
บิ๊กตู่บ่นรำคาญถามแต่เรื่องทำประชามติ
บิ๊กตู่บ่นรำคาญถามแต่เรื่องทำประชามติ ย้ำต้องแก้รธน.ขอให้เลือกคนดีเลิกรับเงิน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 พ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เกษตรกรก้าวหน้า พัฒนาการเกษตรไทย” เนื่องในวันเกษตรกร" ณ อิมแพ็คฟอรั่ม ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้ต่างประเทศไม่ค่อยถามตนถึงเรื่องประชาธิปไตยแล้ว ทุกวันนี้ถามเพียงว่าประเทศไทยจะค้าขายอะไรกับเขา ซึ่งตนก็ได้บอกไปว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ไม่ได้เขียนไว้ว่า จะต้องทำประชามติไว้ ถ้าจะทำประชามติต้องไปเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญกันมา ใครจะเสนอแก้ก็พวกแม่น้ำ 3-4 สายนี้ไปเสนอมาที่รัฐบาล รัฐบาลจะเสนอต่อ สนช. และสนช.ก็จะแก้รัฐธรรมนูญแต่คงไม่แก้แบบเดิมที่ทำให้ถูกฟ้องร้องกันเหมือนที่ผ่านมา ฉะนั้นถ้าอยากทำก็ไปแก้มา รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้เข้าใจตรงนี้บ้าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถามว่าประเทศไทยจะเริ่มใช้รัฐธรรมนูญเมื่อไหร่ ก็ต้องบอกว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา แต่เวลานี้ยังไม่ถึงตอนนั้นเพราะต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ซึ่งได้มีการแสดงความคิดเห็นออกไปจากหลายส่วน ส่วนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็อยู่ที่กรรมาธิการยกร่างฯ และในส่วนของ คสช.ตนก็ไม่ได้สั่งการแต่อย่างใด และตนไม่สามารถสั่งล้มรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้หากไม่ผ่านก็ต้องร่างใหม่ ซึ่งจะทำประชามติหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากทำก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"วันนี้ถามอยู่ได้ว่า จะทำหรือไม่ อย่างไร ถามกันอยู่ได้ อะไรกันนักหนา ซึ่งนักข่าวถามทุกวันจนถึงวันนี้ตนรู้สึกรำคาญและจะไม่ตอบอีกแล้ว เอาเวลามาคิดเรื่องการบริหารประเทศดีกว่า การเลือกตั้งก็ดีหากเลือกแล้วได้นักการเมืองที่ดีมีจริยธรรม ทุกอย่างก็จบจะไม่มีการถกเถียงกันอีก แต่วันนี้มีไหมคนอย่างนั้นย่างวันนี้บางคนก็บอกว่าไม่ชอบนักการเมืองและไม่อยากเลือกตั้ง แต่ตนคิดว่าทุกคนต้องออกมาเลือกตั้งให้หมด แต่ที่สำคัญคืออย่าให้นักการเมืองสามารถชี้นำเราได้ อย่าไปรับเงินอีกมีอยู่นะที่รับเช้า รับบ่าย เพราะจะยากดีมีจนอย่างไร ศักดิ์ศรีของเราก็มีอยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
'มาร์ค'หนุนทำประชามติใช้รธน.50ประกบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( สปช.) บางส่วนระบุจะขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ม. 308 “เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้ทำพลเมืองทำประชามติภายใน 90 วัน”ว่าควรมีการปฏิรูปประเทศให้เสร็จใน 2 ปีก่อนจัดการเลือกตั้งหรือไม่ว่า โดยหลักแล้วการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่เชื่อว่า ทุกคนห่วงใยเรื่องการปฏิรูปที่จะทำให้สามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น โดยไม่ถูกกดดันจากต่างประเทศหรือปัจจัยต่างๆ แต่ยังเชื่อว่า คสช. จะเดินตามโรดแมปที่วางไว้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากมีการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ควรจะเสนอแก้ไขให้มีการทำประชามติจะดีกว่า โดยร่วมกันสนับสนุนกติกา โดยวางกรอบที่เป็นที่ยอมรับ รวมถึงวางการปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลต่อๆไปมาสานต่อ จึงควรเสนอเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีการลงประชามติจะดีกว่า เพราะการทำประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก็ระบุชัดว่า ไม่ควรทำและเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
“ยืนยันว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ วางกรอบและกติกาการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่ใช่กรอบเดิม ที่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านแล้ว ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ทุกอย่างที่ทำมาไม่มีประโยชน์ จึงต้องมาวางกติกากันใหม่ว่า จะทำประชามติอย่างไรที่แม้ว่าจะไม่ผ่าน แต่ประเทศต้องเดินไปข้างหน้าไม่ถอยหลัง และไม่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่พิจารณากันมาสูญเปล่า” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ตนสนับสนุนให้ทำประชามติโดยให้เปรียบเทียบฉบับ ปี 2550 เป็นตัวตั้ง โดยกำหนดวิธีการที่ต่างจากเดิมในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่าน เช่น ให้ทุกฝ่ายมาคุยกัน ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ทุกฝ่ายจะมาช่วยกันสร้างกติกาที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพราะไม่ว่าใครจะมีความคิดเห็นที่จะทำไปเพื่อความยั่งยืน หรือจะวางคนปฎิรูปต่อ 2 ปี อย่างไรก็ตาม แต่หากทุกฝ่ายไม่ยอมรับ ก็ไม่มีทางทำให้ยั่งยืนได้ เพราะการทำประชามติเป็นวิธีที่จะสร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากทุกฝ่ายที่ดีที่สุด และไม่อยากเห็นประเทศหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลังไปมากกว่านี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าปีกว่าๆหลังจากที่ประเทศจะต้องเดินไปตามโรดแมปแล้ว ประเทศยังมีเรื่องที่จะต้องแก้ไขอีกมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งการเปิดประชาคมอาเซียน ฉะนั้น คสช.มีหน้าที่รักษาความสงบและวางรากฐานให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยให้รัฐบาลต่อไปมาสานต่อ แต่ไม่ควรวางแนวทางให้มีการปฏิรูปต่ออีก 2 ปี เพราะอาจถูกมองได้ว่า ต้องการสืบทอดอำนาจต่อ และจะมีการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญไม่จบสิ้น อีก2-3 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ดังนั้นหากอยากจะหลุดวังวนเดิมๆ ต้องหากติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับคือ ประชามติ



