
จุติยังไม่รอด!ป.ป.ช.ฟันปมให้ประมูล3จี
14 พ.ค. 2558
ศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้อง 'จุติ ไกรฤกษ์'ไม่ผิด อภิปรายพาดพิง 'ภรรยาหมอเลี๊ยบ' ไม่เสียภาษี ยังไม่รอด!ป.ป.ช.ฟันปมให้ประมูล3จี
14 พ.ค. 58 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1691/2546 ที่นางปราณี สืบวงศ์ลี ภรรยา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
ตามฟ้องโจทก์บรรยายสรุปว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 46 จำเลยได้กล่าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมิ่นประมาทโจทก์ว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ขณะดำรงตำแหน่งเป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2545 สามีของโจทก์ ได้ออกกฎหมายเอื้ออำนวยให้โจทก์ซึ่งเปิดสถานบริการอาบอบนวดไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่ความจริงแล้วสามีของโจทก์ไม่เคยออกกฎหมายเพื่อเอื้ออำนวยให้โจทก์ไม่ต้องเสียภาษี รวมทั้งโจทก์ก็ไม่เคยเปิดสถานบริการอาบอบนวดอย่างที่จำเลยพูดอภิปราย โดยโจทก์ทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานเสริมความงามและขายอุปกรณ์ลดน้ำหนักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การพูดดังกล่าวทำให้ผู้ฟังการอภิปรายซึ่งเป็นประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง เหตุเกิดแขวงและเขตดุสิต กทม. จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 48 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 53 ยืนตามศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า บริษัทที่จำเลย ยกมาเป็นตัวอย่างในการอภิปรายทั้งชื่อของบริษัท ชื่อกรรมการบริษัท และหมายเลขในการจดทะเบียนบริษัท คล้ายกับบริษัทของโจทก์ ต่างกันเพียงจำเลยไม่ได้ระบุตัวเลขให้ครบถ้วน อีกทั้งตามกฎหมาย ป.ป.ช.กำหนดให้คู่สมรสของรัฐมนตรีต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ซึ่งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ระบุว่า นางปราณีเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัทดังกล่าว จึงเห็นว่ามีเจตนาอภิปรายให้ผู้รับฟังเข้าใจได้ว่า นพ.สุรพงษ์ ผลักดันกรมสรรพสามิตให้ออกประกาศงดเว้นการเก็บภาษีกิจการเพื่อสุขภาพและความงาม โดยการอภิปรายจำเลย สรุปความหมายถึงสถานบริการไว้ 2 ประเภท คือ 1. สถานประกอบการที่มีตู้กระจก อ่างอาบน้ำ รูปและห้องนอน ที่ต้องเสียภาษี และ 2. สถานประกอบการในรูปแบบเสริมความงาม ซึ่งได้รับการยกเว้นเสียภาษี
แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระถ้อยคำอภิปรายของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่ได้ใส่ความว่า โจทก์ประกอบกิจการสถานบริการอาบอบนวดตามประเภท 1 ที่จะต้องเสียภาษี การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบ ในการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายจุติ อดีต ส.ส.หลายสมัย เดินทางมาพร้อมกับทนาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และเมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้อง นายจุติ ก็เดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์
ยังไม่รอด!ป.ป.ช.ฟันปมให้ประมูล3จี
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาถอดถอนนายจุติ ไกรฤกษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)ตามที่วุฒิสภาส่งมาในข้อกล่าวหาที่ระบุว่านายจุติ ครั้งดำรงตำแหน่งรมว.ไอซีที ได้ดำเนินการสัญญาร่วมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ3จีระหว่างบริษัทกสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น และสัญญาระหว่างบริษัททีโอทีจำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอเตียมนั้น
นายวิชา กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีมูลความผิด จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายจุติ ตามมาตรา 47 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เนื่องจากพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการเร่งรีบนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 ทั้งที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบในฐานะที่มีหน้าที่กำกับดูแล นอกจากนี้ ยังได้มีการดำเนินการเพื่อให้มีการลงนามสัญญาการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามจีระหว่างบริษัททีโอทีกับกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอเตียม โดยการยื่นประกวดราคาดังกล่าวบริษัทกลุ่มร่วมค้าฯ เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน แต่ก็ได้รับสิทธิเข้าทำสัญญาสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนสามจีกับทีโอที จึงมีมูลเพียงพอหรือส่อว่าจะกระทำการทุจริต ส่อว่าประพฤติผิดต่อหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามมาตรา 58 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542จึงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจุติ โดยให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายใน15วัน นับแต่วันที่แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อไป
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาถอดถอนนายจุติ ไกรฤกษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)ตามที่วุฒิสภาส่งมาในข้อกล่าวหาที่ระบุว่านายจุติ ครั้งดำรงตำแหน่งรมว.ไอซีที ได้ดำเนินการสัญญาร่วมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ3จีระหว่างบริษัทกสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น และสัญญาระหว่างบริษัททีโอทีจำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอเตียมนั้น
นายวิชา กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีมูลความผิด จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายจุติ ตามมาตรา 47 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เนื่องจากพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการเร่งรีบนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 ทั้งที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบในฐานะที่มีหน้าที่กำกับดูแล นอกจากนี้ ยังได้มีการดำเนินการเพื่อให้มีการลงนามสัญญาการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามจีระหว่างบริษัททีโอทีกับกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอเตียม โดยการยื่นประกวดราคาดังกล่าวบริษัทกลุ่มร่วมค้าฯ เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน แต่ก็ได้รับสิทธิเข้าทำสัญญาสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนสามจีกับทีโอที จึงมีมูลเพียงพอหรือส่อว่าจะกระทำการทุจริต ส่อว่าประพฤติผิดต่อหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามมาตรา 58 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542จึงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจุติ โดยให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายใน15วัน นับแต่วันที่แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อไป



