
กองทุนหวย2พันล้าน...ใครคุมใคร?
กองทุนหวย2พันล้าน...ใครคุมใคร? : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
หลังโดนสื่อมวลชนแซวว่า "หวย 80 บาท ฝันสลายของ คสช." คราวนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่งเด็ดขาด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 แต่งตั้ง “พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ให้เป็นประธานกรรมการ หรือประธานบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยกรรมการอีก 3 คน และดาบอาญาสิทธิ์เพื่อจัดการ "ขยะมนุษย์" หรือมาเฟียกองสลากที่แผ่อิทธิพลมานานกว่า 50 ปี รวมถึงปัญหาการติดพนันของคนไทย
ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2517 “คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล” หรือ “บอร์ด สนง.สลากฯ” มีทั้งหมด 9 คน เรียกสั้นๆ ว่า 9 อรหันต์ มาจากหลายกระทรวง เช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ และมี 3 คนที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี แต่ด้วยคำสั่งใหม่ คสช. เพิ่มเป็น 12 อรหันต์ และให้ 3 อรหันต์ได้รับการแต่งตั้งมาจาก คสช.โดยตรง ไม่ได้มาจากคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเหมือนเดิม โดยผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นชุดแรก ได้แก่ 1.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข 2.พ.ท.หนุน ศันสนาคม และ 3.ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย
เพื่อให้หวยขายได้ 80 บาทตามฝัน คสช.มอบดาบให้อีก 3 เล่ม "ดาบเล่มที่ 1" ให้เพิ่มโทษปรับจาก 2,000 บาท เป็น 1 หมื่นบาทและโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน "ดาบเล่มที่ 2" ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีสิทธิจัดการตาม และ “ดาบเล่มที่ 3” กองกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม
ดาบเล่มที่ 3 กำลังได้รับความสนใจจากสังคม เพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับคนไทยทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวพันอยู่ในวงการพนันทุกชนิด เช่น หวย บอล มวย ฯลฯ เงินกองทุนมาจากร้อยละ 3 ของการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล คาดว่ามีเม็ดเงินเข้ามาไม่ต่ำกว่าปีละ 2,000 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงิน "กองกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม" กำหนดไว้ 4 ข้อได้แก่
1.เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยปัญหาเกี่ยวกับการพนัน สาเหตุและผลกระทบจากการพนัน รวมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการพนัน 2.เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนัน สร้างการรู้เท่าทันเพื่อป้องกันการติดการพนัน รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมป้องกันและลดผลกระทบจากการพนัน 3.เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน 4.เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
นอกจากเงินกองทุนฯ จะได้มาจากเงินที่ได้รับจัดสรรจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามกฎหมายร้อยละ 3 แล้ว ยังกำหนดไว้ด้วยว่า “ดอกผลจากเงินกองทุน” ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
เมื่อเป็นกองทุนใหม่ที่ไม่เคยมีใครบริหารมาก่อน คำถามคือ ใครจะเข้ามาคุม? แหล่งข่าวผู้คลุกคลีกับเครือข่ายปฏิรูปสลากวิเคราะห์ให้ฟังว่า เงินจำนวนนี้หักมาจากค่าขายสลากทุกงวด จากสลาก 74 ล้านฉบับ ราคา 40 บาท น่าจะได้ประมาณเดือนละ 150 ล้านบาท รวมเป็นปีละ 1,800-2,000 ล้านบาท เพราะจะมีเงินสะสมที่ใช้ไม่หมดในแต่ละเดือนด้วย
"เงินที่ใช้เริ่มแรกน่าจะเป็นงานวิจัย ให้นักวิชาการไปทำเรื่องสาเหตุและผลกระทบจากการพนัน มาตรการป้องกันและแก้ไข ส่วนที่ 2 เป็นพวกรณรงค์ต่างๆ แต่ช่วงแรกคงสับสนกันหน่อย เพราะอย่าลืมว่าคำสั่งนี้ไม่ได้ระบุว่าเป็นพนันหวยหรือพนันลอตเตอรี่อย่างเดียว แต่เขียนกว้างๆ ว่า พนัน"
แหล่งข่าวข้างต้นกล่าวต่อว่า กลุ่มที่จะเข้ามาดูแลเงิน 2,000 ล้านบาทนั้น น่าจะมี 4 ฝ่ายด้วยกันคือ 1.ฝ่ายรัฐบาล อาจมาจากตัวแทน คสช. 2.ฝ่ายนักการเมือง ก็หมายถึงตัวแทนจากประชาชน 3.เครือข่ายประชาสังคมหรือภาคประชาชน ส่วนใหญ่ที่มาจากเอ็นจีโอทำงานด้านนี้ และฝ่ายที่ 4.นักวิชาการหรือนักวิจัยที่ทำงานค้นคว้าปัญหาการติดพนันของคนไทยมาหลายสิบปี
พร้อมแนะนำว่า ลักษณะการทำงานคงไม่ใช่เรื่องง่าย ภารกิจ 4 ข้อค่อนข้างกว้าง และต้องทำให้ทั่วถึงทุกจังหวัดด้วย หมายความว่าในแต่ละจังหวัดจะมีกรรมการกองทุนประจำจังหวัด หรืออำเภอดูแลด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะการพนันบอลหรือบ่อนพนันที่เป็นปัญหาเร่งด่วน ยิ่งไปกว่านั้นใครจะมาควบคุมดูแลเรื่องเงินเยียวยาเหยื่อจากคดีพนัน มีหลักกติกาอย่างไร เจ้าหน้าที่ฝ่ายไหนควรเข้ามาจัดการ เพื่อให้ทั่วถึงกลุ่มผู้เดือดร้อน ตรงนี้เป็นคำถามใหญ่ที่คณะกรรมการสลากฯ ต้องแบ่งงานให้ชัดเจน
ขณะนี้มีการตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานกองทุนจะยึดติดกับระเบียบราชการหรือแยกเป็นหน่วยงานอิสระ? หากทำตามระเบียบราชการจะเกิดขั้นตอนทำให้ล่าช้า แต่หากไม่ทำตามระเบียบราชการก็อาจเกิดปัญหาเงินรั่วไหล ไม่มีระบบตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน !?!
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ยอมรับว่า เครือข่ายภาคประชาชนได้เรียกร้องให้นำเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายลอตเตอรี่มาทำเป็นกองทุนเยียวยาสังคมมานานแล้ว
“แต่ปัญหาตอนนี้คือไม่มีใครรู้ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร เพราะมีในจุดประสงค์ข้อ 4 ระบุไว้ว่า ให้นำมาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายความว่าต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปรับซื้อคืนลอตเตอรี่ตัวเลขไม่สวย หรือใบที่ขายไม่ได้ด้วยหรือไม่ เหมือนกับเอา 2 เรื่องมาเกี่ยวในกองทุนเดียวกัน”
รศ.ดร.นวลน้อย อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันคนไทยซื้อลอตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน มีงานวิจัยปัญหาการติดพนันหลายชิ้นชี้ให้เห็นปัญหาการติดพนันของคนไทย โดยเริ่มตั้งแต่เยาวชน ซึ่งกองทุนสลากฯ ที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ คงต้องมาศึกษาเพิ่มเติมจะทำอย่างไรได้บ้าง เช่น มีการสอดแทรกในวิชาเรียนถึงโทษของการพนันอย่างไร เช่น ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าการซื้อลอตเตอรี่มีความน่าจะเป็นที่ถูกรางวัลน้อยแค่ไหน ไม่ควรสอนตรงๆ ควรทำให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ต้นตอปัญหาด้วยตัวเอง และเด็กแต่ละวัยเรียนรู้ไม่เหมือนกัน ตอนนี้กำลังศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศเพื่อมาประกอบในการหาวิธีการที่เหมาะสมกับสังคมไทย
“ถ้าจะทำให้พฤติกรรมติดพนันลดน้อยลง ขอเสนอให้ผู้มาดูแลกองทุนต้องมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จริงๆ เช่น กรมสุขภาพจิต ตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค” ผอ.ศูนย์ศึกษาการพนันกล่าวแนะนำ
ใครหรือหน่วยงานไหนจะได้มาดูแล “กองทุนต้านพนัน” คงต้องรอคำตัดสินจากผู้ที่ คสช.มอบหมาย
ล่าสุด วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อให้ช่วยปราบปรามแหล่งพนันรอบสถานศึกษา และให้กำลังใจในการแก้ไขปัญหาสลากแพง และที่สำคัญคือมีข้อเสนอให้
“เพิ่มกลไกสร้างการมีส่วนร่วมของตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐ”
12 อรหันต์ บอร์ดสลากกินแบ่ง ฯ
(1) ผู้ที่หัวหน้า คสช.แต่งตั้งเป็น “ประธานกรรมการ”
(2) ก.การคลัง
(3) ก.พัฒนาสังคมฯ
(4) ก.มหาดไทย
(5) ก.ยุติธรรม
(6) กรมบัญชีกลาง
(7) สำนักงบประมาณ
(8) ผู้แทนสภาสังคมสงเคราะห์ฯ
(9) คสช.แต่งตั้งกรรมการไม่เกิน 3 คน
(10) ผอ.สนง.สลากกินแบ่งฯ



