
ยุทธการ "ผ่าตอ" เปิดทาง..จับทีมยิง "สนธิ"
นานเกือบ 3 เดือนที่คดีลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี แทบไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักนิดเดียว นับตั้งแต่เสียงกระสุนปืนสงบลง ตรงกันข้ามสังคมกลับได้รับรู้เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการที่ชุดส
ทว่าท่ามกลางความเงียบที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนกลุ่มหนึ่งต่างก็เร่งสืบสวนหาเบาะแส ตลอดจนพยานหลักฐาน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ทีมสังหารและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างขะมักเขม้น เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ กับรถกระบะมาสด้า ไฟเตอร์ สีออกน้ำเงิน ที่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่สนธิเดินทางจากบ้านพักก่อนจะมาถูกยิงถล่มที่บางขุนพรหมบันทึกภาพเอาไว้ได้ โดยประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบรถกระบะทั้ง 2 รุ่นนี้ทั่วประเทศว่า มีอยู่จำนวนเท่าไร ใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และใครเป็นผู้ครอบครองบ้าง
ระหว่างการหาร่องรอยยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จู่ๆ ก็มีพยานคนหนึ่งที่รับทราบข่าวสารคดีอันครึกโครมนี้ ส่งภาพเอ็มเอ็มเอสให้แก่นายตำรวจคนหนึ่ง เป็นภาพของชายฉกรรจ์คนหนึ่งยืนซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนบรมราชชนนีขาออก หลังเกิดเหตุยิงสนธิในคืนวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา นัยว่าเกิดความสงสัย เพราะพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัยบางประการ
ชุดสืบสวนจึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งทำมุมเฉียงเก็บภาพรถกระบะต้องสงสัยได้คันหนึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีออกเปลือกมังคุด จอดอยู่และพบเห็นคนในรถกำลังลำเลียงของออกจากรถไปใส่รถอีกคัน เห็นไม่ชัดว่าเป็นอะไร แต่มีลักษณะเป็นของยาวๆ ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอาวุธสงครามที่มือปืนใช้ยิงถล่มแกนนำพันธมิตรเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ป้ายทะเบียนไม่ชัดเจนพอจะสรุปได้ว่า รถคันดังกล่าวนี้เป็นของใคร
ดังนั้น ชุดสืบสวนจึงเริ่มกระบวนการตรวจสอบรถอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุดแทน ซึ่งช่วยให้งานแคบลงและกระชับขึ้น เนื่องจากสีไม่เป็นที่นิยมมากนัก จากนั้นก็ส่งสายไปประกบกลุ่มมือปืน โดยมุ่งไปที่คนมีสีซึ่งชำนาญการใช้อาวุธสงครามที่ จ.กาญจนบุรี สระบุรี และลพบุรี เนื่องจากมีพยานที่เห็นเหตุการณ์จากมุมสูงคนหนึ่ง แล้วมือปืนประทับเล็งยิงอย่างแม่นยำ แม้กระสุนไม่เข้าเป้าแต่ก็เข้าจุดที่เป็นอันตรายหากพยานยังคงยืนอยู่
ระหว่างรอการตรวจสอบรถเป้าหมาย และส่งสายประกบกลุ่มมือปืน ชุดสืบสวนอีกชุดได้ประสานขอความร่วมมือกับบริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ 3 แห่ง ช่วยตรวจสอบเสาสัญญาณตามเส้นทางการเดินทางของสนธิ บริเวณแยกบางขุนพรหม ตลอดจนเส้นทางใกล้เคียง ที่เชื่อว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ไปจนถึงถนนบรมราชชนนี ที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยเอาไว้ได้ โดยกำหนดกรอบให้ช่วยตรวจสอบช่วงก่อนเกิดเหตุยิงถล่ม ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ต่อเนื่องกันทั้งหมด
จากนั้นนำมาวิเคราะห์ด้วยระบบโอทูหาเบอร์ต้องสงสัย แล้วค่อยๆ ตัดเบอร์ที่ไม่ใช่ออกทีละน้อยๆ กระทั่งพบกลุ่มเบอร์โทรศัพท์ที่เชื่อมโยงกันเป็นชุด แสดงการติดต่อถึงกันเป็นวงกลม แล้วจึงนำมาวิเคราะห์เข้าด้วยกัน เวลาเดียวกันนี้สายลับก็แจ้งกลับมาว่า น่าจะมีทหารจากกองบัญชาการสงครามพิเศษ (พลร่มป่าหวาย) และตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบสังหารครั้งนี้ด้วย
ในขณะที่การสืบสวนกำลังงวดเข้ามาใกล้ความจริงเข้าทุกที ผู้ร่วมขบวนการเกิดไหวตัวทันว่า ตำรวจเริ่มคลำปมเจอ จึงรายงานให้ผู้อยู่เบื้องหลังทราบ และเริ่มมีกระบวนการปล่อยข่าวเบี่ยงเบนประเด็นให้ไขว้เขว รวมทั้งเชิงข่มขู่ชุดสืบสวนสอบสวน กลายเป็นที่มาของการออกมาพูดทำนองตำรวจเจอตอของ "พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์" รอง ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทุกอย่างเหมือนจะหยุดชะงักอยู่เพียงแค่นี้ นายพลไม้บรรทัดยังคงเดินหน้าค้นหาความจริงต่อไป จนกระทั่งทราบว่าแท้ที่จริงแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังประกอบด้วย พล.อ.คนหนึ่ง กับ พ.ต.อ.อีกคนหนึ่ง ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับอดีตบิ๊กสีเขียว โดย พ.ต.อ.อดีตมือปราบคนนี้เองที่เป็นคนปล่อยข่าวลือออกมา เพื่อยับยั้งการขุดคุ้ยข้อเท็จจริง ทั้งสองมีความสนิทสนมกันพอควรถึงขนาดเรียกใช้สอยกันอยู่บ่อยๆ
เหมือนโชคเข้าข้างชุดสืบสวนหรืออาจเป็นเพราะไม่มีความลับใดในโลกนี้ จู่ๆ หนึ่งในทีมมือปืนก็หลุดปากในวงเหล้าไปเข้าหูผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วก็เลยมาเข้าหูสายข่าวอีกทอด สายข่าวจึงไปติดตามค้นหาผู้หญิงคนที่ว่านี้ก็พบข้อมูลน่าสนใจ เธอใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเปลือกมังคุด เมื่อเจอตัวก็เฝ้าประกบดูความเคลื่อนไหวทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่การสื่อสารคมนาคม เพื่อนำมาเทียบเคียงกับข้อมูลที่ได้ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุยิงสนธิ สุดท้ายก็ได้ทราบว่าคนใกล้ชิดเจ้าของรถคันนี้มีสัญญาณการใช้โทรศัพท์อยู่ที่ม่านรูดย่านจรัญสนิทวงศ์ในช่วงคืนเกิดเหตุ...นั่นเอง !?!
หลักฐานสำคัญอีกชิ้น คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดหลังเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยขณะซื้อของ ชุดสืบสวนตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทหารที่ป่าหวาย แล้วจึงเชื่อมโยงไปหาผู้เกี่ยวข้อง กลายเป็นที่มาของการออกหมายจับทหารป่าหวายและตำรวจ บช.ปส.
ทหารคนที่ว่านี้มีความสัมพันธ์กับ พ.ท."ค" ซึ่งสนิทกับ พ.อ.คนหนึ่งที่เคยเป็นทหารรับใช้อดีตบิ๊กสีเขียว นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึง พ.ต.อ.และนายทหารระดับ พล.อ.อีกด้วย



