ข่าว

แพะ 'ซีพี'

แพะ 'ซีพี'

12 พ.ค. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แพะ 'ซีพี' : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                          ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 7 จนถึงวันที่ 11 มีการรณรงค์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง เรียกร้องให้ผู้ที่มีความเห็นตรงกันงดเว้นการเข้าไปจับจ่ายและซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของกลุ่มซีพี เพื่อส่งสารเป็นนัยว่า ผู้รวมกลุ่มรณรงค์ไม่พึงพอใจแนวทางการทำธุรกิจแบบรวบยอดผูกขาดของกลุ่มซีพี
 
                          กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยที่มีขนาดของธุรกิจใหญ่โต และมีเม็ดเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่ากลุ่มซีพี มีมากมาย ซึ่งทุกกลุ่มต่างก็สยายปีกออกไปคุมในธุรกิจต่างๆ ทั่วไปหมด แต่มีประเด็นสำคัญที่ต่างจากกลุ่มซีพี ก็คือ  
 
                          กลุ่มซีพี นอกจากจะขยายธุรกิจออกไปในแนวราบ หมายถึงขยายออกไปยังธุรกิจที่แตกต่าง เช่น ค้าขายเกี่ยวกับเกษตรกรรม, เป็นผู้ผลิตสินค้าด้วยตนเองและทำตัวเป็นผู้ผลิต ด้วยการว่าจ้างให้ผู้อื่นผลิตสินค้าในนามของตนเอง, ค้าส่งขนาดใหญ่, ค้าส่งขนาดย่อม และลงไปถึงค้าปลีกและให้บริการปลีกย่อยที่เรียกกันว่า ครบวงจร ในขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ส่วนใหญ่จะขยายในแนวราบ และแม้สินค้าบางตัวจะขยายออกในแนวดิ่ง แต่ก็ไม่สร้างภาพให้เห็นชัดเจน ว่าเป็นการทำธุรกิจรวบยอดผูกขาดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
 
                          การขยายตัวในแนวดิ่งครบวงจรของกลุ่มซีพี จึงเท่ากับว่าสร้างศัตรูให้ตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขายปลีกแบบเซเว่นอีเลฟเว่น ที่นอกจากจะขยายจำนวนร้านค้าด้วยการให้สิทธิแก่นักลงทุนรายอื่นในรูปแบบแฟรนไชส์แล้ว ยังไปลงทุนด้วยตนเองทำร้านค้าย่อยแข่งกับคนที่เป็นลูกช่วงของตนเอง หรือเท่ากับว่าบริษัทแม่ลงไปแข่งขันกับผู้แทนจำหน่ายนั่นเอง คนในสังคมจึงมองว่านี่เป็นการทำธุรกิจแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือ “คนรวยรังแกคนจน” 
 
                          บวกกับความที่ประธานของกลุ่ม คือ คุณธนินท์  เจียรวนนท์ เป็นผู้ที่สร้างตัวเองจนประสบความสำเร็จในธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อมีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นสื่อมวลชนจึงมักจะไปถามความเห็นจากเขา และคำตอบที่ได้รับก็ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกว่า เป็นคำตอบที่สร้างปัญหาให้ประเทศชาติและสังคมส่วนรวมโดยมีผลประโยชน์ของตนเองแอบแฝง  
 
                          ประเด็นทางธุรกิจที่กลุ่มซีพี ขยายในแนวดิ่ง จนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำนั้นจะไปโทษซีพี ก็คงไม่ได้ ในเมื่อกฎกติกาหรือกฎหมายเปิดช่องทางเอาไว้เช่นนั้น นักธุรกิจหรือคนทำการค้าที่มองเห็นช่องก็สามารถทำได้ ส่วนการขยายแนวราบไปยังธุรกิจอื่นๆ เป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องกังวล เพราะบางธุรกิจที่กลุ่มซีพี เข้าไปทำก็ไม่ประสบความสำเร็จ  
 
                          การที่จะไม่ให้เกิดการผูกขาดทางธุรกิจ จึงเป็นเรื่องของกฎหมายที่ต้องออกกติกามาควบคุมให้ชัดเจน บวกกับต้องรณรงค์ให้คนในสังคมหันมาพึ่งพาตนเองและชุมชนให้มากขึ้น ต้องยอมรับการซื้อขายสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้คนในชุมชนเดียวกันให้มากที่สุด แม้ว่าจะได้รับการบริการที่ด้อยกว่า ภาครัฐเองก็ต้องร่วมกับประชาชนในการที่จะสร้างสหกรณ์ของชุมชนให้เข้มแข็งมากขึ้น
 
                          เพราะหากไม่ทำอย่างจริงจังแต่มัวจ้องจะประท้วงรณรงค์ ต่อให้ เซเว่นอีเลฟเว่น หรือ ซีพี จะต้องพ่ายแพ้ไป ในที่สุดก็จะต้องมีกลุ่มทุนอื่นเข้ามายืนแทนที่อย่างหนีไม่พ้น เพราะกติกาของสังคมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังครับ
 
 
 
 
 
------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แพะ 'ซีพี' : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)