
หนุ่มซิ่งกระบะชนทะลุกำแพงอู่รถดับสยอง
18 พ.ค. 2558
หนุ่มซิ่งกระบะชนทะลุกำแพงอู่รถดับสยอง คาดไม่ชำนาญเส้นทาง
วันที่ 18 พ.ค.58 ร.ต.ท.ไพบูลย์ โพธิ์ทอง พนักงานสอบสวน สน.สายไหม ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 17 พ.ค.58 เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนกำแพงของอู่จำหน่ายยางรถยนต์ เอสบี เซอร์วิส เลขที่ 14/21 ม.1 ถนนสุขาภิบาล 5 ตรงข้ามซอย 60 แขวงออมเงิน เขตสายไหม กทม. มีผู้เสียเสียชีวิต 1 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.สายไหม แพทย์นิเวชฯ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบกำแพงปูนซีเมนต์และประตูรั้วอลูมิเนียของอู่ดังกล่าวพังยับเยิน ติดกันบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณ พบรูปปั้นเสือ ม้าลายแตกล้มเกลื่อน ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ แอล 200 สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผ 2774 กรุงเทพมหานคร ในสภาพหน้ารถฝั่งซ้ายบุบ ประตูคนขับยุบ ล้อคู่หน้ายางแตก ที่เบาะรถฝั่งคนขับพบศพ นายวรวิทย์ แดงช่วย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 179/2 ม.1 ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ถูดแรงรถอัดกับพวงมาลัยศีรษะพาดออกมานอกกระจกรถ ตรวจสอบพบบาดแผลรอยแตกที่หน้าผาก และคอหัก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่ง รพ.ภูมิพลฯ
จากการสอบปากคำ น.ส.มณฑา โพธิ์ศรี อายุ 52 ปี เจ้าของอู่ดังกล่าว ให้การว่า ขณะเกิดเหตุนอนพักผ่อนอยู่ ได้ยินเสียงดังสนั่น เมื่อออกมาดูพบรถกระบะคันดังกล่าวพุ่งทะลุเข้ามาในกำแพงรั้วปูนและรั้วอลูมิเนียม ที่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองภายในพื้นที่อู่ โชคดีเป็นเวลาที่อู่ปิด จึงไม่มีคนในบ้านและคนงานได้รับบาดเจ็บ เมื่อเดินไปดูคนขับพบว่าคนขับเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่น่าใช่คนแถวนี้เพราะไม่คุ้นหน้า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 1 ปี เคยมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนเสาไฟฟ้าขาดที่นอกรั้วข้างศาลมาแล้ว แต่คนขับไม่เป็นอะไร สาเหตุที่เกิดไม่น่าจะใช่ความเฮี้ยนของศาล แต่เป็นเพราะก่อนถึงอู่ประมาณ 100 เมตร มีสะพานข้ามคลองซึ่งจะเป็นเนิน เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วก็จะเหินจนประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเคยร้องเรียนไปทาง กทม.ให้ปรับปรุงแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข
ด้าน ร.ต.ท.ไพบูลย์ กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนนี้คาดว่าผู้ตายอาจไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อขับมาขึ้นสะพานข้ามคลองซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ รถน่าจะเสียหลักเหินพุ่งชนกำแพงรั้วของอู่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะติดต่อญาติของผู้ตายให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
นศ.ซิ่งเก๋งอัดท้ายรถสิบล้อสาหัส4ราย
เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 18พ.ค.58 ร.ต.ท. สุรสิทธิ์ใจเที่ยง ร้อยเวร สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนท้ายรถสิบล้อมีผู้บาดเจ็บติดภายในรถจำนวน 4 ราย เหตุเกิดบนถนนสายอยุธยา-อ่างทอง หมู่ที่5 ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลป่าโมก และเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 81-0360 อ่างทอง จอดอยู่ริมถนน ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีเทา หมายเลขทะเบียน กจ-1852 พระนครศรีอยุธยา พุ่งตกถนนอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับ ภายในรถมีคนเจ็บติดอยู่ภายใน 4 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำตัวออกมาจากรถ ก่อนส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลป่าโมก พบแต่ละคนมีบาดแผลตามศีรษะและตามร่างกาย โดยคนขับนั้นมีบาดแผลที่ใบหน้า และแขนหัก แพทย์ทำการรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลอ่างทอง ทราบชื่อภายหลัง คือ นายนิติพลผดุงศิลป์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่16ถ.นางสร้อยระย้า ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี คนขับรถ นายสมพงษ์มลเทียน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่23 หมู่ที่6 ต.ตลาดน้อย อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี นายณัฐวุฒิไม้แก่ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่8 หมู่7 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี และนางสาวปัทมายังมี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่95/34 ต.วัดตูม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทั้งหมดเป็นนักศึกษาปีที่ 2
จากการสอบถามนายนิติพล คนขับ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนๆ ได้เดินทางไปเที่ยวบ้านแฟนของตนที่จังหวัดสิงห์บุรี ระหว่างเดินทางกลับจังหวัดกลับหอพักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ได้ขับรถชนรถสิบล้ออย่างจัง ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนและเพื่อน ๆ ได้ไปเที่ยวผับแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี หลังจากผับเลิก ก็จะเดินทางกลับหอพักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างที่ตนนั่งมาในรถ ก็นั่งหลับมา จนกระทั่งมาเกิดเหตุรถชน
ด้านนายวินัยพัฒนมงคล อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่14 หมู่ที่5 ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คนขับรถสิบล้อ กล่าวว่าตนขับรถบรรทุกอิฐมาเต็มคันออกจากป่าโมก จะไปส่งให้ลูกค้าที่กรุงเทพฯ ซึ่งช่วงที่ขับรถมานั้น ก็ได้สังเกตเห็นรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งขับมาข้างหลังด้วยความเร็วสูง จู่ ๆ รถคันดังกล่าวก็พุ่งชนท้ายรถของตนอย่างจัง ก่อนที่จะกระเด็นตกถนน
ร.ต.ท.สุรสิทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้เดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี แล้วก็แวะเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่ง หลังจากผับเลิกทั้งหมดก็พากันเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายนิติพล เป็นคนขับ พอมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่านายนิติพลอาจจะหลับใน หรือมีอาการมึนเมา จึงทำให้รถพุ่งชนท้ายรถสิบล้อที่บรรทุกอิฐที่ขับอยู่ข้างหน้า ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งตกถนนจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมดนั้นพบว่า ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในอาการคล้ายคนเมา ถามตอบไม่รู้เรื่อง พูดจาวกวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้แพทย์ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ก่อนที่จะทำการสอบสวนต่อไป



