ข่าว

“อีสานพัฒนากลัวหวัดลาม”งดบินพบ”ทักษิณ”

“อีสานพัฒนากลัวหวัดลาม”งดบินพบ”ทักษิณ”

15 ก.ค. 2552

“อีสานพัฒนา”งดบินพบ”ทักษิณ”กลัวไข้หวัด 2009 ระบาด หันวิธีเลือก”โฟนอิน”แทน เชื่อรัฐสกัดไม่ได้ หวั่นเลือกตั้งต้องเผชิญ”แก๊งค์ออฟโฟร์”จริง พท.เชื่อยึดที่นั่ง เหนือ-อีสาน คืนได้ แม้เสียสัดส่วน "พายัพ”ตั้ง”โสภณ เพชรสว่าง”คุมฐานเสียงที่บุรีรัมย์หวังให้ชน"เนวิน

 (15ก.ค.) นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงความคืบหน้าที่จะเดินทางไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่ออวยพรเนื่องใกล้ครบรอบวันเกิดวันที่26ก.ค.นี้ ว่า ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ติดประชุมคณะกรรมาธิการ รวมทั้งมีสถานการณ์โรคหวัดสายพันธุ์ใหญ่ 2009 ระบาดอยู่ จึงทำให้อาจงดการเดินทางไปพบ

 แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้ว สามารถโทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณได้ตลอด ซึ่งปกติจะรับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง หลายครั้งที่โทรศัพท์ไปเพื่อให้พูดคุยกับบรรดาแม่บ้านในพื้นที่ พูดคุยกันไม่เท่าไหร่แค่ได้ยินเสียงก็ทำเอาแม่บ้านถึงกับน้ำตาไหลด้วยความคิดถึง ทุกคนยังอยากให้กลับมาเพราะรู้ว่าท่านไม่ได้กระทำผิดอะไร ส่วนกรณีที่รัฐบาลพยายามสกัดการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านวิทยุชุมนุมนั้น ตนเชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถสกัด หรือปิดกั้นการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ หากยิ่งปิดกั้นเล่นงานเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลเอง

 นายศักดา กล่าวอีกว่า สำหรับในเรื่องผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสาน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา หากพื้นที่จ.หวัดใด ได้ข้อสรุปชัดเจนตัวผู้สมัครแล้ว ก็ให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเสนอพรรคดำเนินการให้รัฐบาลแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ในการเลือกตั้งในอนาคต เท่าที่วิเคราะห์แล้ว ถือว่าไม่ใช่อยู่ในภาวะในระบอบประชาธิปไตยตามปกติในการต่อสู้ แต่จะต้องเผชิญกับ 4 อำนาจหลักที่สำคัญคือ 1.อำนาจเงิน 2.อำนาจรัฐ ที่มีการใช้โดยตรง 3.อำนาจจากสีเขียว และ 4. อำนาจจากกลุ่มอำมาตย์ที่เชื่อมโยงกับองค์กรอิสระต่างๆซึ่งทั้งหมดเปรียบเหมือนเป็น ”แก๊งค์ออฟโฟร์ 2009” ที่แท้จริง อีกทั้งการทุ่มอัดงบประมาณลงในพื้นที่ของรัฐบาล แต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะประชาชนเข้าใจถึงการเลือกปฎิบัติ หรือสองมาตรฐานที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่

 ส่วนที่ กกต.เลื่อนประชุมลงมติวันที่ 16 ก.ค.กรณี 28 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 28 คน ถือหุ้นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ หากมีความผิดเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงนั้น นายศักดา กล่าวว่า จะต้องจับดูต่อไปว่าจะมีส.ส.สิ้นสุดสมาชิกภาพกี่คน ซึ่งเรื่องนี้ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยเสียเปรียบ เพราะหาก ส.ส.สัดส่วน ต้องพ้นสมาชิกภาพไปจะไม่สามารถขยับส.ส.สัดส่วน ขึ้นมาทดแทนได้ เพราะพรรคไม่มีบัญชีรายชื่อส.ส.สัดส่วน ถ้าหลุดก็ไม่มีใครแทน ทำให้จำนวนเสียงหายไปโดยปริยาย ตรงข้ามหาก ส.ส.สัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องพ้นไปจะมีส.ส.สัดส่วนขึ้นมาแทน แต่หากส.ส.เขตของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคเหนือ หรือภาคอีสาน พ้นไปก็เชื่อว่าโอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะสามารถแย่งที่นั่งกลับมาได้

"พายัพ”ตั้ง”โสภณ เพชรสว่าง”คุมฐานเสียงที่บุรีรัมย์หวังให้ชน"เนวิน”

 นายโสภณ เพชรสว่าง อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการเข้าร่วมประชุมกับนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยโดยได้มอบหมายให้ ตนเป็นหัวหน้าทีมผู้สมัครส.ส.ใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ เป็นแกนนำ โดยขณะนี้มีผู้แสดงความจำนงในการลงสมัครส.ส.เกินโควตา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอดีต ส.ส. และผู้สมัครคนเก่าอาทิ

 ตนและ นายจำรัส เวียงสงค์ นายขจรธน จุดโต อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่เหลือจะเป็นนักวิชาการ ทั้งนี้นายพายัพ จะให้มีการคัดเลือกผู้สมัครให้เสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม เพื่อให้มีความพร้อมในการลงพื้นที่ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะถึงวันลงสมัครเลือกตั้ง อีกทั้งได้กำชับให้ลงพื้นที่พบปะประชาชน และให้เตรียมเปิดสาขาหรือศูนย์ประสานงานของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ความเดือดร้อนเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมพรรคนำไปสู่การแก้ไขต่อไป

ส.ส.อุบลฯพท.เมิน“อิสสระ”ขู่ตัดงบลงจ.อุบลฯหากมีม็อบประท้วงนายกฯ 

 นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ที่จ.อุบลราชธานี โดยนายอิสสระ สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ และรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า หากมีการชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรีจากกลุ่มคนเสื้อแดงงบประมาณที่ลงในจ.อุบลราชธานีจะเปลี่ยนไปที่จังหวัดอื่น ว่า การลงพื้นที่ของนายกฯที่จ.อุบลราชธานีคงจะไม่ราบรื่นเหมือนที่จ.บุรีรัมย์ เพราะทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนเตรียมต้อนรับด้วยการประท้วงไว้แล้ว

 อีกทั้งยังมีการระดมชาวบ้านจากจ.มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษด้วย การที่นายกฯจะมานั้นก็ดีจะได้รู้ว่าในพื้นที่เป็นอย่างไร ส่วนการที่นายอิสระขู่ว่าจะไม่นำงบประมาณมาลงจ.อุบลราชธานีนั้นคงไม่เป็นปัญหา ไม่มีอะไรต้องเดือดร้อน เพราะมีส่วนราชการอื่นๆอีกหลายส่วนที่ทำงานของเขาอยู่ แต่ถ้ารัฐบาลทำอย่างที่นายอิสระขู่ชาวบ้านก็จะยิ่งเกลียดรัฐบาล

"โฆษกมาตุภูมิ"เผยพล.อ.สนธินั่งที่ปรึกษาพรรค

นายมุข สุไลมาน โฆษกพรรคมาตุภูมิ กล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาล 6 เดือน ว่า ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยู่ในวัยที่น่าจะมีความคล่องแคล่วและทำงานได้ดีกว่าคนวัยอื่น แต่ก็ไม่สามารถบริหารงานได้ นายอภิสิทธิ์ เป็นได้ดีเพียงแค่พรีเซนเตอร์โฆษณาชวนเชื่อและคอยเป็นประธานเปิดงานเท่านั้น ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วนายอภิสิทธิ์แม้จะมีความสามารถระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นผู้บริหารประเทศได้

 ทั้งนี้สิ่งที่ควรทำกลับไม่ยอมดำเนินการ อาทิ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่าใครเป็นคนฆ่าชาวบ้านที่ไปละหมาดในมัสยิด รวมถึงการที่พรรคเคยขอร้องให้นายกฯตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด แต่รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉย ถือเป็นการแสดงความไม่จริงใจที่จะแก้ไขปัญหา

 นอกจากนั้นรัฐบาลยังพูดอย่างทำอย่าง เห็นชัดเจนกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าหากเข้ามาบริหารประเทศจะยกเลิกพ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่กลับยังมีการต่ออายุออกไปอีก จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเดือดร้อนกับการคงพ.ร.ก.ดังกล่าว ขณะที่ความรุนแรงก็ไมได้ลดลง ขณะที่การแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็เป็นเพราะความประมาทและไม่เอาใจใส่ของรัฐบาลและผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ผิดกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกได้อย่างทันท่วงที

 นายมุข ยังกล่าวด้วยว่า พรรคขอตั้งข้อสังกตว่าในการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทั้งที่คดีเกิดขึ้นและเงียบหายมานานแล้ว แต่พอรัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำในหลาย ๆ เรื่องทั้งความชอบธรรมของนายกษิต และการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ จึงใช้วิธีเบี่ยงเบนประเด็นนำเรื่องดังกล่าวขึ้นมากลบใช่หรือไม่ ถึงวันนี้แม้ว่านายกษิต จะยอมลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เพราะนายกษิตได้สร้างความเสียหายกับประเทศไว้อย่างมหาศาล ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถติดต่อกับหลาย ๆ ประเทศได้ อาทิ พม่า มาเลเซีย ที่นายกษิตใช้คำพูดวิจารณ์ประเทศเหล่านี้ในทางที่ไม่เหมาะสม

  ในส่วนของพรรคมาตุภูมิ คณะผู้บริหารพรรคตัวจริงทั้งหมดยังไม่พร้อมจะเปิดตัวจนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ของพรรคและหาสมาชิกได้ครบตามที่กกต.กำหนด ขณะเดียวกันพรรคพร้อมเปิดกว้างรับทุกคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

 เมื่อถามว่ากลุ่มได้ทาบทามพล.อ.สนธิ บุณยรัตนกลิน อดีตผบ.ทบ.มาร่วมงานหรือไม่ นายมุข กล่าวว่า เรื่องนี้นายมั่น พัธโนทัย และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำพรรค เป็นผู้ประสานกันอยู่ ซึ่งพล.อ.สนธิคงจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ แต่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรค