ข่าว

'วิษณุ'เผยความเห็นแก้ร่างรธน.ครบแล้ว

'วิษณุ'เผยความเห็นแก้ร่างรธน.ครบแล้ว

18 พ.ค. 2558

'วิษณุ' เผยความเห็นแก้ไขร่างรธน.จากทุกฝ่าย ส่งมาครบแล้ว เล็งเสนอตัด ม.181 , 182 ชี้ 'มาร์ค' ซัด 'แม้ว' สร้างปัญหา เรื่องปกติไม่มีใครตำหนิตัวเอง

 
                       18 พ.ค. 58  ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามาทำงานยังห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อสรุป รวบรวมความเห็นของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ในการแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้จัดเตรียมเป็นเอกสารสรุป ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พฤษภาคม โดยให้สัมภาษณ์ภายหลัง ว่า ทุกกระทรวงได้ส่งความเห็นมาครบหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการที่เสนอความเห็นเข้ามามาก ส่วนองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลฎีกา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ส่งความเห็นมาที่รัฐบาลด้วย สิ่งที่องค์กรอิสระส่งมา คือ เรื่องที่กระทบต่อตัวหน่วยงานนั้นๆ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีข้อท้วงติงเรื่องควบรวมกับกรรมการสิทธิมนุษยชน ศาลฎีกา และศาลปกครอง เสนอความเห็นแย้งการเอาคนนอกเข้ามาเป็นกรรมการมากเกินไป และประเด็นการให้ตุลาการเกษียณอายุ 65 ปี
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูแล้วองค์กรอิสระพูดแต่เรื่องของตัวเอง นายวิษณุ กล่าวว่า มีทั้ง 2 อย่าง 1. ต้องพูดเรื่องของตัวเอง เพราะไม่มีใครช่วยพูดให้ และรู้ดีเท่าตัวเอง 2. พูดเรื่องของบ้านเมือง อย่างเช่น ป.ป.ช.เสนอมาว่า การมีสมัชชา หรือสภาท้องถิ่น ที่ดูเหมือนจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่กลับจะเป็นอำนาจใหม่ สุดท้ายจะมีการวิ่งเต้นกับองค์กรเหล่านี้ด้วย ทั้งยังสิ้นเปลืองงบประมาณ ซ้ำซ้อนสับสนกับหน่วยงานอื่น ซึ่งการให้อำนาจประชาชนนั้นมีอยู่แล้ว แต่ต้องมีคนกำกับดูแล นอกจากนี้จะมีการปรับแก้การใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องอย่างในอดีตด้วย คือว่าตอนต้นจะมองว่าเขามีเจตนาดี เมื่อมีอำนาจมากก็ควรมีองค์กรขึ้นมากำกับดูแล และเราจะเอาใครมากำกับดูแลอีกที เพราะเราถนัดกับลักษณะอย่างนี้มานานแล้ว
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญมีมากเกินไป กมธ.ยกร่างฯ จะตัดออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ กมธ.ยกร่างฯ จะตัดมาตราในร่างรัฐธรรมนูญออก เพราะเขาเองต่างรับรู้และเสียงที่เข้าไปจะบอกว่าบางมาตราสามารถนำไปใส่ในกฎหมายลูก หรือบางมาตราไม่มีความจำเป็นต้องมีแม้ในกฎหมายลูกเลยก็ได้ ซึ่งรัฐบาลจะบอกไป ส่วนการมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป หรือสมัชชาคุณธรรมนั้น ถ้าทำออกมาแล้วทำให้ดูเหมือนดูถูกประชาชนก็ต้องแก้ไข แต่ กมธ.ยกร่างฯ คงมีเจตนาดี โดยต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ออกกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าให้ทำหน้าที่อื่นด้วย หน้าที่ออกกฎหมายอาจจะบกพร่อง จึงต้องมีสภาฯ เหล่านี้เกิดขึ้น และไม่คิดว่าเป็นการดูถูกใคร ยกตัวอย่างเช่น การมี ส.ส.แล้วมี ส.ว.ซึ่งทำหน้าที่คนละอย่างกัน สภาขับเคลื่อนฯ ก็ทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติก็ทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเขียนไปในทางที่ไม่ถูกก็ต้องไปแก้ไข
 
 
 
เล็งเสนอตัด ม.181 , 182
 
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ เสนอให้ตัดมาตรา 181 , 182 และประเด็นนายกฯ คนนอก ออกบ้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับนายกฯ คนนอก ไม่มีใครเสนอมา แต่มาตรา 181 , 182 ถึงไม่มีใครเสนอ ตนก็จะเสนออยู่แล้ว เพราะตนไม่เห็นประโยชน์จาก 2 มาตรานี้นอกจากเรื่องการชิงไหวชิงพริบระหว่างกัน ส่วนคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ว.ก็จะเสนอเข้าไป ซึ่งดูแล้วจังหวัดใดที่มีผู้สมัคร ส.ว.ก็ต้องมีคณะกรรมการคัดเลือกให้เหลือผู้สมัคร 10 คน อย่างไรก็ตาม กมธ.ยกร่างฯ มีเวลา 60 วันในการแปรญัตติ ซึ่งตนเป็นห่วงว่าจะทำงานไม่ทันแล้วส่งผลให้ กมธ.ยกร่างฯ ทำงานแบบลวกๆ จึงอยากให้ กมธ.ยกร่างฯ ทำงานอย่างรอบคอบ
 
 
 
ประชุมร่วม 'ครม.-คสช.' เตรียมถกแก้ รธน.ชั่วคราว
 
 
                       นายวิษณุ กล่าวว่า จะมีการหารือเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องเวลาการแปรญัตติของ กมธ.ยกร่างฯ ไปอีกไม่เกิน 1 เดือน โดยจะเสนอในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เช่นกัน ทั้งนี้ นายวิษณุ กล่าวอีกว่า หลังจากที่หน่วยงานต่างส่งความเห็นเข้ามา ตนจะสรุปข้อคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ส่งไปยัง กมธ.ยกร่างฯ ส่วนการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 19 พฤษภาคม นั้นจะมีการหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติ แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำประชามติหรือไม่ เป็นเพียงการหาทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อน ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญคงไม่มีการพูดในวันนั้น เพราะ ครม.และ คสช.จะแยกไปหารือพูดคนละเวที
 
                       นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาในการตัดสินใจ หรือตอบว่าควรทำประชามติหรือไม่ เพราะการทำประชามติมี 2 ขั้นตอน ต้องตัดสินใจ 1. จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อทำประชามติหรือไม่ ถ้าแก้ก็ต้องพูดกันในวันที่ 19 พฤษภาคม เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนงบประมาณก็ต้องมี 3,000 ล้านบาท การตัดสินใจทำประชามติถ้าพูดเร็วก็จะดี เพราะคนที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต.จะได้มีเวลาเตรียมตัว
 
                       "ข้อดีข้อเสียทุกคนก็รู้ แม้แต่เด็กก็ยังรู้ แต่ถ้าไม่ทำก็ต้องอธิบาย แต่นี่เรายังไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ทำ ก็ไม่ต้องอธิบาย บอกหลายครั้งแล้วว่าการทำมันเสียเงิน เสียเวลา คนกลับย้อนว่า หมายความว่าไม่ทำ ทั้งที่จริงนั้นไม่ใช่ แต่ผมบอกถึงข้อเสียว่าเป็นอย่างไร เหมือนกับการย้ายข้าราชการ ถ้าไม่ย้ายก็บอกไม่เอาจริง ถ้าย้ายก็หาว่ามีการกลั่นแกล้ง คนเป็นรัฐบาลต้องทำใจ"
 
 
 
จ่อชง 'ครม.' เห็นชอบ 4 ประเด็น แก้ร่างรธน.
 
 
                       นายวิษณุ กล่าวว่า หลังการประชุมร่วมระหว่าง คสช.และ ครม.จะเป็นการประชุมเฉพาะ ครม. ตนจะรายงานเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่ได้ส่งความเห็นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้ามา โดยจะนำเสนอว่ามีกี่ประเด็น กี่ประเภท ที่จะต้องแก้ไข จากนั้นจะให้ ครม.ตัดสินใจเห็นชอบ ในประเด็นดังนี้ 1. แก้ไขถ้อยคำซึ่งอ่านแล้วไม่เกิดความเข้าใจ 2. บางเรื่องควรจะบัญญัติเป็นมาตราในรัฐธรรมนูญหรือไม่ 3. เรื่องที่น่าจะเพิ่มบทบัญญัติ และ 4. บทบัญญัติที่ควรทบทวนหรือตัดออก
 
 
 
แจงเหตุผลดึงผู้รู้ต่างชาติเข้าให้ความเห็น รธน.
 
 
                       เมื่อถามกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) วิจารณ์การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ในทำนองว่า ไม่สอดคล้องกับประเทศไทย นายวิษณุ กล่าวว่า เพราะอย่างนี้ รัฐบาลถึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ 3 คนจากต่างประเทศเข้ามาให้ความเห็นต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เขาบอกว่าเจออะไรมาบ้าง โดยกำหนดการมีขึ้นในช่วงวันที่ 20 - 30 พฤษภาคม ซึ่ง 3 คนนี้ล้วนมีบทบาทในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศที่สร้างรัฐธรรมนูญและปฏิรูป ซึ่งแต่ละคนอายุ 80 กว่าทั้งนั้น เป็นคนที่ผ่านสงครามโลก เห็นอะไรมามาก
 
                       "กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้มีแค่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ แต่ต้องมีคนอื่นด้วย ที่ไปเรียนจบกฎหมายจากประเทศอื่นก็มาก ผมคุยกับนายบวรศักดิ์ เขาบอกว่าถ้าโหวตเขาก็แพ้หลายเรื่อง ซึ่งบางเรื่องเขากระซิบบอกว่าเขาไม่เห็นด้วย แต่มันคือเสียงส่วนใหญ่ ต้องเข้าใจว่าคนเป็นประธานต้องรับหน้า แต่ละคนก็หลายอย่าง ทั้งนี้ เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯ จะยอมแก้ตามที่มีการเสนอไป แต่คงไม่ทั้งหมด เพราะเขามีจุดยืนของเขาอยู่ อะไรที่เขามั่นใจเขาจะไม่ปรับแก้ แต่คงแก้ในสิ่งที่มีความเห็นไม่ตรงกัน"
 
 
 
ชี้กำลังวางระบบให้รัฐบาลใหม่ใช้แก้ปัญหาได้
 
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ แสดงความเห็นในจดหมายข่าวรัฐบาลว่า อยากให้เกิดความยุติธรรม เสมอภาค ตรงนี้ต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า ในบทบัญญัติต่างๆ ต้องเขียนเพื่อนำไปสู่ทิศทางนั้น และต้องมีการปฏิบัติ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย โดยต้องทำให้เป็นตัวอย่างและจริงจัง ถ้าปฏิรูปต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การใช้กฎหมายพิเศษนั้นดีแก้ไขปัญหาได้ แต่รัฐบาลใหม่ไม่มีกฎหมายพิเศษเหล่านั้น ดังนั้น ตอนนี้คือการวางระบบให้คนที่มาใหม่ได้ใช้ระบบนั้น ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่ดี
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ปัญหาเกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ไม่พูดถึงตัวเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ไม่พูดเพราะเขาไม่อยากพูด คนอื่นที่รู้ก็ช่วยพูดก็ได้ เพราะต่างคนก็พูดเรื่องฝ่ายตรงข้ามไม่มีใครพูดเรื่องของตัวเองหรอก คนเราเป็นธรรมดาใครจะมาตำหนิตัวเอง
 
 
 
ปราบทุจริตต้องบังคับใช้ ก.ม.จริงจัง - ให้ความเป็นธรรม 
 
 
                       นายวิษณุ กล่าวถึงการปราบปรามการทุจริตในแวดวงข้าราชการหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว สั่งย้ายข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต ว่า สิ่งสำคัญต้องเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย และต้องให้ความเป็นธรรม และต้องระวังการกลั่นแกล้ง อย่างเช่นสมัยก่อนที่มีการปราบปรามยาเสพติด และสุดท้ายก็มีเรื่องฆ่าตัดตอน เจ้าหน้าที่ไม่ชอบใครก็เอายาไปยัด ซึ่งวันนี้จึงต้องใช้หลักฐานที่องค์กรต่างๆ มีอยู่ โดยใช้ 2 ขั้นตอน 1. ย้ายออกจากตำแหน่งแล้วไปช่วยราชการ แต่เงินเดือน สิทธิประโยชน์ ตำแหน่งยังเหมือนเดิม เป็นการย้ายออกเพื่อให้ผู้รักษาการในตำแหน่งนั้นสามารถส่งพยานหลักฐานเข้ามาได้ ส่วนขั้นตอนที่ 2. ถ้าทำผิดจริง ก็จะย้ายแล้วคืนตำแหน่งเพื่อตั้งคนอื่นทำหน้าที่แทน