ข่าว

โจรทุบกระจกรถนักธุรกิจ-ดาราสาว"บี" มาติกาฉกทรัพย์ครึ่งล้าน

โจรทุบกระจกรถนักธุรกิจ-ดาราสาว"บี" มาติกาฉกทรัพย์ครึ่งล้าน

11 พ.ค. 2558

โจรทุบกระจกรถนักธุรกิจหมื่นล้าน -ดาราสาว"บี"มาติกา เพื่อนสาวไฮโซ ขณะจอดเที่ยวผับย่านหลังสวน ก่อนฉกทรัพย์ครึ่งล้าน ตร.เชื่อเป็นแก๊งเดียวกับโจรที่ก่อเหตุต่อเนื่อง

 
          เหตุทุบกระจกรถนักธุรกิจ และดาราสาว ฉกทรัพย์ครึ่งล้าน ถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ร.ต.ท.วุฒินันท์ พรรณภักดี พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายทุบกระจกก่อนขโมยทรัพย์สินของมีค่าหลายรายการ ที่บริเวณริมถนนสารสินใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้องธนาคารธนชาต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสายตรวจ และฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) 
          ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนดังกล่าวใกล้พื้นที่ก่อสร้างพบรถยนต์ยี่ห้อจากัวร์ สีเทา ทะเบียน พว 77 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีคลาส สีขาว ทะเบียน 1 กธ 3663 กรุงเทพมหานคร โดยกระจกรถฝั่งซ้ายทั้งสองคันถูกทุบแตกละเอียด และมีร่องรอยใช้ของแข็งงัดแงะบริเวณขอบกระจก ใกล้ที่เกิดเหตุพบนายกรกฤช จุฬางกูร อายุ 37 ปี นักบริหารรุ่นใหม่ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด หรือ SAB และบริษัท ซัมมิท โอโตซีท จำกัด (SAS) ในเครือกลุ่มซัมมิท กรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของคนไทยรายใหญ่ที่สุด มูลค่าธุรกิจหลายหมื่นล้าน น.ส.ประวีนา ฟูเฟื่องมงคลกิจ อายุ 29 ปี และน.ส.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์หรือ บี อายุ 29 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ยืนรอให้การต่อตำรวจ
          จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบของ น.ส.มาติกา ที่สูญหายมี กระเป๋าชาเนล สีแดง ราคา 8 หมื่นบาท กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อชาเนล สีดำ ราคา 2.5 หมื่นบาท แว่นตากันแดดยี่ห้อดิออร์ ราคา 16,500 บาท เงินสกุลเยนคิดเป็นเงินไทย 2 หมื่นบาท เงินไทย 1.5 หมื่นบาท บัตรเครดิตและเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ ส่วนทรัพย์สินของ น.ส.ประวีนา เพื่อนของดาราสาว ที่สูญหายเป็นกระเป๋ายี่ห้อแอร์เมส สีดำ ราคา 3 แสนบาท ตุ้มหูยี่ห้อชาเนล 1 คู่ ราคา 1.2 หมื่นบาท กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อชาเนล ลายฟองน้ำ สีแดง ราคาประมาณ 3 หมื่นบาท เงินสด 4,000 บาท บัตรเครดิตและเอกสารสำคัญหลายรายการ ส่วนทรัพย์สินของนายกรกฤชไม่มีอะไรสูญหาย เพียงแต่กระจกรถถูกทุบเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
          จากการสอบปากคำทราบว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.30 น. นายกรกฤช  น.ส.ประวีนา และน.ส.มาติกา ได้ขับรถทั้งสองคันตามกันมาจอดบริเวณถนนสารสินใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้องธนาคารธนชาต ซึ่งใกล้พื้นที่ก่อสร้าง และเป็นพื้นที่เปลี่ยว จากนั้นทั้งสามคนได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่านหลังสวน เมื่อเลิกจากร้านเวลาประมาณ 22.30 น. มีกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันโทรศัพท์มาบอกว่า รถยนต์ทั้ง สองคันถูกทุบกระจก ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
          ร.ต.ท.วุฒินันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และพยานแวดล้อมอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนงานก่อสร้างใกล้ที่เกิดเหตุ รวมทั้งรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน หลังจากนี้ประสานตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ บริษัทห้างร้านใกล้เคียงปิดทำการ รวมทั้งต้องรอการประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
         รายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีพฤติการณ์คล้ายกับที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนในพื้นที่ สน.ลุมพินี และสน.บางรัก ที่ใช้ไขควงทุบที่ขอบกระจกก่อนจะงัดและขโมยของมีค่าไป ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าเป็นกลุ่มเดียวกัน มีความเป็นมืออาชีพ และเคยต้องโทษแล้วออกมาก่อเหตุซ้ำ