ข่าว

’เรียนลัดอสังหาฯชีวิตเพื่อธุรกิจ‘พราวพุธ ลิปตพัลลภ’

’เรียนลัดอสังหาฯชีวิตเพื่อธุรกิจ‘พราวพุธ ลิปตพัลลภ’

15 พ.ค. 2558

‘เอกลักษณ์เฉพาะ’เรียนลัดอสังหาฯ ชีวิตเพื่อธุรกิจ‘พราวพุธ ลิปตพัลลภ’ : คมคิดธุรกิจนิวเจน สุรัตน์ อัตตะ เรื่อง กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร ภาพ

               แม้จะเป็นทายาทนักการเมืองรุ่นใหญ่ แต่หญิงแกร่งอย่าง "พราวพุธ ลิปตพัลลภ” กลับไม่คิดที่จะเดินตามรอยบุพการี "สุวัจน์และพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ” อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายสมัย แต่มีความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นหันมาสู่แวดวงธุรกิจอสังหาฯ ตามรอยคุณย่า "จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ” อายุย่าง 82 ปีที่ยังรั้งตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท ประยูรวิศว์ การช่าง ในปัจจุบัน

               พราวพุธ แม้จะเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เพียงแค่ 4 ปีเศษ ภายใต้บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด ที่เธอนั่งคุมบังเหียนอยู่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แต่ทว่าการเติบโตของธุรกิจกลับเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ด้วยเม็ดเงินลงทุนนับหมื่นล้านจากจำนวนกว่า 6 โครงการ ทั้งโครงการที่เป็นธุรกิจของครอบครัวและร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ

               “จริงๆ แล้วแทบจะไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย คุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าท่านก็ไม่เคยมานั่งกดดัน ต้องเรียนอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อมารอรับธุรกิจนั้นหรืออาชีพนี้ เริ่มจากความชอบมากกว่า ก็เลยเป็นที่มาต้องเรียนเศรษฐศาสตร์ จบออกมาสามารถทำอะไรก็ได้ คิดแบบกว้างๆ นะ”

               พราวพุธย้อนอดีตเส้นทางการศึกษาที่มองว่าเศรษฐศาสตร์สามารถทำอะไรได้มากกว่า เนื่องจากเศรษฐกิจเป็นวิชาที่เป็นเหตุเป็นผลสามารถอธิบายเศรษฐกิจมหาภาคของประเทศได้ด้วยกราฟเพียงตารางเดียว

               “เศรษฐศาสตร์มันมีลอจิกที่ชัดเจน แค่เห็นกราฟมีเส้นดีมานด์ ซัพพลายก็สามารถอธิบายมหาภาคของเศรษฐกิจได้ในแง่ของคอนเซ็ปต์”

               เธอฉายแววความเป็นเด็กเก่งมาจากตั้งแต่เรียนอยู่โรงเรียนจิตรลดา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาหลักที่จะต้องนำมาใช้ในสาขาเศรษฐศาสตร์ กระทั่งเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนั้นย้ายมาเรียนที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา หลักสูตรนานาชาติได้เพียงปีเดียวก็บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่อไฮสคูลที่ประเทศอังกฤษ ก่อนสอบแข่งขันเข้าเรียนเศรษฐศาสตร์และการจัดการที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเป็นผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาเดียวกันที่ลอนดอน บิสซิเนส สคูล

               “ใช่ค่ะ เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับท่านนายกอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) แต่ท่านเรียนพีพีอี เศรษฐศาสตร์การเมือง ส่วนพราวเรียนอีคอนแมเนจเม้นท์เศรษฐศาสตร์การจัดการ เป็นมหาวิทยาลัยที่สอบเข้ายากมาก ตอนเรียนไฮสคูลมีเป้าแล้วว่าอยากเข้าออกซ์ฟอร์ดให้ได้ พอเข้าได้ก็คิดต่อว่าอยากทำอะไร”

               หลังจบปริญญาโทจึงเดินทางกลับประเทศไทยทำงานหาประสบการณ์อยู่ 2 ปีกับบริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ชั้นนำของโลก "แมคคินซี่ แอนด์คอมพานี อิงค์ ไทยแลนด์” ก่อนเริ่มลุยธุรกิจของครอบครัว ด้วยการเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ชื่อ "พราวเรียลเอสเตท”

               เป็นจังหวะเดียวกับที่ทางครอบครัวมีโครงการใหญ่ร่วมกับศุภลักษณ์ อัมพุช แห่งเดอะมอลล์ กรุ๊ปในการสร้างศูนย์การค้าคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ครบวงจรบนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ใจกลางเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ชื่อโครงการ "บลูพอร์ต” ทำให้เธอต้องลาออกจากแมคเคนซี่เพื่อมาดูแลโครงการนี้อย่างเต็มตัว

               “เรามีโรงแรมที่ดีที่สุดในหัวหินอย่างอินเตอร์คอนติเนนตัล แต่ยังไม่มีห้างคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ครบวงจรที่รองรับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ระดับไฮเอนด์ลงมา บลูพอร์ตก็จะเป็นที่แรก”

               ขณะเดียวกันก็ดูแลโครงการวานา นาวา หัวหิน ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ต้องการพัฒนาให้เป็น "วอเตอร์จังเกิ้ล” หรือสวนน้ำใหญ่ที่สุดแห่งแรกของเอเชีย พร้อมๆ กับการปรับปรุงต่อเติมห้องพักโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลเพิ่ม เพื่อรองรับการเติบโตของหัวหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

               “ตอนนี้ก็เตรียมผุดโรงแรมใหม่ขึ้นมาอีกแห่งชื่อว่า ฮอลิเดย์อินน์ เลยไปทางเขาตะเกียบใกล้กับสวนน้ำวานา นาวาเพื่อรองรับลูกค้าระดับล่าง”

               ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังขยายธุรกิจมายังเมืองหลวงโดยร่วมทุนกับพันธมิตรอดีตผู้บริหารใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่างโนเบิล กรุ๊ป "ธงชัย บุศราพันธ์” ในการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงแห่งแรกในซอยสุขุมวิท 24 ด้านหลังห้างเอ็มโพเรี่ยม ที่ชื่อ พาร์ค 24 ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์สวนเกลางเมือง "UrbanForest” ที่แตกต่างไปจากโครงการคอมโดมิเนียมโดยทั่วไป

               “คอนโดทั่วๆ ไปคนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าแออัด พื้นที่น้อย ราคาแพง ถ้าอยากมีพื้นที่สีเขียวต้องไปอยู่ชานเมือง ด้วยความที่เป็นแปลงใหญ่ทั้งหมด 12 ไร่ทำไมเราใม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าของเรา เลยจัดพื้นที่ 10 ไร่ให้เป็นพื้นที่สวน ส่วนอีก 2 ไร่เป็นนตัวอาคาร ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมาก มีรถไฟฟ้าผ่านด้านหน้าติดกับเอ็มโพเรี่ยมและเอ็มควอเทียร์

               “ทั้งหมดมี 2เฟส เฟสแรก 800 ยูนิตขายไปแล้วประมาณ 90% ส่วนเฟสสองอีก 1,200 ยูนิต เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4 ล้าน สูงสุดเกือบ 20 ล้าน ก็ตั้งใจทำราคาไม่ให้สูงเกินไป คนสามารถเป็นเจ้าของได้”

               การเติบโตแบบก้าวกระโดดในธุรกิจอสังหาฯ โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีของพราว เรียลเอสเตท ที่มีพราวพุธนั่งคุมบังเหียน คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีที่ปรึกษาใหญ่ทั้งคุณย่าจรัสพิมพ์และคุณพ่อสุวัจน์ ลิปตพัลลภ คอยชี้แนะทางสว่าง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากแต่ตัวเธอเองก็ได้ฉายแววเป็นหญิงแกร่งทั้งในแง่มุมมองในเชิงธุรกิจและการออกลุยในไซต์งานลบภาพความเป็นผู้หญิงไฮโซโดยสิ้นเชิง

               เธอยอมรับว่าคุณย่าคือไอดอลในการทำงาน แต่การก้าวขึ้นเป็นบริษัทอสังหาชั้นนำเทียบชั้นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานนั้นคงเป็นไปได้ยาก แต่หากจะแข่งกันได้จะต้องมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างออกไปในหน่วยธุรกิจเดียวกัน ซึ่งจะเห็นว่าทุกโครงการจะมีคอนเซ็ปต์หรือจุดเด่นในตัวของมันเอง

               “บอกได้เลยว่าทุกโปรเจกท์ต้องมีอะไรที่ชัดเจน อย่างอินเตอร์คอนติเนนตัลก็เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในหัวหิน สวนน้ำก็เหมือนกันไม่มีใครทำแบบนี้มากก่อน หรือพาร์ค 24 เป็นคอนโดใจกลางเมืองที่มีพื้นที่สวนมากถึง 10 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ เราไม่เอาเปรียบลูกค้า แต่อาจจะลงทุนเยอะหน่อย” พราวพุธกล่าวถึงแนวคิดในการทำธุรกิจ

               พร้อมฝากไปยังนักธุรกิจรุ่นใหม่ว่าอย่ามองแค่ตัวเงินอย่างเดียว ถึงแม้จะมีผลกำไรมากมาย หากทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่ถนัด สุดท้ายเราทำไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทำให้ผลงานที่ออกมาไม่ดีตามที่เราคิดไว้

               นี่คือบทสรุปแนวคิดทางธุรกิจของ "พราวพุธ ลิปตพัลลภ” หญิงแกร่งแห่งพราว เรียลเอสเตท ที่มีสไตล์การบริหารตามแบบฉบับของคนยุคใหม่เน้นความเป็นเอกลักษณ์ในตัวสินค้าและหาจุดต่างเพื่อความลงตัว


เส้นทางชีวิต”พราวพุธ”
 
               พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปัจจุบันอายุ 27 ปี เป็นบุตรสาวคนที่ 2 ของนายสุวัจน์และพล.ท.พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ โดยมีพี่ชายพสุ ลิปตพัลลภ หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนจิตรลดามาต่อที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา หลักสูตรนานาชาติอีก 1 ปี จากนั้นไปเรียนต่อไฮสคูลที่ประเทศอังกฤษ ก่อนสอบเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและปริญญาโทด้านการบริหารจากลอนดอน บิสซิเนส สคูล ประเทศอังกฤษ
 
               หลังจบการศึกษาก็กลับมาเมืองไทยรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย Business analyst ที่ Makisey & Company Inc. (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนลาออกมารั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้กลุ่มบริษัท ประยูรวิศว์ การช่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสรางที่เก่าแก่ที่สุดของไทย โดยมุ่งมั่นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ครอบคลุมอย่างหลากหลาย

               ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โครงการบลูพอร์ต ช็อปปิ้งมอลล์ คอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองหัวหิน โครงการวานา นาวา หัวหิน หรือวอเตอร์จังเกิ้ล ซึ่งเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ครบวงจรสำหรับครอบครัว และโครงการพาร์ค 24 คอนโดมิเนียมสวนกลางเมือง ตั้งอยู่ในซ.สุขุมวิท 24 และล่าสุดได้เปิดตัวโครงการพาร์ค 24 เฟส 2 ไปเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา