ข่าว

จยย.เกียร์ค้างพุ่งตัดหน้ากระบะถูกชนเจ็บ

จยย.เกียร์ค้างพุ่งตัดหน้ากระบะถูกชนเจ็บ

19 พ.ค. 2558

ย่าขี่จยย.พาหลานวัยขวบเศษไปซื้อของ เกียร์รถค้างก่อนพุ่งตัดหน้ากระบะถูกชนเจ็บสาหัส

 
         เมื่อเวลา 07.40 น. วันนี้ (19 พ.ค.58) ร.ต.ท.กษิติทัตน์ ฉ่ำชื่น ร้อยเวร สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-โพธิ์ทอง หมู่ที่ 2 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบพบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าร้านหมูปิ้งปากซอย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร พบร่างของนางสำเภา ใยทอง อายุ 52 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนนในสภาพมีเลือดออกจากศีรษะ และตามร่างกาย ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบร่างของน้องแก้ม หรือเด็กหญิงนวรัตน์ (สงวนนามสกุล) วัย 1 ขวบ 8 เดือน นอนสลบอยู่ริมถนนในสภาพมีเลือดออกจากปากและจมูก กระดูกซี่โครงหักทั้งแถบ หัวแตก
 
         เบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่เป็นย่าหลานกัน และพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 2 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ห่างจากร่างน้องแก้มไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซุกิ อาร์ซี 100 สีดำ สภาพเก่า หมายเลขทะเบียน ต-7555 สระบุรี ล้มคว่ำอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปฐมพยบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองส่งโรงพยาบาลอ่างทองเป็นการด่วน 
 
         นอกจากนั้นห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ณร-7665 กรุงเทพฯ จอดอยู่ริมถนนในสภาพบริเวณกันชนและแก้มซ้ายมีรอยชนจนบุบและฉีกขาด ล้อหน้าด้านซ้ายแตก
 
         จากการสอบถามนางวีระพร เผือกผกา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่3 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง แม่ค้าหมูปิ้ง ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเห็นนางสำเภา และน้องแก้มขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากซอยบ้านมา แล้วมาแวะซื้อหมู่ปิ้งของตน และเมื่อซื้อเสร็จแล้ว นางสำเภาก็สตาร์ทรถโดยมีน้องแก้มนั่งด้านหน้า จังหวะที่สตาร์ทรถนั้นจู่ ๆ รถของนางสำเภาก็พุ่งออกไปกลางถนน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถกระบะโตโยต้าขับมาพอดีจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง
 
         ด้านนางประนอม ตระกูลทิพย์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ที่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปทำงาน เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ ๆ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็พุ่งมาตัดหน้ารถของตน ตนเบรกไม่ทันจึงชนรถจักรยานยนต์ของนางสำเภา แต่ก็มีรถอีกคันหนึ่งที่ขับนำหน้ารถของตนมาก็มีร่องรอยการชนด้วย ซึ่งตนถ่ายรูปไว้คือรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ บธ-8890 อุตรดิตถ์ สีดำ ซึ่งมีร่องรอยการชนที่บริเวณไฟหน้า แต่ตอนนี้รถคันดังกล่าวได้ขับไปแล้ว 
 
         ส่วนนายประพัฒน์ ฟักเหลืองทอง อายุ 23 ปี พ่อของน้องแก้ม กล่าวว่า ขณะที่ตนทำงานอยู่มีญาติโทรมาบอกว่าแม่และลูกสาวถูกรถชน ตนตกใจมากและรีบมาดูที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงแทบช็อกเมื่อเห็นสภาพลูกสาวเพียงคนเดียวของตนนอนหายใจรวยริน โดยสอบถามทางแพทย์แจ้งว่าอาการสาหัสมาก ตอนนี้สมองตายแล้ว ส่วนนางสำเภาแม่ของตนนั้น ตอนนี้เริ่มรู้สึกบ้างแล้ว
 
         ร.ต.ท.กษิติทัตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้งสองเป็นย่าหลานกัน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อจะเอาแกลลอนมาซื้อน้ำมันที่ปั้มใกล้บ้าน โดยก่อนถึงปั้มได้แวะซื้อหมูปิ้งที่ซอยปากทางก่อน โดยเมื่อซื้อเสร็จขณะกำลังสตาร์ทรถจู่ ๆ เกียร์รถค้างทำให้รถพุ่งออกไปกลางถนนทำให้รถกระบะชนจนทำให้รถจักรยานยนต์และร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 2 กระเด็นไปไกล และจากการสอบปากคำนางประนอมทราบว่ามีรถอีกคันหนึ่งที่น่าจะเป็นคันที่ชนก่อน ซึ่งเบื้องต้นจะได้ทำการเรียกคนขับรถทั้ง 2 คันมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
 
 
หวิดดับ! รถบรรทุก6ล้อเบรกแตก พุ่งเสยท้ายรถพ่วง
 
 
         เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 พ.ค.58 ขณะที่ ร.ต.ท.วชิระ พมรศิริ รอง สว.จร.สน.ประชาชื่น กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยกต้นไม้ชนรถพ่วง 22 ล้อมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายใน บริเวณทางเบี่ยง ถ.รัชดาภิเษก ลงหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและนำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
 
         ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ทะเบียนหัวลาก 83-6467 นครสวรรค์ ทะเบียนตัวพ่วง 83-5282 นครสวรรค์ ของบริษัทโชคดีทรายทอง มีนายอดิเทพ โตทิม อายุ 22 ปี ยืนรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ บริเวณทางลงทางเบี่ยงพบรถบรรทุก 6 ล้อขนต้นไม้ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน70-6229ปทุมธานี สภาพหน้ารถยุบพังยับเยิน กระจกหลุดออกมาทั้งแผ่น ภายในรถพบนายสิทธิพร ละวัล อายุ 45 ปี ขาขวาถูกคอนโซลรถทับติดไว้ ร้องโอดโอย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บดูเหนื่อยอ่อนเพราะเสียเลือดมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตัดถ่างมางัดตรงประตูฝั่งคนขับ ก่อนช่วยเหลือนายสิทธิพรออกมาได้และนำส่ง รพ.วิภาวดีเป็นการด่วน
 
         นายสิทธิพร เปิดเผยว่า รถของตนเป็นรถขนต้นไม้ ไปส่งต้นไม้ที่ย่านประชาชื่น และกำลังเดินทางกลับที่พักย่านธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเบรกไม่อยู่จึงพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างแรงทำให้ด้านหน้าพังยับ ขาติดภายในออกไม่ได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุยังมีสติอยู่ทุกประการ
 
         ร.ต.ท.วชิระ กล่าวว่าการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกขนต้นไม้คันดังกล่าวที่มีนายสิทธิพรเป็นคนขับได้กลับจากการขนต้นไม้ย่านประชาชื่นเพื่อกลับอ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อออกถ.วิภาวดี-รังสิต เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางลงทางเบี่ยงจู่ๆ เบรครถไม่ทำงาน และข้างหน้ามีรถพ่วงอยู่ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว คาดว่า รถ 6 ล้อน่าจะมีปัญหาที่สภาพรถทำให้เบรกไม่อยู่ เมื่อมาถึงทางลงทำให้รถไหลเฉี่ยวรถคันอื่นจนมาชนท้ายรถพ่วงอย่างแรง ซึ่งจะได้ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดหาข้อเท็จจริงต่อไป