ข่าว

จับแชมป์เอ็กซ์ตรีมขโมยจักรยาน

จับแชมป์เอ็กซ์ตรีมขโมยจักรยาน

16 พ.ค. 2558

ตร.บุปผาราม จับอดีตนักเรียนนอก แชมป์เอ็กซ์ตรีม ตกอับขโมยจักรยานเสือภูเขา ข้างบ้านบิ๊กตำรวจ ตรวจสอบพบประวัติก่อเหตุลักทรัพย์หลายคดี

         เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม และ ร.ต.อ.เสกสรรค์ ปะเทสังข์ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายพิเชษฐ์ หรือแบงก์ ไสยสุข อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 2 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเคหสถาน พร้อมของกลางรถจักรยานเสือภูเขา ยี่ห้อ WCI รุ่น RD-1 จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 10,000 บาท โดยถูกจับกุมตัวได้ที่ป้ายรถประจำทางตรงข้ามโรงเรียนศึกษานารี แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.
 
         พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้ ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานของกลาง ซึ่งจอดอยู่ในบ้านของ นายสมปอง จิระประวัติตระกูล อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย ตั้งอยู่เลขที่ 1 ซอยอิสรภาพ 5 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. โดยกล้องวงจรปิดภายในบ้านสามารถบันทึกเหตุการณ์ และใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน จากนั้นฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม จึงแกะรอยตามล่าตัวคนร้ายจากกล้องตามเส้นทางที่ปั่นรถจักรยานหลบหนี กระทั่งพบว่า ผู้ต้องหานำรถไปจอดรอขายให้ลูกค้าที่ป้ายรถประจำทางตรงข้ามโรงเรียนศึกษานารี จึงนำกำลังไปดักซุ่มจับกุมตัวเอาไว้ได้ดังกล่าว
 
          จากการสอบสวน นายพิเชษฐ์ ยอมรับว่า ตนก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานของผู้เสียหายจริง เพราะต้องการนำไปจำนำหาเงินลงทุนเปิดร้านรับซื้อของเก่าย่านคลองหลอด โดยปกติตนมักจะไปหาซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือซากมือถือเก่าๆ มาซ่อมแซมเพื่อนำไปขายต่ออยู่แล้ว เมื่อลักทรัพย์รถจักรยานคันดังกล่าวมา จึงติดต่อไปหาลูกค้า เพื่อจะขอจำนำของเอาไว้ในราคา 1,200 บาท แต่ขณะนำรถไปจอดทิ้งไว้เพื่อรอรับเงิน กลับถูกตำรวจตามมารวบตัวเอาไว้ได้ โดยก่อนหน้านี้หลังจบ ม.3 ที่โรงเรียนลาซาล ตนเคยเป็นนักเรียนทุนเอเอฟเอส ไปเรียนต่อระดับมัธยมที่สหรัฐอเมริกา แต่เรียนไม่จบจึงเดินทางกลับมาช่วยงานโรงกลึง และผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ที่บ้าน
 
          “ช่วงวัยรุ่นตนใช้ชีวิตโลดโผนพอสมควร ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่างมาก เคยเป็นนักขับรถมอเตอร์ไซค์วิบากโมโตครอส ทีมเพชรบูรณ์เอ็นดูโร่ และนักปั่นจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ผาดโผน เคยเข้าร่วมขับโชว์ และร่วมแข่งขันงานระดับชาติได้รางวัลมาหลายสนาม ผลงานที่สร้างชื่อที่สุดคือ แชมป์จักรยานผาดโผนงานเอเชี่ยนเอ็กซ์ทัวร์ จ.ภูเก็ต เมื่อหลายปีก่อน แต่ชีวิตมาพลิกผัน เพราะถูกจับข้อหาลักทรัพย์หมวกนิรภัย ที่ จ.เพชรบูรณ์ ติดคุกอยู่ 1 ปี 6 เดือน พอพ้นโทษออกมา ก็ไปเป็นคนขับรถ และถูกตำรวจออกหมายจับอีก ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างอีก เลยไม่กล้าเข้าบ้าน เพราะกลัวว่าจะถูกจับ จึงอาศัยหลับนอนตามป้ายรถประจำทางและเก็บของเก่าขาย หากพอมีเงินเหลือจากการขายของเก่า ก็จะเปิดโรงแรมอาบน้ำและนอนพักบ้างเป็นครั้งคราว” นายพิเชษฐ์ กล่าว
 
           ขณะที่ พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายพิเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้ พบว่า มีดีกรีเป็นถึงนักเรียนนอก แต่เลือกเดินผิดทางทำให้ชีวิตต้องตกอับ โดยนอกจากจะถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน ที่ สน.บุปผาราม แล้ว ยังต้องถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา และ สภ.บางปู จ.สมุทรปารการ อีกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน , ลักทรัพย์สินที่เป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยทั้ง 2 คดีนั้น นายพิเชษฐ์ อ้างว่า เป็นการลักเครื่องมือช่างและอะไหล่ของนายจ้างสมัยทำงานเป็นพนักงานขับรถ ซึ่งจะต้องไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป   
 
          ต่อมา นายสมปอง ผู้เสียหายได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา และรับรถจักรยานของกลางคืน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ปัจจุบันตนทำธุรกิจขายกรอบรูปอยู่ย่านสี่แยกบ้านแขก และเป็น กต.ตร.สน.บุปผาราม ด้วย สำหรับจักรยานคันดังกล่าวเป็นของลูกน้องในบ้านมีไว้ปั่นออกกำลังกาย รู้สึกตกใจที่คนร้ายกล้าบุกเข้ามาในบ้านลงมือกลางวันแสกๆ ที่สำคัญบ้านตนอยู่ห่างจากบ้านพัก พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวนสอบสวนคนปัจจุบันไม่ถึง 100 เมตร อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ที่ช่วยกันติดตามจับกุมคนร้าย จนได้จักรยานคืนในเวลาอันรวดเร็ว