
เลขาฯยูเอ็นต่อสายบิ๊กตู่คุยโรฮิงญา
เลขาฯยูเอ็นต่อสายบิ๊กตู่คุยโรฮิงญา พร้อมหนุนประชุมร่วม15ประเทศ ออกหมายจับอีก1แก๊งค้าโรฮิงญา
17พ.ค.2558 พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ในฐานะทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ 17 พ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น ตามเวลาในประเทศไทย นาย บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ โทรศัพท์ถึง พลเอกประยุทธ จันทร์โอ นายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การอพยพของชาวโรฮีงญาที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น โดยแสดงความเห็นว่าคนเหล่านี้ควรจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) และมีสิทธิขั้นพื้นฐาน(Human Basic Rights)ในการใช้ดำรงชีวิต
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์เช่นกันและได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าตรวจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึบการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ เพื่อดูแลบริเวณน่านน้ำไทย ทั้งนี้ที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจพบเรือชาวโรฮีงญา ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบในเบื้องต้นถึงสภาพเรือ ความเป็นอยู่ พร้อมสอบถามความต้องการและเจตนารมณ์ของคนเหล่านี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม และตามความสมัครใจของคนเหล่านั้นเช่นกรณีล่าสุดเจ้าหน้าที่ไทยได้รับการร้องขอให้ช่วยเรื่องการซ่อมเรือ พร้อมทั้งขอสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องอาหารและ น้ำเพื่อบริโภค-อุปโภค ยารักษาโรคและน้ำมันเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามตามความสมัครใจของคนเหล่านั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่าการทำงานของหน่วยเฉพาะกิจเป็นไปตามขั้นตอนโดยมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นลำดับแรก จากนั้นจะสอบถามความสมัครใจของชาวโรฮีนจา
ทั้งนี้การปฏิบัติของไทยนอกจากจะอยู่บนพื้นฐานหลักมนุษยธรรมแล้วยังเป็นไปตามหลักกฏหมายสากล กฏหมายทางทะเลและกฏหมายระหว่างประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีย้ำว่าทุกประเทศต่างก็มีกฏหมายของตนในการปฏิบัติต่อสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นการดำเนินการใดๆจะต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย
ขณะที่เลขาธิการสหประชาติ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยและสอบถามถึงการประชุมวาระพิเศษเรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานอย่างไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมว่าเป็นความริเริ่มที่สำคัญของไทยในการแสวงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อธิบายว่ารัฐบาลไทยตระหนักดีถึงความเร่งด่วนในเรื่องนี้และเห็นว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศและทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสหประชาติที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือ โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้สหประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจน เน้นการพัฒนาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยหวังให้คนเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตได้ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน และเห็นว่าการประชุมร่วมของ 15 ประเทศ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 พ.ค. นี้น่าจะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางเพื่อแสวงหาแนวทางและข้อสรุปของการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ที่สำคัญกว่านั้นเวทีนี้จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียนในการแสดงความรับผิดชอบต่อมวลมนุษยชาติ
พล.ต.วีรชน กล่าวด้วยว่า ในตอนท้ายของการพูดคุยดังกล่าวนายกรัฐมนตรี ยังขอให้เลขาธิการสหประชาชาติช่วยทำความเข้าใจกับองค์กรต่างๆ ให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบเน้นความร่วมมือ เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมตามหลักมนุษยธรรมบนพื้นฐานของกฏหมายที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดความข้ดแยังทางการเมือง ซึ่งเลขาธิการสหประชาติ กล่าวพร้อมสนับสนุนแนวความคิดนี้และพร้อมร่วมมือเพื่อให้การประชุมของ 15 ประเทศ ประสบผลสำเร็จรวมทั้งขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยและอาเซียนด้วย
ออกหมายจับอีก1แก๊งค้าโรฮิงญา
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ว่าวันนี้ได้รับแจ้งว่าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย โดยรายนี้เป็นระดับกลาง เป็นลูกน้องของคนที่ดูแลเรื่องการขนส่ง รวมเป็นออกหมายจับแล้วขณะนี้ 62 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 27 ราย คาดว่าวันนี้จะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวอีก 2 ราย ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมโกโต้ง หรือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หัวหน้าเครือข่ายขบวนการค้าโรฮีงญาข้ามชาติได้แล้วนั้น
ตนตรวจสอบแล้วยังไม่มี เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ซึ่งตัวโกโต้ง คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศ ก่อนหน้านี้ทางญาติก็ประสานขอเข้ามอบตัวมาทางเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ใน ตร.แต่ยังไม่กำหนดวัน ซึ่งคาดว่าคงเป็นเร็วๆนี้ ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหายื่นข้อเสนอว่าจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยขอให้ได้รับอนุญาตให้ประตัวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังรับปากอะไรให้ไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ตามหากผู้ต้องหาไม่เข้ามามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีอยู่แล้ว ซึ่งหากมีข้อมูลหรือรู้ที่อยู่ก็จะดำเนินการจับกุมโดยทันที ส่วนคนที่เกี่ยวข้องที่มีระดับใหญ่กว่าโกโต้ง นั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่มีเพียงข้อมูลซึ่งยังบางมาก หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะออกหมายจับได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการไทยจะยอมรับชาวโรฮีนจาในฐานะผู้ลี้ภัยหรือไม่ โฆษก ตร. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทางรัฐบาลก็ไม่มีนโยบายที่จะเปิดศูนย์พักพิงถาวร ตอนมีเพียงแต่แคมป์ชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหากลุ่มพวกที่หลบหนีเข้าเมืองมาก่อน ถ้าเราเปิดแคมป์ถาวรก็เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ซึ่งขณะนี้ได้ควบคุมตัวชาวโรฮีนจาไว้ที่ที่พักชั่วคราวแล้วประมาณ 200-300 คน ทั้งหมดนี้เป็นโรฮีงญาที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ประมาณ 40 % นอกเหนือจากนั้นเป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมือง
ทั้งนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่ทำมวลชนเพื่อสอบถามข้อมูลและเบาะแสจากชาวบ้านเพื่อนำมาเเก้ไขปัญหาและติดตามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาต่อไป



