
บิ๊กตู่ไม่สนแม้วจ้อเกาหลี-ลั่นหวยต้อง80
บิ๊กตู่ไม่สนแม้วจ้อเกาหลี-ลั่นหวยต้อง80 ทำเลเซอร์ลบกระที่ใบหน้าตามคำแนะนำ
12พ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญจากประเทศเกาหลีใต้ไปปาฐกถาพิเศษ ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ว่า คงมีคนไปฟังเยอะแยะไปหมด ทั้งโลกก็จะรู้เองว่าพูดจริงหรือไม่จริง คงไม่มีใครไปหลับหูหลับตาฟังแล้วบอกว่าดี
“ผมว่าก็คงต้องมีทั้งดีและไม่ดี ผมพูดยังไม่มีคนฟังเลย ก็มีทั้งดีและไม่ดี เมื่อท่านไปพูดคนก็ต้องมองว่าถูกหรือไม่ถูก แล้ววันนี้สังคมพูดได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่ามองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ เพราะวันที่ปาฐกถาของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นตรงกับวันที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต้องไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าว่า “ไม่เกี่ยวกัน ทำไมทางโน้นจะบังคับไม่ให้ผมเอาเข้ากระบวนการยุติธรรมหรือ ไม่ให้เพราะทางนู้นพูดมันไม่เกี่ยวกัน อยากทำก็ทำไป”
เมื่อถามว่าจะกลายเป็นนำนานาประเทศมากดดันประเทศไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แล้วทำไม พวกคุณจะไปยอมเขาหรือ ไปยอมเขาทำไม คนไทยจะยอมเขาหรือเปล่า แล้วทำไมต้องมาโยนให้ตนหมดทุกเรื่อง คุณจะยอมให้มากำหนดชีวิตและประเทศชาติได้หรือ ถ้ายอมไม่ได้ก็จบ “ทุกวันนี้ผมก็ทำให้เขายอมรับผมอยู่แล้ว ทุกประเทศที่เข้ามาก็พูดกับผมดีทุกคน ลงทุนไม่รู้จะเท่าไหร่ มากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำเสียอีก ชัดเจนกว่า และไว้วางใจมากกว่า”
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังสามารถเคลื่อนไหวในประเทศต่างๆ ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องทางการเมืองและพ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวในต่างประเทศ แล้วอยากให้กลับไปดูว่าการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นมีคนทำให้หรือเปล่า และอยากรู้ว่าใครทำก็ต้องไปถามเขาดู ทุกคนก็รู้แต่ก็ยังมาถามตนกันเรื่อยเปื่อย “คนที่เชิญไปพูดในครั้งนี้ก็คือสมาคมนักข่าวเกาหลีใต้ ก็เป็นสื่อแบบพวกคุณ เชิญเขาไป อะไรที่เป็นปัญหา ทุกประเทศก็เชิญคนเหล่านี้ไปพูด แล้วก็เรียกว่าเสรีภาพ ท่านจะเอาเสรีภาพแล้วจะไม่ให้คนอื่นไม่มีเสรีภาพหรือไง เขาพูดได้ก็พูดไป แต่ผมทำบ้างจะมีคนเชื่อหรือเปล่า ถ้าทุกคนเชื่อตามนั้นหมด เขาคงไม่มาหาผมหรอกทุกวันนี้ มาตั้งกี่ประเทศแล้ว ร่วมมือกันตั้งหลายอย่าง”
เมื่อถามว่าไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กังวลอนาคตว่าประเทศจะอยู่กันยังไง แต่ตนอยู่เพื่อทำให้หายกังวล ถ้าตนไปแล้วมันเรียบร้อยก็ไม่เป็นไร ถ้าเดือดร้อนก็เป็นเรื่องของทุกคนต้องรับกรรมไป ประเทศไทยรับกรรมไป ทุกคนก็อยากมีประชาธิปไตย อยากมีเสรีภาพ อยากทำได้หมดทุกอย่าง อยากกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจนั้นดี ในประเทศที่เขามีความมั่นคง มีความเจริญหลากหลายแล้ว ประชาชนมีความรู้ทัดเทียมกัน การกระจายอำนาจสามารถลดงาน ลดภาระของรัฐได้ วันนี้ตนได้ให้หลักการไปแล้ว่า หน้าที่ของรัฐคือการอำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องกฎหมาย การลดขั้นตอน ให้ความรวดเร็วในการติดต่อราชการ เอกชนจะได้เดินหน้า โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ทุกอย่างจะได้เดินหน้าไปได้ ตนชัดเจนและทำเช่นนี้มาโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวคิดที่จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อพบปะประชาชน และรับฟังปัญหาบ้างหรือไม่ในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวตนคิดทุกวัน แต่ไม่รู้จะไปได้เมื่อไหร่เพราะงานมีอยู่ทุกวัน และหากจะลงไปทั้งทีก็ต้องมีการประชุม มีการลงไปพบปะประชาชน 77 จังหวัด เชิญตนให้ไปทุกจังหวัด ก็พยายามจะไปแต่ถ้าไปก็มีปัญหาอย่างหนึ่งว่าปัจจุบัน กระทรวงต่างๆ ผู้ตรวจราชการ รองนายกฯ ก็ลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการและงานตามนโยบายตามที่ตนได้สั่งการลงไป นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อน ชุดที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณเป็นประธานลงไปในพื้นที่ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ลงไปกันทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงตนคนเดียวที่จะต้องลงไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ประชาชนมีความเชื่อมั่น ซึ่งลงไปแล้วต้องดูในเรื่องงบประมาณน้ำ ซึ่งจะต้องเสริมในทุกจังหวัด ต้องดูระดับความสำคัญ ซึ่งมีการเตรียมแผนในเดือนหน้าอยู่แล้ว
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะไปร่วมงานรำลึกพฤษภา 35 หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ใช่นักการเมือง คงไม่ได้ร่วมงาน แต่มีตัวแทนรัฐบาลไปร่วมงานอยู่แล้ว “สื่อก็รู้ดี อยากจะให้ผมไปร่วมงานจะให้เขาตีหัวผมหรืออย่างไร มันคนละเรื่อง รัฐบาลร่วมทุกงาน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน แต่ต้องจัดคนที่เหมาะสมไปร่วมงาน รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวง ไม่ใช่ต้องให้นายกฯไปทุกงาน จะไปไหวอย่างไรเล่า”
“ประวิตร”ปราม“ทักษิณ”อย่าพูดกระทบไทย
ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าทำให้กระทบกระเทือนต่อประเทศไทย และคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณพูดในระดับโลก ก็รู้ว่าควรจะทำอย่างไร แต่ส่วนที่จะมาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเป็นเรื่องของส่วนร่วมในประเทศ ไม่ควรมาพูดถึง อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลมาแล้ว ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณเองก็รู้ว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังดำเนินการสิ่งใดอยู่
“เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะดำเนินการอย่างไร ท่านก็ควรรู้เอง ผมไม่ต้องบอก อะไรที่จะเสียหายกับประเทศไทยท่านก็ไม่ควรพูด ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องขอร้อง ผมคิดว่าท่านคงรู้ดีว่าควรทำอย่างไร” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ไม่ห้าม“บิ๊กจิ๊ว”เปิดบ้านจัดเบิร์ธเดย์
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เตรียมเปิดบ้านพักส่วนตัว ที่บ้านพักปิ่นประภาคม ให้คนสนิทและผู้ที่รู้จักได้เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า รวมถึงจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 15 พ.ค.นี้ว่า สื่อก็อย่าไป เท่านี้ก็หมดเรื่อง ไปทำไมก็รู้อยู่ และจะแถลงข่าวทำไม เพราะบ้านเมืองยังทำงานอยู่ ส่วนที่พล.อ.ชวลิตเปิดบ้านให้อวยพรวันเกิดไม่มีใครว่า แต่ผู้สื่อข่าวก็ไม่ต้องไป อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าทำเรื่องเล็กๆให้เป็นเรื่องใหญ่ ต่อไปเรื่องใหญ่จะไม่มี
ด้าน พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้พล.อ.ชวลิต ได้เปิดบ้านอวยพรวันเกิดล่วงหน้า ครบ 85 ปี ในวันที่ 15 พ.ค. นี้ที่บ้านพักปิ่นประภาคม ซึ่งหลังจากที่ทางผู้ที่เข้าอวยพรแล้ว ทางพล.อ.ชวลิต จะแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวในเวลา 09.00 น.
ลั่น16มิ.ย.ขายหวย80บาททำไม่ได้เลิกขาย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการจัดโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า ต้องไปดู โดยให้เขาสมัครขึ้นมาแล้วนำไปคำนวนดูสัดส่วนความน่าจะเป็น แต่อย่าไปกังวลว่ามีความไม่เป็นธรรม ซึ่งตนไม่รู้ว่าอะไรที่เป็นธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เสนอขึ้นมาว่าใครต้องการอะไร แค่ไหน อย่างไร แต่อยู่ที่ว่าเราจะตัดสินให้เขาเท่าไหร่ ซึ่งมีอยู่ 4 ส่วน คือ 1.ส่วนของรัฐ หรือมูลนิธิสำนักงานสลากกกินแบ่งรัฐบาล 2. สมาคม 3. ส่วนราชการ และ4. ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องแยกแยะ ระหว่างคนที่ได้โควต้า และผู้ขายสลากฯ ซึ่งคนที่ได้โควต้าบางส่วนไม่ได้เป็นผู้ขายเอง มีการขายกลับไปกลับมา ไปรวมเล่มบ้าง ซึ่ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ในช่วงตรงกลาง
“เรื่องขายสลากฯในราคา 80บาท ผมพูดไปนานแล้ว ว่าในวันที่ 16 มิ.ย.2558 จะต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกขาย พอใจหรือยัง เพราะฉะนั้นถ้ามีการรั่วไหลต้องสอบสวนลงโทษ เอาโควต้าคืนก่อน ไมไม่อยากอะไรรุนแรงเกินไป คนเดือดร้อนมีเยอะ คนขายสลากเป็นล้านคน ถ้าผมเลิกขายคนพวกนี้จะโวยไหม เขาจะกินอะรกัน ตอบให้ผมหน่อย อำนาจใช้ได้ แต่จะเกิดผลกระทบกับใครบ้าง เราไม่สามารถทำให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราไม่ได้ไปเดินขายกับเขา เพราะฉะนั้นต้องดูปลายทางด้วยว่าจะขายในรูปแบบใด สามารถรวมเล่มได้หรือไม่ แต่นี่ยังไม่ขยายรวมถึงการค้าปลีกหรือหวยออนไลน์ เพราะเป็นทางเลือกเผื่อไว้ ถ้าหากแก้ไม่ได้ ก็จะห้มการออกเป็นสลากออนไลน์ ทางสลากฯจะได้ไม่กล้าขึ้นราคา เพาะตรงนั้นไม่ใช่หวย อย่าเรียกว่าหวย ให้เรียกว่าสลาก เป็นเรื่องของสลาก ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า นาย วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ออกมาเปิดเผยว่าการจำหน่ายสลากฯ มีการกินค้าหัวคิว 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี มีการตรวจสอบอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ต้องตรวจสอบ
“ถ้าตรวจสอบจะเดือดร้อนรัฐบาลที่แล้วทั้งหมด ไม่ใช่รัฐบาลผม ผมบอกแล้วว่าอยู่มานานเต็มทีแล้ว ท่านไปไล่รัฐบาลที่แล้วหน่อยซิ ถามให้หน่อยซิว่าเอาเงินเหล่านี้ไปไหนกันบ้าง และผมก็ไม่ได้รับเงินซักสลึง ก็ต้องไปไล่เอา ไปขุดทางนู้น ฝากไปขุดแถวรัฐบาลที่แล้วด้วย” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า การจัดสรรโควต้า มีบริษัทเอกชน2 แห่งที่ได้โควต้า 1ล้านฉบับ จะพิจารณาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นคนชี้แจง ต้องเปลี่ยนให้ไปบอกประธานบอร์ด ตนไม่ลงในรายละเอียด เมื่อถามย้ำว่ามีผู้ถือหุ้นนามสกุลเดียวกัน นายกฯ ย้อนถามว่า หรอ เดี่ยวให้ไปเปลี่ยนนามสกุล ญาติพี่น้องกันก็มี ไปดูดิกฎหมายเขาห้ามคนมีนามสกุลเดียวกันหรือเปล่า
ทำเลเซอร์ลบกระที่ใบหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงรอยแผลที่บริเวณขมับด้านซ้ายว่า เป็นการไปทำเลเซอร์มา เนื่องจากเป็นกระ และมีคนแนะนำว่าควรไปเอาออก ตนก็เลยตามใจ ความจริงตนไม่ค่อยสนใจตัวเองเท่าไหร่
เมื่อถามว่าช่วงที่ยิงเลเซอร์เจ็บหรือเปล่า นายกรัฐมนตรีกล่าว่า “ถ้าบอกไม่เจ็บก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าบอกเจ็บก็คงไม่ใช่ทหาร เพราะท.ทหารต้องอดทน แต่ถือเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนก็ต้องไปทำเมื่ออายุถึงวัย ถ้าปล่อยไว้ กระ ดังกล่าวในวันข้างหน้าจะโตขึ้น เลยไปเลเซอร์ออกเสียก่อน ไม่ได้หวังว่าจะหล่ออะไร เพราะความหล่อก็อยู่เท่าเดิม ซึ่งตนให้หมอทหารเป็นคนทำให้ เพราะตนไม่เคยไปหาหมออื่น
ฝากใช้ถนนอย่างเอื้อเฟื้อ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยายบนถนนสาธารณะ ว่า ตนได้สั่งการไปแล้ว ทั้งนี้อย่าไปโทษใคร ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผื่อแผ่กันและระวังตัวเอง ไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่เมาสุรา ทุกคนไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้จักรยาน ซึ่งผู้ใช้จักรยานต้องรู้ว่าเส้นทางใดปลอดภัย ไม่ใช่ขี่โดยไม่ดูอะไรเลย อย่าให้ตนใช้อำนาจทุกอย่างเลย วันนี้ถ้าใช้อำนาจมากกว่านี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้แล้ว
สั่งเร่งแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล-ขรก.เอี่ยวปมโรฮิงญา
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุม ครม.ถึงปัญหาโรฮิงญาโดยให้ทุกจังหวัดสามารถนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง ถ้าจังหวัดใดมีผู้มีอิทธิพล หรือ ข้าราชการ เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ให้รายงานเข้ามายังกรมการปกครอง แล้วส่วนกลางจะเข้าไปดูแล หากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือย้ายออกจากพื้นที่ทันที พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการว่าทุกเรื่องต้องมีความคืบหน้าสามารถรายงานต่อสาธารณชนได้
ครม.เท1.4หมื่นล้านพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา
ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ทั้งนี้ ตามที่นายกฯ ได้ปรารภให้ดำเนินการจัดการใช้ประโยชน์พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยให้ศึกษาจากประเทศเกาหลี นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบอีกว่า 1.กรอบเวลาการดำเนินโครงการก่อสร้างรวม 18 เดือน 2.ให้กรมเจ้าท่าดำเนินการเรื่องขอใช้พื้นที่ลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อก่อสร้าง 3.ให้สำนักนโยบายและแผนฯ ไปศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 4.ให้กรมที่ดินดำเนินการเรื่องรังวัดและชี้แนวเขต 5.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขอใช้พื้นที่บริเวณสะพานพระราม7 สะพานกรุงธนฯ และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า นอกจากนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องการรื้อถอน ย้าย สร้างใหม่ แนวทางการชดเชยในส่วนของท่าเรือต่างๆ ด้วย



