ข่าว

กกต.ทดสอบเลือกตั้ง'โอเพนลิสต์'

กกต.ทดสอบเลือกตั้ง'โอเพนลิสต์'

18 พ.ค. 2558

กกต.ทดสอบเลือกตั้ง 'โอเพนลิสต์' ก่อนรวบรวมปัญหา-ข้อบกพร่อง ชง กมธ.ยกร่างฯ พิจารณา 'ศุภชัย' หวั่น ปชช.สับสน ชี้นับคะแนนยุ่งยาก

 
                       18 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 09.00 น.  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ มีการจัดสาธิตการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. โดยในการสาทิตดังกล่าวมีการจำลองหน่วยเลือกตั้งขึ้นโดยมีเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กกต.เป็นผู้ลงคะแนน ซึ่งมีการเปิดลงคะแนนตั้งแต่เวลา 09.00 - 10.00 น. 
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสาธิตได้มีการแสดงตัวอย่างบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบ โดยรูปแบบของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม แต่บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อระบบโอเพนลิสต์นั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นช่องสำหรับลงคะแนนพรรค หรือกลุ่มการเมืองต่างๆ และอีกช่องสำหรับลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สมัครในแบบบัญชีรายชื่อของพรรค หรือกลุ่มการเมืองนั้น โดยรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคจะมีหมายเลขประจำตัวกำกับอยู่ นอกจากนั้นในกรณีที่ผู้ใช้สิทธิ์กากบาทเลือกพรรค หรือกลุ่มการเมืองแล้ว แต่ไม่ได้เลือกหมายเลขผู้สมัคร ก็จะไม่ถือว่าเป็นบัตรเสีย เพราะจะนำคะแนนดังกล่าวไปร่วมคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค หรือกลุ่มการเมืองนั้นในภายหลัง แต่กรณีไม่มีการเลือกพรรค แต่เลือกหมายเลขผู้สมัคร จะถือว่าเป็นบัตรเสีย
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบการนับคะแนนนั้น แบบแบ่งเขตยังเป็นรูปแบบเดิม แต่แบบบัญชีรายชื่อจะมีการนับคะแนนแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกจะนับคะแนนของแต่ละพรรค หรือกลุ่มการเมืองก่อน และแยกบัตรดีของแต่ละพรรคออก ก่อนที่จะนับคะแนนในขั้นตอนที่ 2 คือ นับคะแนนของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อแต่ละหมายเลข โดยจะแยกนับทีละพรรค ก่อนจะนำคะแนนที่ได้มาจัดลำดับบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค หรือกลุ่มการเมือง โดยเรียงตามผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดไปหาต่ำสุด เพื่อรอนำไปคำนวณต่อไป
 
                       โดยนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงขั้นตอนการสาธิตลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันนี้ ว่า เหมือนการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบทั่วไป แต่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะต้องจำหมายเลยผู้สมัครที่ชื่นชอบ เนื่องจากบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จะมีช่องให้ลงคะแนนทั้งพรรคและผู้สมัครที่ชื่นชอบในพรรคนั้นๆ ด้วย ซึ่งภายหลังการสาธิตในวันนี้ กกต.จะสรุปอุปสรรคปัญหา ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป หากในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ระบบโอเพนลิสต์ก็จะเขียนรายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และกำหนดในระเบียบวิธีปฏิบัติของ กกต.ด้วย
 
                       ขณะที่นายนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. มองว่าการเลือกตั้งระบบโอเพนลิสต์ อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน และเกิดความยุ่งยากในการนับคะแนน เพราะขั้นตอนการนับคะแนนจะแยกนับคะแนนแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยแบบบัญชีรายชื่อจะแยกเป็นรายพรรค ก่อนและนับคะแนนอีกครั้งในแต่ละพรรค เพื่อจัดลำดับที่ประชาชนต้องการ ดังนั้นระยะเวลาในการนับคะแนนจึงต้องเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังต้องเพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละหน่วยด้วย เพราะต้องจัดเตรียมให้พอกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง