ข่าว

ปชป.เชื่อ'ปู'โดนอาญาเยียวยาเสื้อแดง

ปชป.เชื่อ'ปู'โดนอาญาเยียวยาเสื้อแดง

16 พ.ค. 2558

'ปชป.' ชี้ 'รบ.ปู' เยียวยาเสื้อแดง ขัด รธน.50 ส่อโดนถอดถอน-อาญา จี้ 'พท.' ยอมรับมติ ป.ป.ช. แนะ คสช.เร่งเปิดทางทำประชามติ

 
                   16 พ.ค. 58  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ เยียวยาผู้ชุมนุมผิด ก่อนนี้ก็ต้องผิดและต่อไปก็ไม่ต้องเยียวยาใครแล้ว หลังจากมติอนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับ ว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยยอมรับคำตัดสินใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าขององค์กรใดก็ตาม ถ้าเขาเสียผลประโยชน์ ถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยยอมรับกฎกติกาของบ้านเมือง แม้แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
 
                   นายวัชระ กล่าวว่า การจ่ายเงินเยียวยาของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรด้วยความอหังการว่า มีอำนาจ สามารถทำได้ เพราะเขาถือว่ามติ ครม.ของเขาชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการออกระเบียบจ่ายเงินเยียวยาที่ไม่มีกฎหมายฉบับใดให้การรับรอง ส่วนที่อ้างว่าได้สอบถามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา และจ่ายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เห็นว่า กฤษฎีกาบางคณะไม่ได้ให้คำปรึกษารัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา เพราะถูกแรงบีบจากอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือแม้แต่รัฐบาลของอดีตนายกฯ ก็ตาม ฉะนั้นจะนำมากล่าวอ้างไม่ได้ รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่เยียวยา รายละ 7.5 ล้านบาท ก็เป็นตัวเลขที่แกนนำคนเสื้อแดงอุปโลกน์ขึ้นมา ไม่ได้เป็นไปตามที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เสนอ แต่แกนนำเสื้อแดงกลับใช้ข้อเสนอของนายคณิต ไปตีกินว่าต้องจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งสอดคล้องกับการไปปลุกระดมให้คนไปชุมนุมว่า ถ้าใครตายจะได้เงินสูงถึง 10 ล้านบาท
 
                   ส่วนที่พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การจ่ายเงินเยียวยาของ ครม.ยิ่งลักษณ์ มีเจตนารมณ์ แก้ไข ไม่แก้แค้น มุ่งลดความขัดแย้ง ไม่เลือกข้าง ไม่แบ่งสี ไม่เอื้อพวกพ้องหรือหวังผลทางการเมือง จ่ายครอบคลุมตั้งแต่ปี 2548 - 2553 นั้น นายวัชระ กล่าวว่า เป็นคำอ้างที่ไม่ตรงความจริง เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริง เขาต้องการนำเงินของประเทศมาจ่ายให้มวลชนเสื้อแดงเท่านั้น ถ้าคิดตามหลักความเป็นจริงต้องเป็นเงินของอดีตนายกฯ เท่านั้น ไม่ใช่นำเงินของคนทั้งประเทศมาจ่าย
 
 
 
จี้ 'พท.' ยอมรับมติ ป.ป.ช.
 
 
                   นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) 34 คน กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับ ว่า ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย ยอมรับคำตัดสินของ ป.ป.ช. และที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ทักท้วงมาตลอดว่า การจ่ายเงินเยียวยาดังกล่าว ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง จากการชุมนุม แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับออกมติ ครม.เพื่อพวกพ้องตัวเองในขณะที่เป็นรัฐบาล ส่อให้เห็นถึงเจตนาว่าต้องการที่จะเยียวยาให้กับคนกลุ่มไหนบ้าง และการดำเนินการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ยึดหลักนิติธรรมในการบริหารประเทศ แต่ทำตามอำเภอใจ
 
                   นายราเมศ กล่าวว่า คิดว่า ป.ป.ช.ชี้มูลครั้งนี้เป็นการตอกย้ำการกระทำของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่า มีการปฏิบัติที่ขัดต่อกฎหมายและเลือกปฏิบัติ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะนำไปสู่การถอดถอนในคดีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แต่เชื่อว่ามติของ ป.ป.ช.จะนำไปสู่คดีอาญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผิดต่อมาตรา 157 อย่างแน่นอน แต่เมื่อมีการออกเป็นมติ ครม.แล้ว ครม.ทุกคนที่ร่วมในการมีมติครั้งนั้นจะต้องรับผิดชอบด้วย และในการที่มีมติจ่ายเงินเยียวยาโดยไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์และไม่มีกฎหมายรองรับ คิดว่าจะเป็นอีกข้อหนึ่งที่สร้างความหนักใจให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม. ทั้งนี้ เชื่อว่าคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการทุกอย่างตามข้อกฎหมายและตรงไปตรงมา
 
  
 
 
คสช.ควรเร่งแก้ รธน.ชั่วคราว เปิดทางทำประชามติ
 
 
                   นายราเมศ แถลงถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะรัฐธรรมนูญจะต้องใช้กับประชาชนทั้งประเทศ และถือว่าประชาชนมีผลกระทบโดยตรง จึงมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น และการทำประชามติก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันการโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทั้งนี้ หากจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องขอความเห็นจากประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของ คสช.ที่ควรระบุให้ชัดว่า จะทำประชามติหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า คสช.ควรเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติ และแก้ไขหลักการของกฎหมายว่าด้วยการทำประชามติที่ระบุชัดเจนว่าเรื่องใดที่มีความสำคัญกับประเทศชาติก็สามารถทำประชามติได้ ดังนั้นก่อนที่จะมีการทำประชามติก็ต้องบอกให้ประชาชนรับรู้ถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
 
                   นายราเมศ กล่าวว่า หลังจากทำประชามติแล้ว รัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบหรือไม่เป็นเรื่องในอนาคตที่เป็นการคาดการณ์กันมากมาย ทั้งนี้คงต้องรอจนถึงวันที่รัฐธรรมนูญผ่านขั้นตอนทุกอย่างก่อน จึงจะสามารถทราบได้ว่าประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ส่วนที่หลายฝ่ายระบุว่า หากทำประชามติจะเป็นการยืดเวลาการเลือกตั้งออกไป ซึ่งจะมีผลทำให้ยืดอายุการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ถือเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า เห็นว่าไม่ควรดูถูกนักการเมืองที่เรียกร้องให้มีการทำประชามติ เพราะไม่ได้เรียกร้องให้ต้องการขยายเวลา แต่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการที่ท่านเข้ามาในช่วงรัฐประหารมีวัตถุประสงค์อย่างไรกันแน่
  
 
 
ดักคอ กมธ.ยกร่างฯ อย่าวางกับดักชาติ
 
 
                   นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง 7 ข้อสรุปของ 74 พรรคการเมืองระหว่างการสัมมนารับฟังความเห็นของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ขอให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพราะจะเป็นปัญหาในอนาคตว่า ขอให้ กมธ.ยกร่างฯ รับฟังและเปิดใจกว้าง เพราะฝ่ายปฏิบัติ และ กมธ.ปฏิรูปการเมืองเองก็ย้ำว่ามีปัญหาแน่ โดยเฉพาะ ม.181 - 182 อำนาจนายกฯ หนีการอภิปรายฯ และให้อำนาจ ส.ว.ลากตั้งถอดถอนได้ จึงขึ้นอยู่กับความจริงใจของ กมธ.ยกร่างฯ ว่าจะวางกับดักประเทศไว้อย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือไม่ เพราะมีความเห็นตรงกันหลายฝ่ายว่า วันนี้เรามานั่งเถียงเรื่องเหล่านี้ ตามหมากที่เขาวางไว้ ใช่หรือไม่
 
                   นายประมวล กล่าวถึง กรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้ทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นหนึ่งในเกมลากยาวเพื่ออยู่ในอำนาจ ทั้งที่ความจริง ประชาชนยังไม่รู้เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญเลย เพราะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง หากจะหว่านเงิน 3 พันล้านทำประชามติ เห็นว่า เอาเงินนี้ไปช่วยเหลือแทรกแซงราคาพืชผลการเกษตรดีกว่า ส่วนรัฐธรรมนูญ เมื่อทุกฝ่ายเตือนแล้วให้แก้ไข แต่ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ทำ เมื่อมีปัญหา ก็ต้องโทษและก่นด่าทั้ง 36 อรหันต์ ว่าจะยอมเสียคน รับใช้อำนาจอย่างหน้ามืดตามัวเช่นนี้หรือ
 
                   "ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาว่า มีการจุดประเด็นให้สังคมเถียงกันไป เพราะมีทางออกในการสืบต่ออำนาจ คือ 1. จะให้มีการทำประชามติหรือไม่ ถ้าให้ทำ และผ่าน ก็เป็นไปตามโรดแม็พ ในร่างรัฐธรรมนูญก็มีการเขียนรองรับองค์กรใหม่เพื่อสืบต่ออำนาจแล้ว หรือ 2. กรณีไม่ผ่านการทำประชามติ ทั้ง กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.ก็ตายตกตามกันเป็นแฝดอินจันที่เขาว่ากัน ส่วนที่มี สปช.บางส่วนออกมาขู่ว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญหากไม่แก้ไขนั้น ก็ต้องชื่นชม แต่ถามว่าจะมีสักกี่คนที่จะกล้าฆ่าตัวเอง และหากทำได้จริง ก็เข้าเกมผู้มีอำนาจที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เช่นกัน ทุกทางเข้าเกมเขาหมด"