ข่าว

แกะรอยล่าทีมยิงสนธิสาวถึงเสธ.ด.เอี่ยว

แกะรอยล่าทีมยิงสนธิสาวถึงเสธ.ด.เอี่ยว

16 ก.ค. 2552

เผย "จ.ส.อ.ปัญญา" ทหารรบพิเศษ คดียิง "สนธิ" ย้ายไป กอ.รมน. ตั้งแต่ปี 2547 ปัจจุบันถูกส่งไปช่วยราชการ กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า แต่หลบไปซุกบ้านนายทหารนอกราชการที่ จ.จันทบุรี โดยมีทหารยศ พ.อ. คอยช่วยเหลือ

�(15ก.ค.) แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจออกหมายจับ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารสังกัดหน่วยบัญชาการสงคามพิเศษ (นสศ.) จ.ลพบุรี ในข้อหาลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า จ.ส.อ.ปัญญา เป็นนายทหารในสังกัดกรมทหารกรมรบพิเศษที่ 3 ของ นสศ. จริง แต่ได้ถูกเรียกตัวไปช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตั้งแต่ปี 2547 และถูกส่งไปช่วยราชการใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ดังนั้น จึงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหน่วย นสศ. ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด

�“เรื่องนี้ พล.ท.ภุชงค์ รัตนวรรณ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ มีนโยบายชัดเจนว่าทหารอาชีพของหน่วยรบพิเศษ ไม่มีอะไรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องเหล่านี้ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการอะไรก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากตำรวจทำเรื่องขอตัว จ.ส.อ.ปัญญา คงต้องทำเรื่องไปที่ กอ.รมน. เพราะชื่อของ จ.ส.อ.ปัญญา อยู่ช่วยราชการของ กอ.รมน. ซึ่งก็รู้กันดีว่า กอ.รมน.เป็นอย่างไร� ทั้งนี้ ยืนยันว่าการลอบสังหารนายสนธิ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯพุ่งเป้ามาที่ทหารนั้น เรื่องนี้ พล.ท.ภุชงค์ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปทำเช่นนั้น” นายทหารระดับสูงของ นสศ. กล่าว

�นายทหารระดับสูง นสศ. ระบุด้วยว่า� จากการได้รับข้อมูลทราบว่า ตำรวจออกหมายจับ จ.ส.อ.ปัญญา เพราะอ้างว่าเห็น จ.ส.อ.ปัญญา ในกล้องวงจรปิด ซึ่งคงต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน ขณะนี้เขาเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจริงตามข้อกล่าวหา นอกจากนี้ จ.ส.อ.ปัญญา ถูก กอ.รมน.ภาค 4 เรียกตัวช่วยราชการอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น คงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

�มีรายงานข่าววงใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ จ.ส.อ.ปัญญา ผู้ต้องสงสัยลอบยิงนายสนธิ ได้หลบตัวซ่อนอยู่ที่บ้านพักนายทหารระดับสูงของกองทัพบก ที่ได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยมีนายทหารยศพันเอก ผู้ซึ่งเคยติดตามนายทหารระดับสูงคนดังกล่าวให้การช่วยเหลือ โดยไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังประสานไปยังนายทหารระดับสูงคนดังกล่าว เพื่อขอตัว จ.ส.อ.ปัญญา มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ การหลบซ่อนของของ จ.ส.อ.ปัญญา ทางนายทหารระดับสูง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพักคนดังกล่าวไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มีเพียงนายทหารยศพันเอกคนดังกล่าวให้ความช่วยเหลือเท่านั้น

�ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบว่า จ.ส.อ.ปัญญา ได้มาช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดว่า จ.ส.อ.ปัญญา มาช่วยงานในตำแหน่งใดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะนี้เบื้องต้นยังไม่พบคงจะต้องใช้เวลาตรวจสอบอีก 1-2 วันจึงจะรู้แน่ชัดว่า จ.ส.อ.ปัญญา ทำงานอยู่ในพื้นที่หรือไม่

�แกะรอยล่าทีมยิง"สนธิ"สาวถึงผู้บงการ

�ผู้สื่อข่าวรายงานการสืบสวนเบื้องลึกที่นำไปสู่การออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาในครั้งนี้ว่า ภายหลังตำรวจระดมกำลังนักสืบมือพระกาฬจากนครบาล กองปราบปราม ลงพื้นที่คลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิ นานกว่า 3 เดือน ในที่สุดทีมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยืนยันแน่นหนาด้วยการแกะรอยตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือบริเวณที่เกิดเหตุของกลุ่มคนร้าย ทั้งช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุ พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้โทรศัพท์ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

�นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังมีหลักฐานสำคัญบางอย่างเกี่ยวข้องโยงใยกับแขกปาทานอีกคน ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในสระบุรี ร่วมทีมสังหารด้วย หลักฐานทั้งหมดสอดคล้องและตรงกันระหว่างทีมสืบสวนของนครบาล กับกองปราบปราม นำไปสู่การออกหมายจับเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ประกอบกับหลักฐานภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ฝั่งขาเข้า กทม. ที่พบรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเปลือกมังคุดของ น.ส.รัศมี� �

ยันเสธ.ด.มีเอี่ยวเป็นคนยืมรถ

�ทั้งนี้ ทีมสืบสวนนครบาลและกองปราบปรามได้ลงพื้นที่แกะรอยตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ก่อนนำไปขยายผลจากจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเป็นรถกระบะวีโก้ ปรากฏภาพจอดอยู่ในปั๊มบางจากช่วงเวลา 04.46 น. วันเกิดเหตุ และต่อมามีคนขับออกไป จากนั้นเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ช่วงเวลา 05.44 น. ทีมสืบสวนพบภาพกล้องวงจรปิดจากปั๊มน้ำมันอีกแห่งหนึ่งบนถนนสายเดียวกัน แต่เป็นเส้นทางขาออกสอดคล้องกับการจำลองเหตุการณ์มากที่สุดว่า รถกระบะวีโก้มาจอดรอเวลาที่ปั๊มน้ำมัน ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ โดยที่รถกระบะมาสด้าขับประกบรถของนายสนธิมาจากบ้านพัก จากนั้นจึงมาลงมือพร้อมกัน ก่อนที่จะวิ่งประกบตามกันมาเลี้ยวขวาแยกคอกวัว วิ่งขึ้นสะพานปิ่นเกล้าออกนอกเมืองไปพร้อมกัน

�นอกจากนั้น ทีมสืบสวนยังได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัย พบว่า จ.ส.อ.ปัญญา ใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาและบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับจากศาล ส่วน ส.ต.ท.วรวุฒิ นั้นในทางสืบสวนทราบว่ามีความชำนาญในการดักฟังโทรศัพท์และชำนาญเรื่องกล้องวงจรปิด เป็นไปได้ว่าจะเป็นคนที่ดักฟังโทรศัพท์นายสนธิ และเป็นคนทำให้กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ก่อเหตุเสีย นอกจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกคอกวัวแล้ว ทีมสืบสวนยังตรวจสอบพบว่า รถปิกอัพคันดังกล่าวไปจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านจ.นนทบุรี ก่อนลงมือยิงนายสนธิ คาดว่าอาจเป็นการไปประชุมวางแผนกัน อีกทั้งแนวทางการสืบสวนยังพบว่า มีนายทหารชื่อเสธ."ด." ซึ่งสนิทสนมกับ น.ส.รัศมี ขอยืมรถกระบะวีโก้ของ น.ส.รัศมี ไปใช้ในช่วงเกิดเหตุ และ เสธ."ด." ก็มีบ้านพักอยู่ใน จ.นนทบุรี ด้วย

�อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นภายในรถยนต์หลังจากตรวจยึดมาได้เชื่อว่า น่าจะมีรอยนิ้วมือของคนร้ายปรากฏอยู่ไม่ต่ำกว่า 3-4 รายอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้ทีมสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยนำเทคนิคและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์และเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้ทีมสืบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวถึงคนบงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในเครื่องแบบมาดำเนินคดี