ข่าว

ร้องกองปราบถูกนายหน้าตุ๋นไปเก็บองุ่นที่ออสเตรเลีย

ร้องกองปราบถูกนายหน้าตุ๋นไปเก็บองุ่นที่ออสเตรเลีย

12 พ.ค. 2558

ร้องกองปราบถูกนายหน้าตุ๋นไปเก็บองุ่นที่ออสเตรเลีย

 
 
          วันที่ 12 พ.ค.58 เมื่อเวลา 01.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม(บก.ป.)ได้มีผู้เสียหายจำนวน 25 รายได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อธิษฐ์ พิสิษฐ์กูล พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.เพื่อแจ้งความว่าถูกนายหน้าซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หลอกลวงโดยอ้างว่าจะพาไปทำงานในไร่องุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย ได้ค่าจ้างวันละ 5 พันบาท แต่จะต้องเสียค่าดำเนินการคนละ 100,000 บาท
 
          นางสุภาพร ปัสสา อายุ 56 ปี ชาวนาจากจังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีญาติชื่อว่า “ทราย” เข้ามาชักชวนไปทำงานที่ไร่องุ่น และร้านอาหารที่ประเทศออสเตรเลีย โดยจะมีเพื่อนแฟนหนุ่มของเจ้าตัวทราบเพียงชื่อคือ นายนัทธี เป็นนายหน้าพาเดินทางไป พร้อมเสนอรายได้วันละ 5,000 บาท และหากทำงานในวันจันทร์ ก็จะได้วันละ 10,000 บาท แต่จะต้องเสียค่าดำเนินการผ่านทางธนาคารตกคนละ 100,000 บาท นอกจากนั้นยังให้คำมั่นสัญญาว่าการไปทำงานครั้งนี้มีเพียงญาติพี่น้องประมาณ 16 คนเท่านั้น แะหากไม่ได้ไปตามกำหนดจะคืนเงินทั้งหมดให้
 
          นางสุภาพร กล่าวต่อว่า ตนจึงตกลงจะเดินทางไปโดยได้โอนเงินไปครั้งแรก แต่ไม่ครบจำนวน ทาง น.ส.ทราย ได้โทรศัพท์มาเร่งตนจนจ่ายเงินครบ 100,000 บาท ก่อนจะมีการนัดหมายขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในเดือนมี.ค. แต่ทาง น.ส.ทราย อ้างว่าเอกสารไม่สมบูรณ์ อาจมีการผิดพลาดจากรายชื่อนักศึกษาที่ไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย จึงเลื่อนไปเป็นเดือนเม.ย. แต่ครั้งนี้อ้างว่า จำนวนคนน้อยไป
 
          “จนนัดกันว่าจะเดินทางวันที่ 11 พ.ค. เวลา 19.00 น.โดยสายการบินอาหรับแอร์ไลน์ และนัดผู้เสียหายกว่า 25 คน เวลา 17.00 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อทุกคนมาถึงสนามบิน ก็พยายามติดต่อนายหน้าที่ชื่อ ”นัทธี“ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-20.00 น.ก็ยังติดต่อได้ โดยอ้างว่ากำลังเดินทาง แต่หลังจากเวลา 21.00 น.กลับติดต่อไม่ได้ ก็รู้ว่าถูกหลอก จึงรวมตัวกันไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่สนามบิน จากนั้นเจ้าหน้าที่สนามบินได้พามาส่งที่กองปราบเพื่อให้แจ้งความ โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะไปกู้หนี้ยืมเงิน หรือเอาโฉนดที่ดินไร่นาไปจำนองรายละเป็นแสน อีกทั้งต้องเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เดินทาง จึงมาแจ้งความเพื่อขอเงินคืน”นางสุภาพร กล่าว
 
          ด้าน ร.ต.อ.อธิษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทางตำรวจรับเรื่องไว้ ก่อนจะนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนผู้เสียหายทุกรายอย่างละเอียดอีกครั้ง หากมีพยานหลักฐานพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะแจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับผู้เสียหายที่เดินทางมาระยะทางไกลแล้วไม่สามารถเดินทางกลับได้ทางตำรวจได้เปิดอาคารสโมสรกองปราบปราม ให้ผู้เสียหายได้นอนพักและจะทำการสอบปากคำในตอนเช้าอีกครั้ง