ข่าว

ไม่มีใครมีภูมิต้านทานหวัด 2009

ไม่มีใครมีภูมิต้านทานหวัด 2009

16 ก.ค. 2552

ดูท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกทีวีเมื่อคืนที่ 14 กรกฎาคม ขึงขังเป็นพิเศษ พูดถึงเรื่องหวัด 2009 คึกคักขึงขังมั่นใจมากกว่าพูดเรื่องการเมืองด้วยซ้ำไป

คุณอภิสิทธิ์ คงจะทำการบ้านมาพอสมควร เพราะว่าบอกว่าตรวจสอบรายละเอีดยเรื่องของโรคระบาดครั้งใหม่นี้ด้วยตัวเองวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง และเอ่ยถึงวิกิพีเดีย ซึ่งก็แปลว่าท่านนายกฯ นั้นคงจะเข้าไปตรวจสอบข่าวในอินทราเน็ตเกี่ยวกับโรคระบาดทั่วโลก ที่มีถึง 130 กว่าประเทศด้วยตัวเองจริงๆ

 สรุปที่คุณอภิสิทธิ์ พูดทางโทรทัศน์ได้ว่า คุณอภิสิทธิ์ มั่นใจว่าถ้าประชาชนร่วมมือแล้วจะสามารถที่จะสกัดกั้นโรคนี้ได้ ยืนยันว่าจะไม่ปิดโรงเรียนทั่วประเทศอย่างที่บางหน่วยงานเสนอ เพราะว่าถึงแม้ปิดโรงเรียนนักเรียนก็คงไม่อยู่กับบ้านอาจจะไปอยู่ตามร้านเกมด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

 2.ยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย เพราะว่ารัฐบาลคงไม่สามารถจะแจกทั้งหมด 63 ล้านคนได้

 และก็ยังมีข้อถกเถียงในต่างประเทศว่าหน้ากากอนามัยที่ว่านี้ จะสามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคหวัด 2009 ได้จริงหรือไม่

 คุณอภิสิทธิ์ ยืนยันเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลมีความมั่นใจว่าต่อไปนี้จะตรวจสอบและจะดำเนินการอย่างมีระบบมากขึ้นในการสื่อสารกับประชาชน เพราะว่ายอมรับว่ามีความเห็นขัดแย้งหรือข่าวคราวที่ออกมาจากทางการหลายแหล่งนั้นสับสน

 สิ่งที่นายกรัฐมนตรียอมรับและก็เป็นความจริงก็คือว่า การพยายามที่จะวิเคราะห์ข้อมูลให้ความชัดเจนกับประชาชนนั้นยังขาดความเป็นเอกภาพ และยังไม่สามารถที่จะให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่า ควรจะทำตัวอย่างไร เมื่อสงสัยว่าตัวเองอาจจะติดเชื้อของหวัด 2009

 เช่นผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่าให้อยู่ที่บ้าน แต่หมอบางคนก็บอกว่าทันทีที่รู้สึกป่วยไข้ให้รีบไปหาหมอ ฉะนั้นประชาชนจึงสับสนว่าควรจะทำตัวอย่างไร

 แต่นายกฯ ก็ออกมาแนะนำง่ายๆ บอกว่าถ้าเป็นไข้ธรรมดาให้อยู่กับบ้าน 2 วัน หลังจากนั้นถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ไปหาหมอ

 นายกฯ ยืนยันว่า โรคระบาดหวัด 2009 นี้เป็นโรคใหม่ ฉะนั้นไม่มีใครมีภูมิต้านทานหรือมีก็น้อยมาก

 ประโยคที่ นายกฯ พูดและเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนจะต้องรับทราบก็คือว่า ประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิ์จะติดหวัด 2009 ได้ทั้งสิ้น

 ยกเว้นเสียแต่ว่าจะพยายามป้องกัน พยายามหลบเลี่ยงจุดที่มีผู้คนมาก และทำตัวอย่างประชาชนที่รับผิดชอบคือดูแลตัวเองและดูแลไม่ให้ตัวเองเป็นภาระแก่สังคม

 นายกรัฐมนตรีจะต้องรีบสร้างกระบวนการระบบของการตรวจสอบวิเคราะห์สถิติและการแถลงข่าวที่ต้องรวดเร็วฉับพลัน ชัดเจน และไม่สับสน

สุทธิชัย หยุ่น