
ประวุฒิเผยโกโต้งกบดานไทย
18 พ.ค. 2558
ประวุฒิ เผยพบข้อมูล โกโต้ง หลบหนีเข้ามากบดานในไทย พร้อมส่งชุดสืบสวนออกไล่ล่า เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการระดับกลางเพิ่มอีก ยันไม่ให้ โรฮิงญา ขึ้นฝั่งไทย
18 พ.ค.58 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าขบวนการค้ามนุษย์ “โรฮิงญา” ว่า ในส่วนของประเทศพม่า ที่มีข่าวว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุม ว่า ด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เรื่องนี้ทางการไทยจะพยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายมาเจรจาแก้ไขปัญหาร่วมกัน แม้ในเวทีนี้ประเทศพม่าจะไม่เข้าร่วมก็ตาม แต่เชื่อว่าในเวทีอื่นๆ หลายประเทศจะร่วมผลักดันให้พม่า เข้ามาประชุม ขณะที่การทำงานของไทยนั้น ยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ชาวโรฮิงญา ขึ้นฝั่งมาอาศัยในไทย แต่หากพบตามน่านน้ำ ก็จะให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษย์ธรรม เพราะเราเป็นเพียงประเทศทางผ่าน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยกับมาเลย์เชีย ได้มีการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด
ส่วนการติดตามจับกุมตัว นายปัจจุปัน อังโชติพันธ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล ล่าสุดมีรายงานว่า ได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานเข้ามอบตัว แต่มีเงื่อนขอให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ตำรวจได้ปฎิเสธไป โดยยืนยันว่า จะไม่รอให้เข้ามอบตัว แต่จะส่งชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวต่อไป ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการในระดับกลางอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมที่จะออกหมายจับเพิ่มต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหาในขบวนการนี้ ศาลได้อนุมัติออกหมายจับแล้ว 62 คน โดยติดตามจับกุมตัวและบางคนประสานเข้ามอบตัวรวม 29 คน ยังเหลือที่ต้องติดตามจับกุมอีก 33 ราย
สงขลา - เร่งอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮิงญา ปาดังเบซาร์-สตูล
เวลา 09.30 น. วันนี้ (18 พ.ค.)ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า (ศปก.ภ.9 สน.) สภ.หาดใหญ่ พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9,พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองผบช.ภ.9/ผบ.ศปก.ภ.สน. แถลงข่าวความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ “โรฮิงญา”
พล.ต.ต.พุทธิชาต กล่าวว่า วันนี้ทางศปก.ภ.9 สน. จะนำเสนอเป็นวันแรกของการดำเนินคดีนี้คือ ข้อมูลการอายัดทรัพย์สิน ซึ่งการอายัดทรัพย์สินปัจจุบันมีการอายัดทรัพย์สินจำนวน 52 คน แยกเป็นผู้ต้องหา 15 คน เป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาจำนวน 37 คน
รายการที่ยึดอายัดทรัพย์สิน 156 รายการ คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 81.4 ล้านบาทเศษ แยกเป็นเครือข่ายจังหวัดระนองจำนวน 71 ล้านบาท กับเครือข่ายจังหวัดสตูลจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดทางเลขาธิการคณะกรรมการการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดแล้ว อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการฟ้อง การดำเนินการตรวจสอบ
“ส่วนอีกกลุ่มคือเครือข่ายจังหวัดสตูล และเครือข่ายจังหวัดสงขลา ขอเวลาในการนำเรียนท่านเลขาธิการปปง.ก็จะเร่งดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินทั้งสองเครือข่ายให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ รวมแล้วน่าจะได้ 100 กว่าล้านบาท อันนี้เป็นตัวเลขที่ไม่เป็นทางการต้องรอให้ปปง.ออกคำสั่งอายัดก่อน ถึงจะลงตัวเลขได้”
เนื่องจากขณะนี้เริ่มดำเนินการยีดอายัดทรัพย์เครือข่ายปาดังเบซาร์ ซึ่งในส่วนของการดำเนินการเครือข่ายในปาดังเบซาร์จนถึงวันนี้ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องการยึดอายัดทรัพย์สินแม้แต่รายเดียว แต่คิดว่าจะสามารถออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายปาดังเบซาร์ได้ภายในสัปดาห์นี้
สำหรับความคืบหน้ากรณีตำรวจมาเลเซียจะส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมทำกันกับเจ้าของตำรวจไทยที่ศปก.ภ.9สน. หลังจากที่มีการพบปะพูดคุยกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะส่งมาในวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) แต่คาดว่าอยู่ระหว่างการทำเรื่องขอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาของเขาอยู่
“เป็นการประสานและการทำงานร่วมกัน เนื่องจากผู้ต้องหาของเขาในเรื่องการค้ามนุษย์ก็มีเช่นกัน และผู้ต้องเหล่านี้ก็หลยเข้ามฝั่งไทยเหมือนกัน ในขณะที่เราก็มีผู้ต้องหาของเราหลบไปฝั่งของเขาเหมือนกัน ก็เป็นการช่วยกันในการทำงาน ซึ่งจะมีการคุยกับในรายละเอียดการทำงานกันอีกครั้ง”
สำหรับต่างด้าวที่มีการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 249 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีการดำเนินคดีบ้างแล้ว ประมาณ 48 คน ที่เสร็จสิ้นคำพิพากษาของศาลแล้ว ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาจะต้องส่งตัวให้สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง และผลักดันกลับประเทศต้นทาง
โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-4 เดือน ในการที่เราจะติดต่อ และผลักดันออกไป เพราะว่าประเทศที่เป็นประเทศต้นทาง เราต้องประสานกันก่อน
สำหรับการออกหมายจับ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมามีการออกหมายจับเพิ่มอีก 3 หมาย เป็นเครือข่ายจังหวัดระนอง รวมหมายจับทั้งหมดเป็น 65 หมาย และกำลังเร่งรัดในการออกหมายจับในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ซึ่งคาดว่าตัวเลขหมายจับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการจับกุมผู้ต้องหา การอายัด มอบตัว รวมทั้งสิ้น 29 ราย
สตูล - เจ้าของเรือนำเอกสารแจง ยันไม่เกี่ยวค้าโรฮิงญา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค.58 ที่สถานีตำรวจน้ำสตูล นายสาและ โต๊ะดิน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 238 ม. 3 ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ได้นำเอกสารเรือสปรีทโบ๊ทของตนเองมาแสดง ชื่อเรือจอนสันต์ 225 สีขาวแทบฟ้า โดยเจ้าของเรือ ให้การว่า เรือของตนเองนั้นเป็นเรือใช้สำหรับดูแลหอยแครง ซึ่งเลี้ยงไว้บริเวณเกาะอยู่ ใกล้กับเกาะปูยู แต่เนื่องจากว่า การเลี้ยงหอยนั้นได้ขาดทุนมาร่วมปีแล้ว จึงไม่ได้เอาเรือออกไปในพื้นที่เลี้ยงหอย โดยได้นำมาจอดไว้ที่บริเวณหน้าท่าหน้าบ้านของตนและทางเจ้าหน้าที่ได้คิดว่าเรือของตนเองนั้นไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นจึงได้นำเอกสารเรือทั้งหมด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงความถูกต้องของเรือทั้งหมด และแสดงว่าเรือนั้นเป็นของคนเอง
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ชัยพงษ์ ธรรมสุรินทร์ ร้อยเวรซึ่งไปตรวจสอบเรือ ได้ให้คำแนะนำว่า ให้นำหนังสือเอกสารทุกฉบับไปตรวจสอบยัง สภ.เมือง อีกครั้งหนึ่ง เพื่อความแน่ชัด
สำหรับเรือที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและนำมาจอดไว้ที่ สถานีตำรวจน้ำสตูลนั้น ขณะนี้มีทั้งหมด 5 ลำ ประกอบไปด้วย เรือสปี๊ทโบ๊ท ขนาด 4 เครื่อง 1 ลำ เรืออวนลากดัดแปลง ชื่อ หงส์ทอง 2000 จำนวน 1 ลำ เรือสเรือสปี๊ทโบ๊ทชื่อ ป๊อปอาย ลำเล็ก 1 ลำ เรือตรวจการณ์ซึ่งมีสัญญลักษณ์ที่มีสิงห์เป็นตราสัญลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย และลำสุดท้าย เรือ สปี๊ทโบ๊ท จอนสัน 225 อีก1 ลำ ที่ซึ่งเป็นลำที่ทางเจ้าของนำเอกสารมาแสดงสิทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสูตลได้มีการประชุมเพื่อถอดถอนนาย อาบู ฮะอุรา สจ.เขตควนโด และ นาย อานัส หะยีมาแซ สจ.ตำมะลัง ซึ่งอยู่ในขบวนการการค้ามนุษย์ โดยนาย จำรูญ ดีเสาวภาคย์ ประธานสภา บอกว่า ได้มีการเรียกประชุมสภาโดยมี สมาชิกสภาและเจ้าหน้าที่ อบจ.ทุกภาคส่วนเข้าประชุม หลังจากที่ได้รับมอบหมายให้มีการดำเนินการโดยวันนี้ไม่ได้มีการสั่งปลดหรือถอดถอน นายอายู และนายอานัส ออก เนื่องจากต้องมีการประชุมหนึ่งในสามของสมาชิกหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะอยู่ในวาระหน้าและต้องรอสมาชิกสภาทั้งหมดพร้อมจึงจะลงมติ ส่วนอีกกรณีที่ไม่สามารถถอดถอนออกจากตำแหน่งได้เนื่องจากตอนนี้คดียังไม่สิ้นสุดต้องรอคำสั่งจากศาลอีกครั้ง



