกนัยหนึ่งก็คือไข้หวัดใหญ่ 2009 สามารถควบคุมได้ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน ไม่ใช่ปัดให้เป็นภาระรับผิดชอบของรัฐบาลแต่ผู้เดียวดังในขณะนี้ โดยรัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการแก้ไขและป้องกันเป็นระยะๆ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ อาทิ การสั่งปิดโรงเรียนกวดวิชา หรือสั่งปิดโรงเรียนสังกัดกทม.435แห่ง ศูนย์เลี้ยงเด็ก 200 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพ 13 แห่ง เป็นต้น

 อันที่จริง ภาคประชาชน นับว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้ ถ้าหากมีการรณรงค์มาตั้งแต่ต้นจนประชาชนมีความเข้าใจถ่องแท้ถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันล่วงหน้า ทั้งในรูปของการดูแลตัวเองและดูแลไม่ให้ตัวเองเป็นภาระของสังคม อาทิ ตระหนักถึงประโยชน์ของการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันล่วงหน้า ว่านอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อจากผู้อื่นแล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อนั้นได้ในระดับหนึ่ง

 ไม่เช่นนั้น ก็อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีกเหมือนกรณีที่มีข่าวว่าคนขับรถตู้คันหนึ่งตื่นตระหนกเกินเหตุถึงขั้นกล้าไล่ผู้โดยสารที่สวมหน้ากากอนามัยลงจากรถ เพราะเกรงว่าจะทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ กลัวจนไม่กล้าขึ้นรถตู้ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ ผิดกับชาวญี่ปุ่นทั่วไปที่ต่างเข้าใจดีถึงมาตรการป้องกันล่วงหน้าด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ทำให้อัตราการติดเชื้อในประเทศนี้ค่อยๆ ลดน้อยลงจนอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

 นอกเหนือจากภาครัฐและภาคประชาชนที่จะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดแล้ว ภาคเอกชนก็เป็นอีกภาคหนึ่งที่ควรจะมีส่วนร่วมรณรงค์ป้องกันโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่ด้วย เพราะถ้าหากปล่อยให้ชีวิตของประชาชนตกอยู่ภายใต้การคุกคามจากโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่แล้ว ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศอย่างไม่มีทางเลี่ยงพ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนซึ่งควรจะลดค่ารักษาพยาบาลให้ถูกลง ในช่วงที่สถานการณ์ยังคับขันเมื่อจำนวนของผู้ป่วยยังคงเพิ่มสูงขึ้น