ข่าว

เสือใต้ถึงเวลาผ่าตัด

เสือใต้ถึงเวลาผ่าตัด

16 พ.ค. 2558

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : เสือใต้ถึงเวลาผ่าตัด

 
                               "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ถือว่ามีฟอร์มที่โดดเด่นในเวทียุโรปมาตลอด 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในฤดูกาลนี้เห็นชัดเจนว่าในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทีมเสือใต้เริ่มจะมีปัญหามากขึ้นในเรื่องของสภาพทีม จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถต่อกรกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มได้
 
                               ตอนที่ จุปป์ ไฮน์เกส ออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ บาเยิร์น ไปเมื่อฤดูร้อน 2013 พร้อมๆ กับการครอง 3 แชมป์ทั้ง บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้การเข้ามาสู่ถิ่น อัลลิอันซ์ อารีนา ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก และทำทีมให้ประสบความสำเร็จด้วยการปรับแต่งทีมอีกเล็กน้อยเท่านั้น
 
                               แต่เมื่อมาถึงช่วงนี้ ทีมเสือใต้อยู่ในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ถึงจะชนะ บาร์ซา ได้ 3-2 แต่ก็รู้กันอยู่ว่าไม่มีโอกาสเข้าชิงชนะเลิศ หลังจากที่เกมนัดแรกที่คัมป์ นู ไปแพ้มาก่อนแล้วถึง 0-3 
 
                               จะว่าไปแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องหลายอย่างกับความล้มเหลวครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองไปที่ปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บ แต่จริงๆ แล้วแท็กติกของ กวาร์ดิโอลา เองก็มีส่วน เพราะยังให้ทีมเล่นเกมแบบดันสูง ทั้งๆ ที่กองหลังก็มีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่ก่อนหน้านี้
 
                               เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อผู้เล่นเก่งๆ อยู่ในทีมกันครบๆ ก็ยังมีความผิดพลาดในเกมยุโรป โดยแท็กติกการเล่นแบบบุกแหลก สามารถใช้ในบุนเดสลีกาได้ก็จริง แต่ก็ไม่ถูกต้องเสมอไปเมื่อต้องเล่นเกมยุโรป เพราะยิ่งดันแผงกองหลังยืนสูงขึ้นเท่าไร โอกาสผิดพลาดก็ย่อมมากไปด้วย เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็มีปัญหากับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ในรอบรองชนะเลิศเมื่อยังเล่นแบบเดิมก็โดน "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ผ่านไปง่ายๆ
 
                               มาในฤดูกาลนี้แม้ว่าจะต้องเจอกับกองหน้ามหากาฬอย่างเอ็มเอสเอ็นของบาร์เซโลนา กวาร์ดิโอลา ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ และก็ต้องพลาดเสียถึง 2 ประตูกับเกมในบ้าน 
 
                               หาก บาเยิร์น ต้องการลุ้นแชมป์ยุโรปจริงๆ ไม่มีทางที่กุนซือชาวสเปนจะให้กองหลังยืนกันถึงครึ่งสนามแบบนั้นเจอกับนักเตะระดับโลก 
 
                               อย่างไรก็ตามต้องยอมรับกันว่าในฤดูกาลนี้ บาเยิร์น โชคไม่ดีเท่าไรนักเมื่อมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บต่อเนื่องมามากมายไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปป์ ลาห์ม, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, ดาวิด อลาบา, ฆาบี มาร์ติเนซ, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ติอาโก อัลคันทารา, อาร์เยน ร็อบเบน และฟรองก์ ริเบรี ทำให้ไม่สามารถจัดตัวจริงลงสนามตามแผนที่วางเอาไว้ได้ตลอดฤดูกาล
 
                               การเสริมทีมในช่วงเดือนมกราคม ก็ไม่มีอะไรพิเศษแถมยังต้องเสีย 2 ผู้เล่นชั้นดีทั้ง ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก กับ เซอร์ดาน ชาคิรี ออกไปซะอีก ซึ่งจริงๆ แล้วการที่ ฟรองก์ ริเบรี กับ อาร์เยน ร็อบเบน เจ็บในช่วงท้ายฤดูกาล ดาวรุ่งทั้งสองคนอาจจะพอช่วยถูไถไปได้
 
                               ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ อดีตประธานสโมสรยังบอกว่าถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของทีม
 
                               "ผมคิดว่ามันเป็นความผิดพลาด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงขาย ชาคิรี ให้ อินเตอร์ และปล่อย ฮอยเบิร์ก ให้ เอาก์สบวร์ก ยืมตัวไป พวกเขาเป็นตัวสำรองชั้นยอด และพวกเขาหายไปในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ในเกมแบบนี้คุณต้องมีทีมที่เต็มที่ และพึ่งผู้เล่นเพียงแค่ชุดเดียวไม่ได้ พวกเขาถูกลงโทษจากตลาดซื้อขายนักเตะ ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะคิดถึงเรื่องนี้ในอนาคต ผมจินตนาการได้ว่า บาเยิร์น จะซื้อผู้เล่นใหม่ ผู้เล่นบางคนแก่กว่า 30 ปีแล้ว พกเขาจะยังเล่นได้อีกนานแค่ไหน เมื่อเจอเกมหนัก คุณก็ต้องมีทีมที่ใหญ่" เบคเคนเบาเออร์ กล่าว
 
                               อย่างที่ ไกเซอร์ฟรานซ์ ว่าเอาไว้ ในซัมเมอร์นี้คาดว่าบาเยิร์นน่าจะมีการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ในเกือบทุกตำแหน่ง อย่างแนวรับแบ็กขวาอย่าง ราฟินญา ถือว่าเป็นจุดอ่อน เช่นเดียวกับดันเต ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่ง มัทธีอัส ซามเมอร์ ผู้อำนวยการกีฬาของทีมค่อนข้างชื่นชม อเลกซานเดอร์ ดราโกวิช กองหลังทีมชาติออสเตรียของ ดินาโม เคียฟ และอาจจะเอาเข้ามาเป็นหลักในฤดูกาลหน้า
 
                               แดนกลางเป็นจุดที่มีผู้เล่นอายุมากกว่า 30 ปีอยู่หลายคน เห็นกันชัดๆ คือ ซาบี อลอนโซ ที่ตอนนี้ดูช้าเกินกว่าจะเล่นเป็นตัวตัดเกม นอกจากนี้ก็ยังมี ฟิลิปป์ ลาห์ม และบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม เป้าหมายที่มองเอาไว้คือ อิลคาย กุนโดกาน ที่ปฏิเสธสัญญาใหม่กับ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ และ ยูริ ตีเลอมองส์ ดาวรุ่งพุ่งแรงของ อันเดอร์เลชท์
 
                               ตำแหน่งปีกที่เคยเป็นจุดอันตรายทั้ง ฟรองก์ ริเบรี และอาร์เยน ร็อบเบน เมื่ออายุมาก ปัญหาบาดเจ็บก็ตามมา ซึ่งจริงๆ แล้ว เซอร์ดาน ชาคิรี น่าจะเป็นตัวตายตัวแทนได้ แต่เมื่อปล่อยไปแล้ว ก็ต้องไปมองที่ผู้เล่นชั้นดีอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย, อองตวน กรีซมันน์ หรือแม้กระทั่ง ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ ดาวรุ่งของชาลเก
 
                               สุดท้ายแดนหน้าอาจจะมองเพิ่มอีกสักคน ตอนนี้มีหน้าเป้าเพียง 2 คนคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี และเคลาดิโอ ปิซาร์โร ที่อายุมากแล้ว อาจจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนด้วยการเอา โธมัส มุลเลอร์ ไปเล่น แต่ในระยะยาวน่าจะหามาเพิ่มแน่
 
                               ทำให้ตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องเจอกับของจริง ต้องสร้าง บาเยิร์น ในยุคของตัวเองให้ได้จริงในปีสุดท้ายของสัญญา หากว่าสร้างทีมแล้วไปได้ดีก็มีโอกาสจะได้สัญญาใหม่ แต่หากยังเป็นอย่างฤดูกาลนี้ บาเยิร์น คงต้องหาเทรนเนอร์คนใหม่
 
                               ก่อนหน้านี้ทั้ง หลุยส์ ฟาน กัล และจุปป์ ไฮน์เกส ได้สร้างทีมในยุคของตัวเองขึ้นมาแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องสร้างทีมของตัวเองเพื่อกลับมาล่าแชมป์ยุโรปอีกครั้ง