
อย่า! หลอกประชาชน
หลังจากแกนนำเสื้อแดงออกมาแถลงถึงจำนวนผู้ลงชื่อ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกินหลัก 1 ล้านคนไปแล้ว แต่ยังจะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อต่อไป โดยไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรหลังพอใจกับจำนวนรายชื่อดังกล่าว
มีคำถามตามมาว่า “แกนนำเสื้อแดง” รู้หรือไม่ว่าการยื่นเรื่องเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ “ทักษิณ”จะต้องผ่านช่องทางไหน
และรู้หรือไม่ว่า “ทักษิณ” มีคุณสมบัติของ “นักโทษ” เข้าตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการอภัยโทษหรือไม่
รวมทั้งได้บอกกับประชาชนที่ร่วมลงชื่อหรือไม่ว่า ผู้ที่จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ นอกจากเป็น “นักโทษ” แล้ว ต้องเป็น “ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง” เช่น บุพการี คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย และบุตร เท่านั้น
ดังนั้น หากตรวจสอบรายชื่อที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ถ้าไม่มีชื่อ “ทักษิณ” และ “บุตร” ก็ถือว่าไม่ผ่านหลักเกณฑ์แรกการดำเนินการต่อไปถือว่าประตูได้ถูกปิดแล้ว
แต่ก็มีพวก “หัวหมอ” อ้างว่าการยื่นเรื่องครั้งนี้ใช้คำว่า “ถวายฎีกา” ใครๆ ก็สามารถทำได้ไม่จำเป็นต้องเป็น “นักโทษ” หรือ “ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง”
อย่าลืมว่าการปกครองของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดยทรงอยู่เหนือการเมืองและความขัดแย้งทั้งปวง หากจะมีการดำเนินใดๆ ต้องมี "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม" ทูลเกล้าฯ ถวายต่อพระมหากษัตริย์
หาก “แกนนำเสื้อแดง” จะนำรายชื่อ (สมมติมีชื่อ ทักษิณ และบุตร รวมอยู่ด้วย) โดยเสนอผ่านช่องทาง รมว.ยุติธรรม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
ก็มีคำถามตามมาอีกว่าคุณสมบัติของนักโทษ (ทักษิณ) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ “นักโทษ” ที่จะได้รับการอภัยโทษหรือไม่
เพราะเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษทุกเรื่องไม่ว่าจะยื่นผ่านหน่วยงานใดจะต้องส่งเรื่องให้ “เรือนจำ” / "ทัณฑสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องโทษ" ไปดำเนินการสอบสวน และรวบรวมเอกสารทุกกรณี
เพื่อ “กรมราชทัณฑ์” ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องพิจารณากลั่นกรองฎีกานักโทษ ซึ่งหมายถึง “นักโทษ” ต้องอยู่ในเรือนจำ ต้องเป็นคดีอาญาที่ต้องมีโทษถึงที่สุดแล้ว มีการรับโทษมาเป็นระยะเวลาพอสมควร และเป็นนักโทษชั้นดี
จากนั้น “กรมราชทัณฑ์” จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดและชัดเจนก่อนส่งต่อไปยัง “รมว.ยุติธรรม” เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องต่อพระมหากษัตริย์เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ โดย รมว.ยุติธรรมจะเป็นผู้กราบบังคมทูลเสนอความเห็นว่า บุคคลดังกล่าวสมควรได้รับการพระราชทานอภัยโทษหรือไม่
ซึ่ง “รมว.ยุติธรรม” ต้องดูว่าคนที่ได้รับการเสนอชื่อมีความสำนึกต่อความผิดหรือไม่ หากเห็นว่าคุณสมบัติของนักโทษคนนั้น ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการอภัยโทษ “รมว.ยุติธรรม” ก็มีอำนาจที่จะไม่ทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษดังกล่าวต่อพระมหากษัตริย์ได้
เนื่องจากหากผิดขั้นตอนในการขอพระราชทานอภัยโทษ ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ “รมว. ยุติธรรม” เพียงผู้เดียว
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 195 ระบุว่า "บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้"
จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดคงทำให้ “แกนนำเสื้อแดง” และ “ประชาชนที่ไม่รู้” คงเข้าใจว่า การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ “ทักษิณ” เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่
ดังนั้นถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์แม้ว่าจะมีประชาชนกี่ล้านชื่อก็ไม่เป็นผลตามกฎหมาย ส่วนใครจะใช้ประชาชนที่ไม่รู้เป็น “เครื่องมือ” เพื่อดำเนินการสิ่งใดหรือไม่ให้ถามใจคนทำดู!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



