ข่าว

'ประวิตร'ชี้บึ้มยะลาป่วนวุ่นวาย

'ประวิตร'ชี้บึ้มยะลาป่วนวุ่นวาย

15 พ.ค. 2558

'ประวิตร' ปัดบึ้มยะลาเอี่ยวคุยสันติสุข ทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่าที่จะทำลาย กำชับ 'ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.' ดูแลใกล้ชิด ชี้ 'ประชามติ' ฟังเสียงปชช.

 
                               15 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 09.45 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องรัฐบาลที่จะต้องขบคิดกันว่าจะทำหรือไม่ เมื่อถามว่า จะได้ข้อสรุปวันที่ 19 พฤษภาคมนี้เลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะเป็นหารือกันระหว่างคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น เรื่องนี้ต้องถาม ครม.เพราะไม่เกี่ยวกับ คสช.แต่อย่างใด ซึ่งหากถามว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเองเลยหรือไม่นั้น คิดว่าต้องฟังเสียงประชาชนก่อน และเรื่องทุกอย่างต้องผ่านกระบวนก่อน สิ่งสำคัญคือต้องแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ก่อน เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้เขียนไว้ให้ทำประชามติ ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ จะมาถามตนก็คงตอบเหมือนเดิม วนไปวนมาไม่เบื่อบ้างหรืออย่างไร
 
                               เมื่อถามว่า เริ่มมีความชัดเจนว่าจะทำประชามติ ในทางความมั่นคงมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆ ว่า "ไม่มีๆ ก็มีเท่าที่ได้ยินกันมา"
  
 
 
ปัดบึ้มยะลาเอี่ยวคุยสันติสุข กำชับ 'ผบ.ทบ. - ผบ.ตร.' ดูแลใกล้ชิด
 
 
                               เมื่อเวลา 09.50 น.  พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.ยะลา ว่า ส่วนใหญ่เป็นระเบิดที่ทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่าที่จะทำลาย เป็นระเบิดขนาดเล็ก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเช้าวันนี้ (15 พ.ค.) เกิดเหตุอีก 2 ครั้ง เป็นการเอาระเบิดปิงปองขว้างใส่ ส่วนใหญ่ทำให้เกิดเสียง โดยทาง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งให้ตั้งด่านสกัดแล้ว ขณะเดียวกัน เรามีภาพวงจรปิดที่เห็นผู้ก่อเหตุค่อนข้างชัดเจนประมาณ 4 จุด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าน่าจะจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เพราะว่าเห็นชัด จะได้รู้ว่าเป็นกลุ่มใด
 
                               พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะการจะนำระเบิดขนาดใหญ่มาวางในช่วงนี้ทำได้ยากลำบาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการป้องกัน มีกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุแล้วเราต้องเตรียมการหาตัวมาลงโทษให้ได้ ส่วนจะเกี่ยวกับแนวร่วมหรือไม่ ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ ขอให้ได้ตัวก่อน แต่เท่าที่ดูขณะนี้ไม่มีสาเหตุอะไรอื่นเลย ส่วนใหญ่เรียบร้อยดี ประชาชนมีความเข้าใจในการทำงานของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนรัฐบาลจะลงไปดูรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ ผบ.ทบ.ไปดำเนินการในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้ลงไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 มองว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อเป็นการดึงมวลชนกลับนั้น ก็อาจเป็นได้ เพราะแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ใกล้ชิด ทั้งประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระยะเวลาที่ผ่านมาที่รัฐบาลดำเนินการ เหตุต่างๆ ลดลงถึง 60% แต่มองว่าครั้งนี้ต้องการให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า
 
                               ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะทุกอย่างเดินไปอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่พูดคุยในท้องถิ่นเขาก็ดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่า พอเกิดเหตุอย่างนี้จะต้องระมัดระวังในพื้นที่อื่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการระมัดระวังอยู่แล้ว และจะใช้มาตรการในการป้องกันมากขึ้น เข้มงวดขึ้น โดยจะดูว่าจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม
 
 
 
มทภ.4 ชี้วางบึ้มหวังแย่งมวลชน ตอบโต้ 'ทุ่งยางแดง'
 
 
                               เมื่อเวลา 11.00 น.  พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึง การลอบวางระเบิด 14 จุดในพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการใช้วัตถุระเบิดขนาดเล็กที่เรียกว่าไปป์บอมบ์ มาก่อเหตุและเมื่อคืนที่ผ่านมามีการจัดงานกาชาดที่ จ.ยะลา จึงทำให้ต้องส่งกำลังรักษาความปลอดภัยเน้นหนักไปยังจุดดังกล่าว จึงทำให้เกิดช่องว่างจนสามารถนำระเบิดเข้ามาในพื้นที่ได้โดยแฝงมากับตัวบุคคล รถจักรยานยนต์ และกระจายกันไปลอบวางระเบิดจนทำให้เกิดเสียงดัง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายตัวอาคารบ้านเรือน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 10 กว่าคน
 
                               พล.ท.ปราการ กล่าวว่า จากการประเมินการก่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาเราทำงานการเมืองได้ผล สามารถเข้าไปในหมู่บ้านเป้าหมายหรือที่เรียกว่าบ้านอำนาจรัฐซ้อน โดยใช้งานการเมืองนำการทหาร นำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการต่อต้านยาเสพติด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเราสามารถเข้าไปร่วมกินร่วมนอนกับประชาชนในหมู่บ้าน จนได้ใจประชาชนและได้รับการตอบรับที่ดี ถือเป็นความก้าวหน้าในยุทธศาสตร์ที่สำคัญ อาจจะกลายเป็นประเด็น เพราะในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ก่อเหตุทดถอยในเรื่องนี้ จึงต้องสร้างสภาวะแวดล้อมให้ดูรุนแรง ตลอดจนถึง การแจ้งแบะแสของประชาชน จนทำให้เราสามารถจับกุมและนำตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้จำนวนมาก และสามารถควบคุมกลุ่มขบวนการที่เป็นคนเก่าๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็น ทุ่งยางแดงโมเดล ที่ประชาชนมีส่วนรวมออกมาช่วยรักษาความปลอดภัยบนถนนประมาณวันละ 20,000 กว่าคน ถือว่าค่อนข้างชัดเจนว่าประชาชนปฏิเสธความรุนแรง ต้องการสันติสุข และการพัฒนา ซึ่งผู้ก่อเหตุรุนแรงต้องต่อสู้กับทุ่งยางแดงโมเดล ที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่
 
                               เมื่อถามว่า เราจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะผู้ก่อเหตุต้องการดึงมวลชนกลับ พล.ท.ปราการ กล่าวว่า คงต้องใช้ยุทธศาสตร์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น ประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือและแสดงตัวว่าไม่ได้นำพาได้มาในการผ่านด่านตรวจค้นของเจ้าหน้าที่แต่ละครั้ง แม้จะลำบาก ไม่สะดวก และเสียเวลาบ้างแต่ขอให้ประชาชนได้เข้าใจและช่วยกัน เพราะจะสามารถป้องกันการก่อเหตุในเขตเมืองได้เพราะระเบิดที่นำเข้ามาเป็นระเบิดเล็กๆ ที่ซุกซ่อนในตัวบุคคล เสื้อผ้า กระเป๋า
 
                               "ยืนยันว่าขณะนี้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการใดๆ เพราะประชาชนจะเป็นแกนสำคัญในการให้ร่วมมือและเข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนช่วยกันสอดส่องดูแล และแสดงตนว่าไม่ได้นำพาอะไรมา หากจะต้องเสียเวลาบ้าง แต่จะช่วยได้มาก อย่างไรก็ตาม ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา ด้วยความห่วงใย และให้ดูแลประชาชน กำลังพล ตลอดจนทบทวนมาตรการต่างๆ ที่วางไว้ว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าพร้อมจะสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง"
 
                               เมื่อถามว่า เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างต่อการพูดคุยสร้างสันติสุขหรือไม่ พล.ท.ปราการ กล่าวยืนยันว่า ประชาชนต้องการพูดคุยสร้างสันติสุขจากเวทีที่เราจัดในพื้นที่ โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ตลอดจนผู้เห็นต่างก็ออกมาแสดงออกชัดเจนว่าต้องการพูดคุยเพื่อนำไปสู่การสร้างสันติสุข คาดว่าบุคคลที่ก่อเหตุดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นโดยใช้วิธีกระจายกันนำวัตถุระเบิดเข้ามาวางในพื้นที่ ส่วนที่มองกันว่าเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่วิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรงในช่วงที่ผ่านมานั้น ที่ผ่านมาเราจะใช้การวิสามัญให้น้อยที่สุด หรือไม่มีเลย เราจะเน้นวิธีการเชิญตัวตามหลักสันติวิธีของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยอาศัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ไปเกลี่ยกล่อมให้เขาออกมา นอกจากนี้ได้เน้นย้ำในส่วนของจังหวัดอื่นๆ ผ่าน กอ.รมน.จังหวัดว่า ถึงแม้ว่าขณะนี้ในพื้นที่ของจังหวัดใดๆ จะไม่มีการข่าวชัดเจนว่าจะมีการก่อเหตุ แต่ต้องเตรียมพื้นที่ บุคคล รู้จักวิเคราะห์ พื้นที่เสี่ยง ต้องมีแผนรองรับ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว ต้องเตรียมแผนเพื่อป้องกัน โดยเน้นประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ของตัวเอง
 
 
 
'บิ๊กป้อม' ย้ำ 'บิ๊กจิ๋ว' จัดวันเกิด อย่าทำให้แตกแยก
 
 
                               พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์กรณีการจัดงานวันคล้ายวันเกิดครบ 85 ปี ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ห่วงว่าจะมีนัยทางการเมืองอะไร ท่านเองก็เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ท่านก็อาจจะให้ข้อคิดเห็นอะไรก็เป็นเรื่องของท่าน ซึ่งจัดงานได้แต่อย่าทำให้เกิดความแตกแยกก็แล้วกัน หากจะพูดให้เกิดความปรองดองมากขึ้น ทำให้บ้านเมืองดีขึ้นก็น่าจะดี เพราะเราก็ไม่เคยไปห้ามให้ท่านไม่สัมภาษณ์อะไร แต่อย่าให้มันแตกแยกแล้วกัน
 
                               เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.ชวลิต เคยประกาศจะเป็นนายกฯ นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามท่าน ถามตนไม่ได้ เรื่องพวกนี้ตนไม่เอาด้วย เพราะไม่ใช่นักการเมือง ต้องทราบก่อนตรงนี้ ท่านนายกฯ ให้ตนมาช่วยทำงาน นโยบายต่างๆ ต้องเป็นของท่านนายกฯ ที่บ้านเมืองสงบเรียบร้อยทั้งหมดก็นายกฯ ทั้งนั้น ตนเป็นเพียงผู้ช่วย
 
                               เมื่อถามต่อว่า ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองขณะนี้เพราะรัฐบาลสามารถคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราไม่ควบคุมอะไร แต่ทางนักการเมืองเขาเข้าใจว่าเวลานี้รัฐบาลทำอะไรอยู่ เราทำทุกทางเพื่อวางพื้นฐานในอนาคตไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว
  
 
 
กำลังพิจารณาปมที่พักพิง 'โรฮิงญา'
 
 
                               พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะใช้ 2 เกาะใน จ.ระนอง เพื่อเป็นที่พักพิงชาวโรฮิงญา ว่า ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เพียงแต่ดูว่าที่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองทัพเรือช่วยดูแต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นพื้นที่ใด แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นประเทศที่รองรับชาวโรฮิงญาเราเป็นเพียงประเทศกลางทาง ความจริงแล้วเขาไม่ได้เจตนาจะมาประเทศไทย แต่เราเป็นทางผ่านเขา
 
                               ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ใดเหมาะที่จะเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “จะไปรู้ได้อย่างไร ยังตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกาะไหน นี่ก็คิดแต่จะรับเขาท่าเดียว เวลานี้เราก็ต้องคุยกันกับประเทศต้นทาง ถ้าประเทศต้นทางเขาไม่ปล่อยออกมาทุกอย่างก็จบ เวลานี้ต้องคุยกัน เราก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”
 
                               เมื่อถามว่าจะคุยกับประเทศเมียนมาร์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขามีคนอยากคุยมากอยู่แล้ว แต่ตนคิดว่าเราต้องคุยกันทุกประเทศ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ส่วนกรณีที่ทางองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้เมียนมาร์รับชาวโรฮิงญานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนคุยแค่ในประเทศก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เรื่องนี้อย่าไปยุ่งกับเขา
 
                               เมื่อถามว่า ทางมาเลเซียเองก็อย่าผลักภาระเรื่องดังกล่าวมาให้ไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่การผลักภาระ แต่ทางยูเอ็นก็ต้องพูดคุยและทำให้ชาวโรฮิงญาไม่ออกจากประเทศตัวเองและสามารถอาศัยอยู่ได้ ส่วนที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกดดันให้ไทยช่วยเหลือชาวโรฮิงญานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไทยก็ช่วยอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ช่วยเลย เพราะเห็นแก่มนุษยธรรม เราไม่ได้ขับไสไล่ส่งไป แต่ว่าชาวโรฮิงญาเองเขาก็ไม่ได้อยากมาที่นี่ ซึ่งตนก็ไม่กดดันและทำเต็มที่
   
 
 
มทภ.4 เล็ง สตูล-สงขลา ตั้งศูนย์ควบคุม 'โรฮิงญา'
 
 
                               พล.ท.ปราการ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงญา ว่า ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพมาเลเซียว่าเราจะมีการปฏิบัติร่วมกันเพิ่มเติมในการลาดตระเวนชายแดน เพื่อให้พื้นที่เขตป่าเขา ที่กลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายใช้อยู่ได้รับการดูแลจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่อยู่ในกรอบของกองทัพ นอกจากนี้ยังได้รับนโยบายว่าให้นำพาชาวโรฮิงญาที่หลงอยู่ในป่า ต้องอดยาก และเจ็บป่วย นำออกมารวมกันและส่งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไปดูแล ตามระบบราชการที่กำหนดทั้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กระทรวงพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ต้องไปแยกแยะว่าใครต้องดูแลกลุ่มไหน อย่างไรก็ตามในฐานะที่กองทัพภาคที่ 4 เป็นกองกำลังที่ดูแลและป้องกันพื้นที่ชายแดน จะทำความสะอาดพื้นที่ชายแดน จัดระเบียบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ต่อไปทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันดูแลพื้นที่ด้วยกัน
 
                               พล.ท.ปราการ กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแลชาวโรฮิงญาในเรื่องสิทธิมนุษยธรรม ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้ต้องการเดินทางไปประเทศไหน แต่ขณะนี้ไม่สามารถเดินทางไปได้ เราจึงต้องดูแลตามความจำเป็น คงปล่อยคนกลุ่มนี้ไปเผชิญชะตากรรมจนเกิดเกิดอันตรายไม่ได้ สำหรับพื้นที่ควบคุมชาวโรงฮิงญา ยอมรับได้ดูพื้นที่ไว้บางแล้วใน 2 จังหวัดสตูลและสงขลา โดยเน้นความเหมาะสม ทั้งในพื้นที่ป่าเขา โดยต้องมีการควบคุมคนเหล่านี้ให้ได้ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ต้องไม่ต่อต้าน