ข่าว

อภิสิทธิ์เตรียมรับรายงานกก.สมานฉันท์16ก.ค.ที่รัฐสภา

อภิสิทธิ์เตรียมรับรายงานกก.สมานฉันท์16ก.ค.ที่รัฐสภา

15 ก.ค. 2552

อภิสิทธิ์เตรียมรับรายงานกก.สมานฉันท์พรุ่งนี้( 16 ก.ค.) ที่รัฐสภา ขณะที่ “40 ส.ว.”อ อกโรงขวางข้ ซัดเอื้อนักการเมืองเพิ่มขัดแย้ง เตรียมพบนายกฯพรุ่งนี้เ ตือนอย่ารับลูก

 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เตรียมเสนอรายงานต่อนายกฯให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ปรองดองแห่งชาติซึ่งจะมีการเสนอให้นิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทาง การเมืองว่า ตนยังไม่เห็นเพราะตนอ่านรายงานฉบับนี้แบบเร็วไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 13.30 น. จะไปรัฐสภาเพื่อรับฟังรายละเอียดและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการดำเนินการต่อไปจะเป็นอย่างไร

 เมื่อถามว่าบางฝ่ายมองว่าผลการดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ มีการยัดไส้เพื่อเอื้อให้กับนักการเมืองที่โดนตัดสิทธิ์ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องยัดไส้ เพราะรายงานนี้ต้องผ่านมติที่ประชุมของกรรมการชุดนี้ บางเรื่องใช้คำว่าเสียงส่วนใหญ่ “มีความเห็นว่า” ซึ่งไม่ใช่ความเห็นที่เป็นเอกฉันท์

 ถามว่าจะรือกับแกนนะพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอไปรับฟังความเห็นจากกรรมการก่อนว่าจะต้องการให้ทำในรูปแบบใด

 ถามว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะไปรับฟัง เพราะข้อเสนอของกรรมการมีระยะสั้นคือการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ระยะกลางและระยะยาวคือกระบวนการแก้ไขทั้งฉบับ สำหรับตนยังไม่ชัดเจนว่าขั้นตอนของทั้งสามระยะ จะมาจากจุดใดและไปอย่างไร ส่วนที่มีการระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลา 1 ปีจะนานเกินไปหรือไม่นั้นตนต้องไปสอบถามว่าภายในหนึ่งปีจะทำอะไรบ้าง แต่ยังไม่ลงรายละเอียดในประด็นรวมทั้งกระบวนการที่ชัดเจน

 ส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว. คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่ารายงานฉบับนี้ ใช้คำว่าเสียงส่วนใหญ่นั้น เพราะมีคนไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะได้เสียงที่เห็นด้วย 100% แต่ควรจะหากระบวนการที่ทุกฝ่ายยอมรับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดยืนของนายกฯก่อนหน้านี้และตอนนี้เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จุดยืนของตนต่อเรื่องต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม

 เมื่อถามว่ากรณีนิรโทษกรรมจะเอาอย่างไร เพราะพรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะให้บรรจุและดำเนินการเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างหนึ่ง และเสียงส่วนน้อยมีความเห็นอย่างหนึ่ง ตนจะสอบถามในกระบวนการที่ความเห็นไม่ตรงกันว่าจะเอากันอย่างไร

 เมื่อถามว่านายกฯมีความเห็นเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดชัดเจนไปแล้วว่า หากเป็นเรื่องของคดีอาญานั้นตนไม่เห็นด้วย หากเป็นเรื่องของการเมืองก็ต้องมาพิจารณา

 ต่อข้อถามที่ว่าคนเสื้อแดงประกาศว่าถ้าไม่มีเรื่องของการนิรโทษกรรมจะออกมาชุมนุมอีกจะสร้างความขัดแย้งในสังคมให้เกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าหากอยากจะก้าวพ้นสังคมที่อยู่ในความขัดแย้งรุนแรงอย่างที่ผ่านมา สังคมต้องเรียนรู้วิธีการ ที่จะได้ข้อยุติในความเห็นที่แตกต่าง โดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งวันพรุ่งนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่คณะกรรมการจะต้องเสนอแนะขึ้นมา ว่า กระบวนการที่จะเดินต่อจะเป็นอย่างไร

 ส่วนผลการสอบสวนเหตุการณ์ที่พัทยาและมหาดไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน

 ถามว่าส.ว.บางส่วนคัดค้านกรณีที่คนเสื้อแดงล่ารายชื่อประชาชนหนึ่งล้านคน เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และขอให้นายกฯมารับฟังด้วยเพราะส.ว.กลุ่มนี้มองว่ารัฐบาลนิ่งเฉย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้นิ่ง ที่ผ่านมาก็ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ในวันพรุ่งนี้( 16 ก.ค.)นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รม ว.ยุติธรรม จะชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้าน ในเรื่องนี้

"40 ส.ว."ออกโรงขวางชี้เอื้อนักการเมือง

 ทั้งนี้เมื่อเวลา14.30 น.  40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ร่วมกันแถลงคัดค้านผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ กล่าวว่า รายงานผลการศึกษาดังกล่าว กลุ่ม 40 ส.ว.เห็นว่า มีปัญหาหลายประการ อาทิ 1.ที่มาของคณะกรรมการ ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพราะเสียงส่วนใหญ่มาจากนักการเมือง 2.ข้อเสนอทั้งหลาย โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น มาจากมุมมองพรรคการเมือง และเป็นประโยชน์เพื่อนักการเมืองทั้งสิ้น ไม่มีส่วนใดเพื่อประโยชน์ประชาชน และเห็นว่า จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น

 3.ข้อเสนอดังกล่าว มุ่งเน้นการแก้รัฐธรรมนูญอย่างรวบรัด แอบแฝงเจตนาการผลักดันร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติไว้ในแผน แต่ไม่มีการจัดลำดับการสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงก่อน ฉะนั้นกลุ่ม 40 ส.ว.จึงขอคัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการฯ และจะสนับสนุนการสร้างสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน และจะระดมความเห็นของประชาชนเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองที่แท้จริง โดยจะจัดสัมมนาเรื่อง การสมานฉันท์กับการแก้รัฐธรรมนูญ

 “ ขอให้นายกฯ ตระหนักให้ดี เพราะหากเดินหน้าตามที่คณะกรรมการฯเสนอมา จะสร้างเรื่องไปสู่ความขัดแย้ง ประชาชนจะต่อต้าน หากยังยืนยันเดินหน้า ก็ลองดู เราจะร่วมกับประชาชนคัดค้านอย่างถึงที่สุด เพราะต้องจัดลำดับความสำคัญคือ ปฏิรูปก่อน แต่นี่จะมาแก้รัฐธรรมนูญก่อนแล้วพยายามอธิบายเหตุผล และเป็นการตัดตอนการตรวจสอบ เป็นการสมานฉันท์ผิดจุด วันนี้พรรคการเมืองกลายเป็นธุรกิจครอบครัว ห้างหุ้นส่วน ไม่เหลือศักดิ์ศรี จึงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ” นายไพบูลย์ กล่าว

 น.ส.รสนา กล่าวว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการฯที่มุ่งแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ไม่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ ตอบได้หรือไม่ว่า ถ้าแก้แล้ว จะไม่มีการโฟนอิน หรือถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้ กลุ่ม 40 ส.ว.ไม่ได้ต่อต้านเรื่องการปฏิรูปการเมืองที่นำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนต้องได้ประโยชน์ เช่น ตรวจสอบนักการเมืองได้มากขึ้น แต่ที่ทำกันอยู่ เช่น การเสนอแก้มาตรา 237 ตอบไม่ได้เลยว่า จะแก้ปัญหานักการเมืองซื้อเสียงเข้ามาถอนทุนได้อย่างไร และไม่มีการถามประชาชน

 ฉะนั้นขอให้ไปลองทำโพลดูก็ได้หรือมาตรา 265 ,  266 ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการสมานฉันท์อย่างไร อย่าลืมว่า ที่คนออกมาบนท้องถนนในตอนแรกสุดมาจากความพยายามแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รายงานนี้ พูดไม่หมด เช่น ไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์เสื้อแดงชุมนุมช่วงวันสงกรานต์ และการที่นักการเมืองขาดธรรมาภิบาล ตรวจสอบไม่ได้ในช่วงก่อนรัฐประหาร 2549

 น.ส.รสนา กล่าวว่า นอกจากนี้ ในรายงานมีการเสนอว่า ให้มีกฎหมายปรองดองในขั้นต่อไป นัยคือการยกโทษให้คนทำผิด ซึ่งขัดกับหลักนิติรัฐ ทำให้ทั้งหมดตนเกรงว่า ยิ่งเดินหน้า คนจะลุกฮือ สมานฉันท์กับใครกันแน่ แถมบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญปีหน้า ปีหน้าเลือกตั้ง เป็นการรวบอำนาจหรือไม่ สรุปคือ ไม่เห็นหัวประชาชน เป็นเกมการเมืองในสภาเท่านั้น และพอแก้แล้ว ได้หนึ่งก็ต้องมีสอง สามตามมา และยังมีเรื่องอื่นๆที่พวกที่ต้องการแก้ ยังไม่กล้าพูดถึง

 น.ส.สุมล กล่าวว่า ในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 13.00 น. ตนจะยื่นความเห็นคัดค้านของกลุ่ม 40 ส.ว.ให้นายกฯตอนที่มาฟังการรายงานของคณะกรรมการฯ ซึ่งเชื่อว่า นายกฯจะรับฟัง เพราะ นายกฯบอกให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาหาทางออก ไม่ได้รับปากว่า จะต้องทำตามที่คณะกรรมการฯเสนอ

 นอกจากนี้ จะขอหารือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะ 6 - 7 เดือน การเมืองยังไม่ถึงไหน มีแต่กู้เงินกับแบ่งเค้ก ซึ่งต้องยอมรับว่า กลุ่ม 40 ส.ว. มีส่วนช่วยให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มานั่งตำแหน่งนายกฯ จึงควรรับฟัง ส.ว.บ้าง
 
 เมื่อถามว่า หากนายกฯคัดค้านรายงานดังกล่าว จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลให้อยู่รอดหรือไม่ เพราะพรรคร่วมต่างต้องการให้แก้ น.ส.สุมล กล่าวว่า รัฐบาลอยู่รอดแน่นอน ไม่ต้องกลัว เนื่องจากมีแต่พรรคการเมืองที่อยากเกาะพรรคประชาธิปัตย์แน่น เพราะงบประมาณเยอะ