ข่าว

บีโอไออุ้มค่ายรถผลิตอีโคคาร์หั่นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-ชิ้นส่วนสูงสุด90%นาน2ปี

บีโอไออุ้มค่ายรถผลิตอีโคคาร์หั่นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-ชิ้นส่วนสูงสุด90%นาน2ปี

16 ก.ค. 2552

บีโอไอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนตามมาตรา 30 ให้ผู้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์ สูงสุด 90% เป็นเวลา 2 ปี ระบุลดต้นทุนการผลิตได้คันละ 1 แสนบาท ช่วยให้ค่ายรถทำตลาดในประเทศและแข่งขันในตลาดนอกได้ เผยมีผู้ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนแล้ว 6 บริษัท มูลค่า 4-5 หมื่นล้าน

นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเห็นชอบให้ลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนตามมาตรา 30 แก่กิจการผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรการฐานสากล (อีโคคาร์) ในอัตราสูงสุด 90% เป็นเวลา 2 ปี โดยจะพิจารณาอนุมัติคราวละ 1 ปี ซึ่งจะทำให้การผลิตรถยนต์อีโคคาร์มีต้นทุนต่ำลงคันละ 1 แสนบาท เป็นการลดภาระต้นทุนให้ผู้ผลิตสามารถสร้างตลาดในประเทศได้ และช่วยให้เกิดการสร้างฐานการผลิตที่ใหญ่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้

 "ต้นทุนการผลิตของรถอีโคคาร์จะสูงกว่าปกติ เพราะมีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย รัฐบาลจึงมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนในด้านต่างๆ รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน และเพื่อจูงใจให้มีการผลิตรถอีโคคาร์ในไทยมากขึ้น คณะกรรมการบีโอไอจึงให้สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นตามมาตรา 30 เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทลดลงอีกทางหนึ่ง" นางอรรชกา กล่าว

 ทั้งนี้ ปัจจุบันมีค่ายรถยนต์ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์อีโคคาร์จากบีโอไอแล้ว 6 บริษัท มูลค่าลงทุนรวม 4-5 หมื่นล้านบาท ได้แก่ นิสสัน ฮอนด้า โตโยต้า ทาทา ซูซูกิ และมิตซูบิซิ ซึ่งบริษัทนิสสันมีแผนการผลิตที่ชัดเจนในต้นปีหน้า ขณะนี้เริ่มนำเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเข้ามาแล้ว ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นอีก 5 รายยังไม่มีความชัดเจน เพราะในภาวะเศรษฐกิจคงต้องให้เวลาบริษัทในการตัดสินใจ

 นางอรรชกา  กล่าวว่าที่ประชุมยังได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 4 โครงการ มูลค่า 6,917 ล้านบาท ได้แก่ 1.บริษัท โออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด ลงทุนเพื่อขยายกิจการผลิตน้ำพืช ผัก ผลไม้ บรรจุภาชนะผนึก มูลค่า 1,430 ล้านบาท 2.บริษัท สยามโซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากความร้อนแสงอาทิตย์ มูลค่า 2,330 ล้านบาท 3.บริษัท ทาสโก้ ชิปปิ้ง จำกัด ลงทุนเพื่อขยายกิจการขนส่งทางเรือ มูลค่า 844 ล้าน และ 4.บริษัท เมอร์เมด ออฟชอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ลงทุนเพื่อขยายกิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์และสำรวจด้านโครงสร้างของแท่นขุดเจาะและตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มูลค่า 2,313 ล้านบาท

 สำหรับภาวะการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 465 โครงการ รวมมูลค่า 183,700 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2551 ที่มีมูลค่าการลงทุน 197,200 ล้านบาท ประมาณ 7%ส่วนมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมามีมูลค่า 49,980 ล้านบาท