
จับธุรกิจทำน้ำแร่ทางเลือกศรศักดิ์ คงตระกูลเทียน
จากเมืองสู่ชนบท...จับธุรกิจทำน้ำแร่ ทางเลือกศรศักดิ์ คงตระกูลเทียน : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยดลมนัส กาเจ
ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด "น้ำแร่" ที่มีมูลค่าปีละกว่า 2,000 ล้านบาท ในปี 2552 ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับน้ำแร่น้องใหม่ที่จะแจ้งเกิดบนเส้นทางธุรกิจสายนี้
แต่สำหรับหนุ่มรุ่นใหม่ในวัยเพียง 22 ปี ในขณะนั้นอย่าง "ศรศักดิ์ คงตระกูลเทียน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อควาละออ จำกัด และบริษัท วัลฮัลลาฮีโร่ เทรดดิ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติ "เพชรสุวรรณ" กลับมองว่า กระแสคนรักสุขภาพที่กำลังมาแรง หากเจาะตลาดให้ดี เลี่ยงการแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ไปเน้นหาตลาดใหม่ ก็ไม่ยากที่จะนำธุรกิจสู่เป้าหมายดั่งที่ตั้งใจ โดยเฉพาะตลาดในชุมชน หรือชนบทที่สามารถจะขยายฐานธุรกิจได้ เพราะที่ผ่านมาน้ำแร่เจ้าเก่าแบรนด์ดังที่วางขายในท้องตลาด ส่วนใหญ่จะเน้นตลาดบนคนในเมือง ขณะที่ในชุมชน หรือชนบทคนก็มีกำลังซื้อสูง และตื่นตัวในเรื่องของการรักสุขภาพไม่ต่างกับคนในสังคมเมือง แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่มีวางขาย
นี่คือสิ่งจุดประกายที่ ศรศักดิ์ กล้าตัดสินใจทิ้งวิถีชีวิตที่อยู่ในสังคมเมือง มุ่งหน้าสู่ชนบท เป้าหมายที่ ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย หลังจากได้พบเห็นบ่อน้ำที่ใสสะอาดตลอดปี ผุดอยู่กลางป่าในที่ดินของเพื่อนพ่อ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตของเขาเติบโตมาในสังคมเมืองกรุง ที่ครอบครัวเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรและอาหาร ควบคู่ตำแหน่งคณบดีคณะนวัตกรรมเกษตร สถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ "ดร.มนตรี คงตระกูลเทียน" ซึ่งเขามีโอกาสเข้าทำงานในบริษัทเอกชนและไต่เต้าสู่ตำแหน่งบริหารได้ แต่ศรศักดิ์กลับมองการทำธุรกิจเป็นเจ้าของกิจการเองมีความท้าทายกว่า และเป็นนายของตัวเองที่สามารถเลือกปฏิบัติตามแนวคิดของตัวเองได้อย่างอิสระอีกด้วย
ศรศักดิ์ ย้อนอดีตก่อนตัดสินใจลงทุนผลิตน้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติว่า คุณพ่อมีเพื่อนที่อยู่ที่ อ.เวียงป่าเป้า เขาเองก็เคยไปที่นั่น และได้พบเห็นว่าใกล้เนินเขาที่นั่นมีบ่อน้ำใสสะอาดที่มีตาน้ำไหลผ่านแร่ธาตุลงมาจากยอดเขาตลอดปี จึงพูดกันเล่นๆ ว่า น่าจะนำมาผลิตเป็นน้ำแร่เพื่อสุขภาพขายได้
วันหนึ่งเขาย้อนไปที่นั่นอีก เอาตัวอย่างน้ำส่งไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และที่สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ตรวจคุณสมบัติของน้ำ และได้รับการยืนยันจากทั้งสองหน่วยงานว่า ในน้ำมีแร่ธาตุที่สมบูรณ์หลายชนิดทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟต และอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่งผลให้ ศรศักดิ์ เริ่มสนใจธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติมาตั้งแต่ตอนนั้น โดยมีเหตุผลว่า "ไม่อยากเป็นลูกจ้างคนอื่น"
"ผมใฝ่ฝันอยากบริหารกิจการของตัวเอง จึงศึกษาในเรื่องของตลาด ความน่าจะเป็นที่จะได้ส่วนแบ่งการตลาด เบื้องต้นมองว่าในชุมชนมีร้านสะดวกซื้อของคนในท้องถิ่น รวมถึงร้านชำด้วย ในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่ายังไม่มีน้ำแร่ขาย ส่วนในเมืองบางแห่งมีเจ้าเก่าอยู่แล้ว แต่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดบนราคาสูง หลังจากได้ข้อมูลตรงนี้แล้ว ผมกลับไปปรึกษากับที่บ้าน จนได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นอย่างดี"
ในที่สุด ศรศักดิ์ ตัดสินใจลงทุนครั้งแรก 12 ล้านบาท จดทะเบียน บริษัท น้ำแร่เพชรสุวรรณ จำกัด ภายใต้เครื่องหมายการค้า "น้ำแร่เพชรสุวรรณ" ในปี 2552 โดยมีโรงงานอยู่ที่ 164 หมู่ 4 ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จากนั้นได้สั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์กรองน้ำจากประเทศเยอรมนี ตามมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด
หลังจากผลิตน้ำแร่ได้แล้วจึงนำตัวอย่างส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐาน จนได้รับการรับรองจาก อย. และได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี หรือวิธีการที่ดีในการผลิตระดับดีมาก และล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานเอชเอซีซีพี
เมื่อทุกอย่างผ่านขั้นตอนการรับรองมาตรฐานแล้ว ในช่วงแรกจึงเริ่มลงทดสอบตลาดด้วยการแจกและขายระบบไดเรกเซล จนกระทั่งปี 2554 จึงนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ
ระหว่างนั้น ศรศักดิ์ นำผลิตภัณฑ์ส่งเข้าประกวดใน โครงการสุดยอดสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอท็อป ในนามของวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาว ในปี 2555 และ 2556 ทำให้ยอดผลิตน้ำแร่เพชรสุวรรณในปี 2554 เฉลี่ยตกวันละ 22,000 ขวด โดยมีตลาดหลักในกลุ่มผู้บริโภครักสุขภาพในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย โดยใช้ช่องทางจำหน่ายตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ซูเปอร์มาร์เก็ตใน อ.เมือง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ส่วนภาคกลางตอนบน และกรุงเทพฯ มีช่องทางจำหน่ายผ่านร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารเจ มหาวิทยาลัยต่างๆ หน่วยงานราชการต่างๆ
การตลาดตามแนวคิดของศรศักดิ์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
วันหนึ่งร้านจำหน่ายในชุมชนที่เป็นฐานสำคัญบางร้านที่เคยรับน้ำแร่เพชรสุวรรณไปขายเดือนละ 50-100 แพ็ก ถูกมาเฟียในวงการน้ำดื่มค่ายใหญ่ ยื่นเงื่อนไขกับร้านเหล่านี้ว่า หากมี "น้ำแร่เพชรสุวรรณ" ต้องไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์บางยี่ห้อของค่ายนั้นวางขาย
สุดท้ายเขาตัดสินใจถอยออกมาตั้งหลักใหม่ เน้นขายตรงตามบ้าน ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ออกบูธตามงานแสดงสินค้า ในพื้นที่ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ มากขึ้น แม้ตลาดบางส่วนสูญหายไป แต่ตลาดใหม่เริ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายขยายตัวขึ้นทุกปี มีฐานตลาดหลักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง บางส่วนในกรุงเทพฯ และที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้จากยอดขายในปี 2555 ที่มีเพียง 2 ล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านบาท ในปี 2556 และในปี 2557 เพิ่มเป็นกว่า 7 ล้านบาท และคาดว่าจะได้ 9 ล้านบาทในปีนี้
"ธุรกิจน้ำแร่ มีการแข่งขันสูง ในบ้านเรามีหลายแบรนด์ แต่ละภาคจะมีแบรนด์เจ้าถิ่น ผมจึงเน้นในพื้นที่ภาคเหนือเป็นหลัก อาทิ เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ภาคกลางตอนบน และกรุงเทพฯ ไม่คิดที่จะขยายไปยังจังหวัดไกลๆ ในช่วงนี้ เพราะอุปสรรค์ด้านการขยายตลาดของธุรกิจนี้คือการขนส่ง เพราะมีน้ำหนัก ฉะนั้น ต้องยึดหัวหาดในพื้นที่เป็นหลัก เราเน้นไปสร้างความเข้าใจใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ที่ผ่านมาคนเข้าใจเรื่องน้ำแร่น้อยมาก คิดว่าแพง ที่จริงน้ำแร่ก็เหมือนน้ำเปล่าดื่มแทนน้ำเปล่าทั่วไปได้ น้ำแร่ต่างกับน้ำเปล่าทั่วไปตรงที่ว่าน้ำแร่มีแร่ธาตุเท่านั้น"
หลักจากประสบการณ์ผ่านไป 5 ปี ศรศักดิ์ เริ่มปีกกล้ามองช่องทางธุรกิจที่จะเดินควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ซึ่งเดิมมีเพียงน้ำแร่เพชรสุวรรณเพียงอย่างเดียว ในที่สุดเขาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ จาก บริษัท น้ำแร่เพชรสุวรรณ จำกัด แยกมาเป็น 2 บริษัท เมื่อปลายปี 2557 คือ บริษัท อควาละออ จำกัด เป็นผู้ผลิตน้ำแร่เพชรสุวรรณ และกำลังผลิตน้ำแร่แบรนด์ใหม่ "เฟรย่า" หรือเทพธิดาแห่งสายน้ำเพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง เป็นน้ำแร่ที่รองรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ เน้นตลาดบน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น ราคาสูงกว่าน้ำแร่เพชรสุวรรณ ราว 10% ตั้งเป้าวางตลาดกลางปีนี้ และคาดว่าจะได้ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% ของเพชรสุวรรณ ซึ่งจะทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนอีกบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัทสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำแร่ทั้งสองแบรนด์คือ บริษัท วัลฮัลลาฮีโร่ เทรดดิ่ง จำกัด
สำหรับ บริษัท วัลฮัลลาฮีโร่ เทรดดิ่ง จำกัด นอกจากจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำแร่ที่ผลิตโดยบริษัท อควาละออ จำกัด แล้ว ยังร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนใน จ.ตาก นำผลิตภัณฑ์จากชุมชน เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่, ข้าวเหนียวลืมผัว และข้าวหอมมะลิแดง มาจำหน่ายด้วย คาดว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสามารถขายได้ครึ่งปีหลัง 1 ล้านบาท ทำให้ยอดขายสินค้าทั้งสองชนิดนี้ ทำให้บริษัทมีรายได้ในปี 2558 กว่า 10 ล้านบาท และจะขยายเพิ่มขึ้นในปีถัดมา
นับเป็นเด็กหนุ่มที่มีมุมมองด้านธุรกิจที่ยาวไกล ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป
กรรมวิธีผลิตน้ำแร่เพชรสุวรรณ
น้ำแร่เพชรสุวรรณ ผลิตจากน้ำบริสุทธิ์ในแหล่งใต้ดินจากธรรมชาติ มีกระบวนการผลิตในระบบปิดตามแบบฉบับของเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี ผ่านแสงอัลตราไวโอเลต ควบคุมด้วยเครื่องจักรระบบอัตโนมัติทั้งหมด การบรรจุขวดไม่มีการสัมผัสจากมือมนุษย์ มีการตรวจสอบคุณภาพสม่ำเสมอ จึงกล้าการันตีความสะอาดและบริสุทธิ์
ปัจจุบันน้ำแร่เพชรสุวรรณ บรรจุขวด 3 ขนาด คือขนาดเล็ก 350 ซีซี ขายส่งในราคาแพ็กละ 90 บาท (12 ขวด) ขายปลีกขวดละ 10-12 บาท ขนาดกลาง 600 ซีซี ขายส่งราคาแพ็กละ 100 บาท ขายปลีกราคาขวดละ 12-15 บาท และขนาดใหญ่ 1.5 ลิตร ราคาส่งราคาแพ็กละ 110 บาท ขายปลีกขวดละ 18-22 บาท
สำหรับแร่ธาตุที่มีในน้ำแร่เพชรสุวรรณ ประกอบด้วย แคลเซียม (Ca) ตามหลักโภชนาการช่วยเสริมสร้างกระดูก, แมกนีเซียม (Mg) ช่วยส่งเสริมการดูดซึมและการเผาผลาญของแร่ธาตุต่างๆ, ซัลเฟต (S) ช่วยรักษาผิวหนัง แผลพุพอง, โซเดียม (Na) ช่วยเรื่องการควบคุมกล้ามเนื้อ รักษาปริมาณน้ำในเซลล์ให้คงที่ ช่วยระบบขับถ่าย, ฟลูออไรด์ (F) เสริมความแข็งแกร่งของฟันหรือป้องกันฟันผุ, โพแทสเซียม (K) ช่วยรักษาสมดุลความเป็นกรดเป็นด่างของร่างกายหรือควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ, ซิลิกอน (Si) ทำให้ร่างกายเติบโต ยืดหยุ่น ช่วยรักษาผนังหลอดเลือด, เหล็ก (Fe) ช่วยระบบหายใจ และเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง, และ ฟอสฟอรัส (P) เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน เป็นต้น



