ข่าว

‘สุขุมพันธุ์’สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

‘สุขุมพันธุ์’สั่งเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

11 พ.ค. 2558

‘สุขุมพันธุ์’ สั่งเตรียมพร้อมรับวันเปิดเทอม 18 พ.ค. กำชับเทศกิจดูแลจราจร ตรวจระบบไฟฟ้า-กล้องวงจรปิด คุมเข้มรถตู้รับ-ส่งป้องกันเด็กติดค้าง

 
          11 พ.ค.58 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. กล่าวถึงผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ครั้งที่ 14/2558 โดยมีม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุม ว่า ในที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักเรียนสังกัดกทม. ประจำปีการศึกษา 2558 ซึ่งจะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ส่วนโรงเรียนที่ยังไม่ได้ติดตั้งหรือติดตั้งกล้องวงจรปิดยังไม่แล้วเสร็จขอให้เร่งรัดดำเนินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ให้ตรวจสอบการติดตั้งสายดินของตู้น้ำดื่ม โดยประสานการไฟฟ้านครหลวงเข้าตรวจสอบให้ครบทุกโรงเรียน และอาจประสานขอความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่สอนคณะวิศวกรรมไฟฟ้าในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
 
          น.ส.ตรีดาว กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้สั่งให้มีการตรวจสอบความพร้อมของอาคารเรียน ห้องเรียน และเครื่องเล่นเด็ก พร้อมทั้งตรวจสอบสัญญาณไฟกระพริบ ทางม้าลาย เครื่องหมายจราจร บริเวณหน้าโรงเรียนให้พร้อมใช้งาน และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจอำนวยการจราจรด้านหน้าโรงเรียนก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียน พร้อมมอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ประสานงานกับกรมเจ้าท่า ตรวจสอบท่าเทียบเรือเพื่อปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรง ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาควบคุมดูแล และกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด และจัดวางระบบในการรับนักเรียนด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวผู้ปกครอง พร้อมขอความร่วมมือจากผู้ปกครองที่เดินทางรับและส่งนักเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ หรือรถจักรยาน จัดหาหมวกนิรภัยให้นักเรียนสวมใส่ทุกครั้ง
 
          “ในส่วนของผู้ปกครองหรือผู้ประกอบการรถตู้ที่ใช้รถตู้รับและส่ง นักเรียน ขอความร่วมมือตรวจสอบในรถตู้ทุกครั้งเมื่อส่งนักเรียนที่โรงเรียนแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเด็กนักเรียนติดอยู่ในรถตู้ รวมถึงขอความร่วมมือผู้ปกครองรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียน โดยให้ปิดฝาภาชนะน้ำกินน้ำใช้ให้มิดชิด เพื่อป้องกันยุงลายวางไข่ เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7วันด้วย” โฆษกกทม.กล่าว
 
 
กทม.หวั่นจราจรเกาะรัตนโกสินทร์ติดขัด เตรียมสั่งห้ามจอดรถทัวร์
 
 
          11 พ.ค. น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. กล่าวถึงผลประชุมคณะผู้บริหาร ซึ่งมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุมหารือเรื่องการจัดระเบียบรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยว รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แม้ว่าเรื่องนี้ กทม.จะร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (หรือ บขส.) ในการขอความร่วมมือผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้นำรถทัวร์ไปจอดรอนักท่องเที่ยวที่สถานีขนส่งสายใต้เก่ามานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือมากนัก ทำให้การจราจรในพื้นที่ดังกล่าวติดขัดอย่างหนัก ทางกระทรวงมหาดไทยจึงมอบหมายให้กทม. ดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งในวันที่ 12 พ.ค.จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการอีกครั้งที่ศาลาว่าการกทม. ถึงการออกมาตรการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่นำรถไปจอด
 
          “ ยอมรับว่าแม้กทม.จะเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ก็ไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจะหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้มงวดเรื่องการห้ามนำรถทัวร์มาจอดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งขณะนี้มีรถทัวร์จำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ และมีการจอดรอนักท่องเที่ยวเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อการจราจรและกระทบต่อการเดินทาง” น.ส.ตรีดาว กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ กทม.กำหนดจัดระเบียบรถทัวร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ตั้งแต่เดือนต.ค.ต2556 เพื่อแก้ปัญหาจราจรและมีความเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อโครงสร้างพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีความเก่าแก่ ที่อาจได้รับแรงสั่นสะเทือนจากรถขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาวิ่งได้ ซึ่งต่อมาทาง บช.น.ก็ได้ออกข้อบังคับจราจร ห้ามรถทัวร์เข้ามาและจอดบริเวณถนนโดยรอบพระบรมหาราชวัง จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนมหาราช ถนนสนามไชย ถนนท้ายวัง และถนนหน้าพระลาน หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเท่าที่ควร ยังคงมีรถทัวร์จำนวนมากเข้ามาจอดเต็มพื้นที่ซึ่งตามแผนงานนั้น หากย้ายรถทัวร์ไปจอดแล้วกทม.จะจัดทำท่าเทียบเรือที่สถานีขนส่งสายใต้เก่า เพื่อรับส่งผู้โดยสารทางน้ำและเปิดเส้นทางท่องเที่ยว และปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณรอบสถานีขนส่งฯ ให้เป็นศูนย์รวมและเปลี่ยนถ่ายนักท่องเที่ยว