ข่าว

พท.เหน็บตอบแทนยึดอำนาจ5หมื่นล.ไม่ผิด

พท.เหน็บตอบแทนยึดอำนาจ5หมื่นล.ไม่ผิด

16 พ.ค. 2558

เหน็บ 'ครม.ประยุทธ์' อนุมัติงบสองขั้น-ทวีคูณ ให้คนยึดอำนาจ 5 หมื่นล.มากกว่า 'รบ.ยิ่งลักษณ์' จ่ายเงินเยียวยา 25 เท่า ไม่ผิด แต่ พท.กลับถูกดำเนินคดี

 
                   16 พ.ค. 58  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองงานโฆษกพรรคเพื่อไทยได้ส่งบทความของนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผ่านทางไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า 
 
                   " การจ่ายเงินเยียวยาประชาชนกับการจ่ายรางวัลคนยึดอำนาจ ตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายกยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี รวม 34 คน กรณีมีมติเห็นชอบให้ใช้เงินงบกลางจำนวน 2,000 ล้านบาท จ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี พ.ศ. 2548 - 2553 เนื่องจากเป็นการออกหลักเกณฑ์และอัตราการเยียวยาโดยไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ถือเป็นการจ่ายในลักษณะเงินสงเคราะห์ ซึ่งจะต้องมีกฎหมายมารองรับ จึงเป็นการจ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ อัตราการเยียวยาเป็นเงินจำนวนสูงมาก จึงเป็นการนำเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง 
 
                   แต่ก่อนมีความเห็นผมขอให้กำลังใจท่านนายกยิ่งลักษณ์ และ ครม.ทุกท่านว่า คิดถูกแล้วที่เลือกยืนข้างประชาชนและประชาธิปไตย อำนาจที่มิได้เป็นไปตามทำนองคลองธรรมไม่ยั่งยืนหรอกครับ
 
                   1. การจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2553 เป็นการปฏิบัติไปตามคำแนะนำของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ที่ให้รัฐบาลเร่งทำการเยียวยาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ตามนโยบายการสร้างความปรองดองที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา
 
                   2. คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) มีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานได้ให้ความเห็นเรื่องเงินงบกลางว่า เป็นรายจ่ายที่ตั้งสำรองไว้เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ที่จะสามารถจัดสรรงบดังกล่าวไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ต่างๆ ของประเทศในกรณีจำเป็นหรือกรณีฉุกเฉิน ที่ผ่านมา ครม.ได้เคยมีมติให้ใช้งบกลางเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาทางการเงินในหลายกรณี เช่น การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร การช่วยเหลือเยียวยาเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์ปี 2535 เป็นต้นมา จึงเป็นเรื่องทางนโยบายที่อยู่ในอำนาจของ ครม.ที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบการจ่ายในอัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสมอภาคและเป็นธรรมตลอดจนความพร้อมด้านงบประมาณของรัฐ แบบนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ผิดได้อย่างไรครับ เรื่องเดียวกันนี้ศาลปกครองกลางเคยพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ตกลงเอากันอย่างไรครับประเทศนี้
 
                   3. ผมขอเปรียบเทียบการจ่ายเงินของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา กับการจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ที่มายึดอำนาจจากประชาชน ที่รัฐบาลประยุทธ์เพิ่งอนุมัติรางวัลให้โดยใช้เงินไปอย่างต่ำ 50,000 ล้านบาท มากกว่าที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อนุมัติไปถึง 25 เท่า ดังนี้
 
                   (1) เมื่อ 7 พฤษภาคม 2558 ครม.ประยุทธ์ มีมติเห็นชอบให้เลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้นนอกเหนือโควตาปกติ จากงบกลางเพิ่มเติมให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานใน คสช. ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 ตอบแทนผลการปฏิบัติงานจำนวน 34,421 ราย คิดเฉลี่ยขั้นเงินเดือนละประมาณ 1,000 บาท ผลการอนุมัติทำให้เป็นภาระกับงบประมาณเพิ่มขึ้นปีละ 826 ล้านบาท หากกำลังพลเฉลี่ยอายุที่ 40 ปี จะเป็นภาระที่รัฐต้องจ่ายเพิ่มอีก 20 ปีจนกว่าจะเกษียณอายุเป็นเงินทั้งสิ้น 16,520 ล้านบาท
 
                   (2) ต่อมา 12 พฤษภาคม 2558 ครม.ประยุทธ์ มีมติอนุมัติหลักการให้ข้าราชการทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม และทหารกองประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตที่ได้ประกาศกฎอัยการศึก (ทั่วราชอาณาจักร) ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ถึง 1 เมษายน 2558 ได้รับสิทธิ์นับเวลาราชการเป็นทวีคูณ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบากและมีความเสี่ยงอันตราย ผลการอนุมัติเป็นภาระกับงบประมาณที่ต้องจ่ายบำนาญให้กับกำลังพลของกระทรวงกลาโหมจำนวนทั้งหมด 432,242 คน เพิ่มขึ้นคนละ 3,970 บาทต่อปี หรือปีละ 1,716 ล้านบาท หากกำลังพลเฉลี่ยเสียชีวิตเมื่ออายุ 80 ปี จะเป็นภาระแก่งบประมาณเพิ่มขึ้น 34,320 ล้านบาท
 
                   4. ผมน้อยใจแทนรัฐบาลที่มาจากประชาชนที่อนุมัติเงินงบกลางเพียง 2,000 ล้านบาท จ่ายชดเชยเยียวยาแก่พี่น้องประชาชนที่บาดเจ็บล้มตายโดยไม่เลือกปฏิบัติ กลับถูกคนของพรรคการเมืองหนึ่งไปร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินคดี ผมเลยหยิบยกเรื่องราวของ ครม.ของรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจของประชาชนที่หลายคนเคยเชียร์อย่างออกหน้าออกตา ที่เพิ่งอนุมัติให้ใช้เงินงบประมาณเหมือนกัน แต่มากกว่านายกยิ่งลักษณ์อนุมัติถึง 25 เท่า พี่น้องคิดว่าจะมีใครออกมาปกป้องผลประโยชน์ของท่านมั้ย ผมว่าการอนุมัติสองขั้นกับทวีคูณให้คนที่มายึดอำนาจมีเหตุผลน้อยกว่าที่เยียวยาประชาชนอีก กลายเป็นพวกเราถูกยึดอำนาจแล้วยังต้องถูกบังคับให้จ่ายค่ารถและรางวัลให้กับคนที่มายึดอำนาจอีก มากไปมั้ยครับ ที่สำคัญคนอนุมัติใน ครม. กับคนได้รับผลประโยชน์ยังเป็นคนๆ เดียวกันอีก แบบนี้ถือเป็นกรณีจำเป็นและฉุกเฉิน ไม่เป็นการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ มีกรอบกฎหมายรองรับ ไม่เลือกปฏิบัติและไม่เป็นการเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง จำนวนเงินไม่สูงเป็นไปตามวินัยการเงินการคลังทุกประการแล้วใช่มั้ยครับ "
 
 
 
เตรียมนัดถก สนช.รับลูก ป.ป.ช.ฟันประเด็นที่มา ส.ว.
 
 
                   นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะมีการนัดอดีต ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย ประชุมแสดงความเห็น หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับเรื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เดินหน้าถอดถอน 250 อดีต ส.ส. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ส่วนวันและสถานที่นั้น ยังไม่ได้กำหนด คงต้องรอให้ สนช.รับเรื่องก่อน สำหรับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคอื่นนั้นคงมีการนัดหมายของแต่ละภาคต่อไป ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเราทำถูกต้องตามข้อกฎหมาย อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 50 ได้ให้เอกสิทธิ์และให้ความคุ้มครองกับ ส.ส.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องระดมความคิดเห็นเพื่อต่อสู้ในทางคดีต่อไป 
 
                   ทั้งนี้ถ้าจะให้คุยทางโทรศัพท์อย่างเดียวนั้นคงไม่ได้ ต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันในการที่จะอภิปรายและชี้แจงต่อ สนช.และไม่กังวลว่าจะขัดกับคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะเป็นเรื่องของคดี ยืนยันว่า เป็นการหารือในเรื่องคดีเท่านั้น เราไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง และการหารือก็คงใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง