ข่าว

‘สายใยรัก2ทวีป’ม่ายสาวไทย...กับอดีตเภสัชกรแดนคาวบอย

‘สายใยรัก2ทวีป’ม่ายสาวไทย...กับอดีตเภสัชกรแดนคาวบอย

14 พ.ค. 2558

"สายใยรัก2ทวีป"ม่ายสาวไทย...กับอดีตเภสัชกรแดนคาวบอย : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์

 
          เมื่อ 2,000 ปี ก่อนในยุคของจักรวรรดิโรมัน การสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือการใช้นกพิราบเป็นตัวส่งสาร หนุ่มสาวสามารถส่งข้อความบอกรักไปหากันได้แม้ว่าใครคนหนึ่งจะอยู่ห่างไกลออกไป ครั้นเมื่อกาลเวลาแปรเปลี่ยนตามยุคสมัย การเรียนรู้ของมนุษย์ได้ริเริ่มสรรค์สร้างพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารต่างๆ มากมายเพื่อการเชื่อมต่อหากันได้ง่ายขึ้น จากยุคสมัยการส่งจดหมายด้วยหมึกปากกาก็เปลี่ยนมาเป็นยุคแห่งการใช้โทรเลข ก่อนจะมาโทรศัพท์และ "อินเทอร์เน็ต" ยุคที่การเชื่อมต่อหากันถือเป็นเรื่องง่ายดั่งปอกกล้วยเข้าปากและกลายมาเป็นที่นิยมอย่างสูงสุดในปัจจุบัน
 
          "เปิ้ล" ศรินรัตน์ ทองพรสวัสดิ์ สาววัย 48 ปี สาวชาวเหนือ จ.แพร่ ผู้มีชีวิตรักแสนรันทดเพราะจำต้องหันหลังให้แฟนคนไทยที่มีนิสัยเจ้าชู้ หลายใจ ด้วยนิสัยความทระนงตนของเธอ การที่จะยอมจมปลักรักคุดอยู่กับความผิดพลาดซ้ำๆ ของแฟนเก่า ไม่ได้ทำให้เธอดีขึ้นไปกว่าเดิม มีแต่จะทำให้เธอถอยหลังและช้ำใจมากขึ้น ภายหลังจากที่เลิกราจากแฟนเก่าช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดได้ผ่านเข้ามา เพราะเธอต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "น้องบอส" ที่กำลังร่ำเรียนอยู่และปัจจุบันศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคแพร่ แม้แฟนเก่าจะให้ความช่วยเหลือบ้างก็ตามแต่หลักๆ เรื่องการดูแลก็ตกอยู่ที่เธอ
 
          และความที่ “เปิ้ล” เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจึงไม่ย่อท้อต่อชีวิตตัวเอง ทำมาหากินอย่างสุจริตที่ จ.แพร่ เรื่อยมาจนกระทั่งรู้จักโลก "อินเทอร์เน็ต" ซึ่งเดิมใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกับเพื่อนเก่าในวัยเด็ก และค้นคว้าหาข้อมูลทั่วไปแบบที่คนเขาทำกัน แต่วันหนึ่งเมื่อกามเทพยกคันศรและเปิดโอกาสให้เธอได้รู้จักเว็บไซต์หาคู่เว็บหนึ่งโดยบังเอิญ เดิมทีเธอแค่สมัครเล่นๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก เล่นสนุกไปวันๆ หากแต่จะด้วยบุญวาสนาที่ทำร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน ทำให้ “เปิ้ล” ได้มีโอกาสพบเภสัชกรเกษียณวัย 74 ปี ชื่อ "แลร์รี จอห์น บาร์เดลเมียร์" ชาวอเมริกัน จากรัฐนิวเม็กซิโก
 
          เริ่มแรกที่ได้ติดต่อกันก็เป็นเพียงการพูดคุยแบบคนทั่วไป ต่างคนต่างไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าความเป็นเพื่อน แต่ด้วยกาลเวลาที่เลยผ่านอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดีให้กันและกัน แม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงเลยก็ตาม ความที่เป็นโสดด้วยกันทั้งคู่โดยเฉพาะแลร์รี ผู้ที่ไม่มีภาระอะไรที่บ้านเกิด ทำให้เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวบินข้ามทวีป เพื่อมาหาเปิ้ลถึงประเทศไทย
 
          เมื่อแลร์รีมาถึงประเทศไทย เขาได้นัดเปิ้ลให้ไปเจอเขาที่ จ.ชลบุรี ครั้งนั้นเปิ้ลเองก็รู้สึกสองจิตสองใจเพราะเคยมีข่าวกรณีหญิงไทยถูกต่างชาติหลอกไปขายและต่างๆ มากมาย แต่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะไม่เคยเห็นตัวจริงมาก่อนก็ตาม ทำให้เปิ้ลสลัดความกลัวทิ้งไปให้หมด และเดินหน้าเข้าหาความรักครั้งใหม่อย่างเต็มกำลัง ที่ตรงนั้นความเกรงกลัวของฝ่ายหญิงได้เบาบางลงไป
 
          เปิ้ลเล่าว่า แลร์รีเป็นผู้ชายโรแมนติกไม่เคยทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น สามารถเข้ากันได้ดีตั้งแต่วันแรกที่เจอ ความหลงใหลในเมืองชลบุรีของแลร์รี มากกว่าแดนเหนือบ้านเกิดของเธอ ทำให้แลร์รีตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ โดยที่เขาได้ถามไถ่ถึงความสมัครใจของฝ่ายหญิงว่าจะอยู่ร่วมกับเขาที่นี่ได้ไหม แลร์รีขอให้เธอละทิ้งอดีตที่เลวร้ายทั้งหมดไว้ที่บ้านเกิดที่จ.แพร่ แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาที่ จ.ชลบุรี โดยได้เสนอให้ "น้องบอส มาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่ “น้องบอส" ก็ปฏิเสธคำเชิญเพราะอยากอยู่กับพ่อแท้ๆ ที่จ.แพร่ มากกว่า
 
          แลร์รีบอกกับเธออีกว่า “จะดูแลหัวใจเธอเป็นอย่างดี” คำพูดนี้เองที่ทำให้เปิ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับความรักครั้งใหม่ของเธอ และยากที่จะปฏิเสธที่จะอยู่กับเขาที่นี่ และในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 คือวันที่ทั้งคู่ตกลงปลงใจจะอยู่ร่วมกัน แสงแห่งวันกำลังลาลับขอบฟ้าควบคู่เสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่ง เปิ้ลมองไปข้างหน้ามือขวากุมมือของแลร์รีเอาไว้แน่น ความชราภาพของเขาไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีให้เขา ความเป็นตัวเขาสิคือความรัก
 
          เริ่มแรกการใช้ชีวิตของทั้งคู่ยังคงเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะด้วยภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ถือเป็นอุปสรรคที่หญิงไทยแทบทุกคนจะต้องพบเจอ เปิ้ลต้องใช้เวลาราวครึ่งปีในการปรับตัวเข้าหากัน แม้จะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย เมื่อเทียบกับการที่เธอจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าๆ ที่บ้านเกิดซึ่งมีชีวิตที่ยากลำบากมากกว่านี้หลายเท่าตัว  
 
          เปิ้ลเล่าว่า แลร์รี มีความเป็นสุภาพบุรุษสูงและมักมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา เวลาอยู่ด้วยจะมีความสุข หัวเราะได้ตลอดทั้งวัน เหมือนมีเพื่อนอยู่ข้างกาย แลร์รี มักจะเซอร์ไพรส์ด้วยของขวัญตามเทศกาลไม่มีขาด ความโรแมนติกของเขาคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่แฟนเก่าของเธอไม่มีให้ คือสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตรัก แต่แลร์รีกลับมาเติมเต็มให้ แม้ว่าเขาจะอายุมากแต่นิสัยยังเป็นเหมือนวัยรุ่น ยังรักสนุกและเริงร่ากับชีวิตอยู่เสมอ      
 
          แล้วชะตาฟ้าลิขิตก็บรรจบจับพลัดจับผลูให้สาวชาวเหนือได้มาปลูกความรักไว้บนหัวใจของชายชาวอเมริกัน เช่นกันกับชายชาวอเมริกันแดนคาวบอยก็ได้ปลูกความรักไว้กับสาวชาวเหนือบนผืนดินสยาม จับมือประครองรัก ด้วยคำมั่นสัญญาที่มีไว้ให้แก่กันว่า “จะดูแลและรักกัน จนกว่าใครคนหนึ่งจะตายจากไป”
 
          ปัจจุบัน "เปิ้ล” ศรินรัตน์ ทองพรสวัสดิ์ อาศัยอยู่กับ แลร์รี จอห์น บาร์เดลเมียร์ ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มาร่วม 5 ปีแล้ว และทั้งคู่มีความสุขกันดี ทั้งนี้ยังได้เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอที่ จ.แพร่ อยู่เป็นประจำไม่ขาดหาย   
 
.......................................
(หมายเหตุ "สายใยรัก2ทวีป"ม่ายสาวไทย...กับอดีตเภสัชกรแดนคาวบอย : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์  )