ข่าว

‘ผบ.ทบ.’ยัน‘รบ.-กองทัพ’จริงใจแก้ไขปัญหาโรฮิงญา

‘ผบ.ทบ.’ยัน‘รบ.-กองทัพ’จริงใจแก้ไขปัญหาโรฮิงญา

11 พ.ค. 2558

"ผบ.ทบ." ยัน "รัฐบาล-กองทัพ" จริงใจแก้ไขปัญหาโรฮิงญา สั่ง มทภ.4 เร่งตรวจพื้นที่ต้องสงสัยทุกพื้นที่ ยืนยันไม่มีทหารเอี่ยวขบวนการค้ามนุษย์ ย้ำทหารทำงานตรงไปตรงมา

 
 
          วันที่ 11 พ.ค.58 เมื่อเวลา 06.00 น.  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา ว่า เราต้องพยายามแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้นโยบายกับกองทัพบก ในภาพของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประสานงานความร่วมมือกัน เพราะไทยเป็นประเทศกลางทาง ส่วนประเทศต้นทางและปลายทางต่างๆ ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเราก็มีความพยายามในการประสานงาน
 
          พล.อ.อุดมเดช ยืนยันว่า เราพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และขณะนี้ได้ประสานงานความร่วมมือกับจุดต่างๆ ที่อาจเป็นจุดหลบ ซ่อน หรือพักพิงให้กับชาวโรฮิงญาอย่างไม่ถูกต้อง และสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ให้ดูแลและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และนำมาประมวลเพื่อเข้าสู่พื้นที่ที่สงสัยทุกพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทำมาได้ส่วนหนึ่งและจะเร่งทำให้ครบทุกพื้นที่ เราต้องทำให้จริงและจับต้องได้ ในอนาคตเชื่อว่าจะต้องดีขึ้น
 
          เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีให้เวลา 10 วัน จะสามารถแก้ไขปัญหาทันหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นการกำหนดคร่าวๆ ส่วนปัญหาการเข้าถึงพื้นที่นั้นบางพื้นที่ก็ยากลำบาก แต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนด ส่วนการปฏิบัติงานสามารถเข้าพื้นที่ได้เกินครึ่งที่ได้กำหนดแล้ว ซึ่งทหาร และตำรวจพยายามร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโรฮิงญา และทำงานอย่างตรงไปตรงมา หากมีกำลังพลคนใดไปเกี่ยวข้องตนจะดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเด็ดขาด คือการลงโทษขั้นต้นในการปรับย้ายออกนอกพื้นที่และดำเนินการสอบสวนทางวินัย หากผิดจริงก็ปลดออกจากตำแหน่ง
 
          เมื่อถามถึง ข่าวว่าการปรับย้ายทหารในช่วงที่ผ่านมานั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถดูแลพื้นที่ได้ก็ต้องออกนอกพื้นที่ แต่ยังไม่ได้มีความผิดอะไร ส่วนงานความมั่นคงอื่นๆ หากทำงานไม่มีประสิทธิภาพก็จำเป็นต้องปรับโยกย้ายเช่นกัน เมื่อถามว่า เรื่องของประเทศต้นทาง เราจะดำเนินการประสานอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะดำเนินการต่อไปตามนโยบาย ทุกฝ่ายพยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยนายกรัฐมนตรีให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องนำไปสู่การยอมรับของต่างประเทศ




"ผบ.ทบ."วอนพรรคการเมืองหยุดจ้อ รธน.ชี้ทุกอย่างทำตาม กรอบ คสช.

          พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องมีการหารือกันอีกในช่วงเวลาอันใกล้นี้ โดยทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ให้ดำเนินการรับข้อมูลความคิดเห็นอยู่แล้ว ในส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราจะมีการรวบรวมส่งให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ตามขั้นตอนต่อไป และคงมีการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช ในวันที่ 19 พ.ค. นี้ เพื่อหารือในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องข้อดี ข้อเสีย จะควรแก้ไขอย่างไร หรือ ไม่ควรแก้ไขอย่างไร ก็ขอให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำงานอีกเล็กน้อย ก็คงจะกระจ่างชัด ว่าทาง คสช. มีความเห็นอย่างไร ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว
 
          เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองจะขอประชุมร่วมกับทางศูนย์ปรองดองเพื่อสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) มีแนวคิดที่จะมีการประชุมร่วมหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ในการประชุมของทางพรรคการเมือง หากมีการประชุมร่วมอาจมีการพูดไปคนละทางสองทาง คงไม่เรียบร้อย ซึ่งหากมีการพูดคุยอย่างนั้นอาจจะนำไปสู่ความคิดเห็นที่แตกต่างมาก ในขณะนี้ทางนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายที่อยากจะให้ ศปป. เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการพูดคุยเพื่อความปรองดอง ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือน เม.ย. เราได้เชิญกลุ่มฝ่ายต่างๆ อาทิ พรรคการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา นักกฎหมายฯ มาหารือเพื่อมาพูดคุยทาง ศปป. ก็ได้จัดเตรียมสถานที่ เตรียมห้องในการพูดคุยให้ ถ้าหากผู้ที่เข้าร่วมหารืออยากที่จะแยกการพูดคุยกันเป็นกลุ่ม เราก็จัดเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลมาแชร์กันในภาพรวม ถ้าทำอย่างนี้มันอยู่ในกรอบทำได้และเดินต่อไปได้
 
          “มาเปิดเวทีทางโน้นทีทางนี้ที มันไม่พร้อมเพียงกันขาดการทำความเข้าใจ ขาดการดูแลกัน อาจจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นได้ ผมคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ หลายพื้นที่ที่คุยกัน เห็นด้วยกับการที่ทำให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งตอนนี้เราเดินมาได้ด้วยดีแล้ว ต้องขอร้องจริงๆ ว่าอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ กลุ่มต่างๆ ที่เห็นต่างก็ต้องพยายามร่วมมือกัน อดทนกันให้การปรับแก้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดทำรัฐธรรมนูญ การดำเนินการในการปฏิรูปต่าง ๆ ต้องเป็นไปด้วยความราบรื่น ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบอกมาเลย ส่งความคิดเห็นได้หลายช่องทางตามที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ไปแล้วมากมาย อย่าไปออกตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นเองนั้นไม่ได้มีปัญหาแน่นอน ผมขอร้องว่าตอนนี้หากมีการเคลื่อนไหวอะไรก็ไม่สมควร ขอให้มีรัฐธรรมนูญเป็นตามขั้นตอนไป จุดหมายของทาง คสช.นั้นเป็นไปอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้พูดไว้แล้ว ที่จะดำเนินการตามกรอบที่เคยพูดไว้ จะช้าจะเร็วอย่างไร ก็เป็นไปตามความจำเป็น ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือทุกอย่างก็เดินไปได้ด้วยความรวดเร็ว” พล.อ.อุดมเดช กล่าว





"ผบ.ทบ."บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์
 
          ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 (ร.5) ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก และผู้แทนคณะนักแสดงต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี 
 
          ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า พิธีบวงสรวงเพื่อให้เกิดความราบรื่น เนื่องจากกองทัพบกได้ดำเนินการจัดทำอุทยาน ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า “อุทยานราชภักดิ์” ซึ่งเป็นอุทยานที่สร้างจากผู้ที่มีความจงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกองทัพบกจัดสร้าง  เพื่อเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเริ่มจากการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ จำนวน 7 พระองค์ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนายรายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอิริยาบถทรงยืน มีความสูง 13.90 เมตร
 
          พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กองทัพบกได้สร้างห้องประวัติศาสตร์ เพื่อเผยแพร่สิ่งต่างๆ ให้คนไทยทุกคนและชาวต่างชาติได้รู้จักพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทำให้ประเทศไทยมีอยู่ไดจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ แต่จะขอความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยภาพรวมขั้นแรก ในการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ต้องการให้สร้างแล้วเสร็จปลายเดือนสิงหาคม2558 และต้องทำต่อเนื่องขั้นที่ 2 คือทำห้องพระราชประวัติแต่ละพระองค์ รวมถึงเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งมีลานประกอบพิธีด้วย