ข่าว

แก้ตึกร้างรับแผ่นดินไหวกทม.เสนอแก้ก.ม.ต่อเติม

แก้ตึกร้างรับแผ่นดินไหวกทม.เสนอแก้ก.ม.ต่อเติม

13 พ.ค. 2558

แก้ตึกร้างรับแผ่นดินไหว กทม.เสนอแก้กฎหมายอนุญาตต่อเติม67อาคารรับมือ : แมรี่ แบรดลี่ ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                หลังเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.8 สร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่ชาวเนปาล ต่อมาทั่วโลกก็เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งในประเทศไทย ซึ่งในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวเป็นระลอกที่ อ.เกาะยาว จ.พังงา โดยมีความรุนแรงระดับ 4.6 และ 4.7 ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปีสำหรับบริเวณนี้
    
                แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นค่อนข้างถี่ในระยะนี้ทำให้ชาวกรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อยพากันวิตกกังวล เพราะลักษณะชั้นดินของกรุงเทพมหานครเป็นชั้นดินอ่อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ขยายความรุนแรงได้มากกว่าพื้นที่อื่น 3-4 เท่า ซึ่งหมายความว่า หากเกิดแผ่นดินไหวในระยะไม่ไกลมากกรุงเทพมหานครอาจเกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าพื้นที่อื่น
    
                รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางภาคตะวันตกประมาณ 200-300 กิโลเมตร มีรอยเลื่อนสะแกง หรือสกาย ในประเทศเพื่อนบ้าน ถัดเข้ามาในไทยก็มีรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ กับรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ หากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่บริเวณนี้อาจส่งแรงสั่นสะเทือนมายังพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นชั้นดินอ่อน
    
                “ตามทฤษฎีของคลื่นแผ่นดินไหว เมื่อวิ่งมาเจอดินอ่อนคลื่นจะเพิ่มความรุนแรงเป็น 2 เท่า ตรงนี้นับว่าเป็นผลกระทบ อย่างเช่นแผ่นดินไหวที่พม่าระดับ 5 ผ่านเชียงรายลงมา เมื่อถึงกรุงเทพมหานครอาจจะเหลือระดับ 1 แต่เมื่อมาเจอดินอ่อนอาจจะเพิ่มเป็นระดับ 1.8 ได้” เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าว
    
                รศ.สิริวัฒน์ อธิบายต่อว่า กรุงเทพมหานครมีชั้นดินอ่อน ดังนั้นหากมองในแง่ผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงตึกสูง เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวจะทำให้สิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะตึกสูงที่มีความสูงตั้งแต่ 10 ชั้นขึ้นไป จะเกิดความยืดหยุ่น แรงกระแทกจากแผ่นดินไหวจะกระจายทั่วตึกจะเกิดการสั่นไหว แต่ตึกสูงที่ก่อสร้างหลังปี 2540 คงไม่น่าห่วง เพราะเรามีกฎหมายกำหนดให้การออกแบบและก่อสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ที่น่าห่วงคือ ตึกที่ก่อสร้างก่อนปี 2540 จากการสำรวจพบว่า มีประมาณ 500 ตึก เพราะตึกเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว เนื่องจากก่อสร้างก่อนกฎหมายบังคับ จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดแผ่นดินไหวจนเกิดความเสียหายได้
    
                สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักการโยธากรุงเทพมหานครเห็นถึงความน่าเป็นห่วงของสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างก่อนปี 2540 ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายบังคับให้อาคารสูงต้องมีโครงสร้างที่สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ ซึ่งล่าสุดสำนักการโยธาได้เชิญเจ้าของอาคารที่ได้รับอนุญาตก่อนปี 2540 ที่มีความเสี่ยงให้มารับทราบเพื่อเร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้รองรับแผ่นดินไหว
    
                "ไทวุฒิ ขันแก้ว" ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคารสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่า อาคารเก่าและอาคารร้างที่ก่อสร้างก่อนปี 2540 ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว เนื่องจากก่อสร้างก่อนกฎหมายบังคับ มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดแผ่นดินไหว จนเกิดความเสียหายได้ กองควบคุมอาคารสำนักการโยธา จึงแจ้งเจ้าของอาคารที่ก่อสร้างก่อนปี 2540 ให้ปรับปรุงโครงสร้างและตัวอาคารให้รองรับภัยพิบัติ พร้อมทั้งจัดทำหนังสืออาคารเก่าในยุคใหม่ต้านภัยพิบัติจำนวน 20,000 เล่ม แจกจ่ายใหัผู้ประกอบการ ให้ความรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตดัดแปลงอาคารให้มีความปลอดภัย โดยหลักปฏิบัติจะต้องมีสถาบันหรือวิศวกรเป็นผู้ตรวจสอบอาคารนั้นๆ ว่ามีจุดอ่อนอย่างไร จะมีการเสริมกำลังต้านแผ่นดินไหวของอาคารแต่ละอาคาร ซึ่งแตกต่างกันไป ส่วนอาคารที่ออกแบบต้านแผ่นดินไหวตามกฎกระทรวง 2540 ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องความมั่นคงแข็งแรง สามารถรองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้
    
                “ก่อนหน้านี้ติดขัดที่ใบอนุญาตการก่อสร้างตึกร้างส่วนใหญ่จะหมดอายุ เจ้าของอาคารไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปก่อสร้างหรือทำอะไรได้เพิ่มเติม จึงประสานไปยังกรมที่ดิน เพื่อขอรายชื่อผู้ประกอบการทั้งหมด ได้ทำเรื่องเสนอขอแก้กฎกระทรวง 2552 ให้ตึกร้างเหล่านี้สามารถมีการต่อสัญญาการก่อสร้างเพิ่มอีก 5 ปี เพื่อทำให้อาคารแล้วเสร็จ หรือมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขให้อาคารแข็งแรงสามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ ขณะนี้รอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี” นายไทวุฒิ กล่าว
    
                ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคารสำนักการโยธา กล่าวต่อว่า ในกรณีตึกร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการโยธา จากการสำรวจมี 41 โครงการ 67 อาคาร อาคารร้างทั้งหมดมีกฎกระทรวงเมื่อปี 2552 ให้ตึกร้างที่หยุดการก่อสร้างเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจหรือมีเหตุอย่างอื่นที่ไม่สามารถที่จะก่อสร้างต่อไปได้ ให้ได้รับสิทธิในการก่อสร้างโดยยึดถือใบอนุญาตเดิมพื้นที่ก่อสร้างเท่าเดิม ขณะนี้กฎกระทรวงฉบับปี 2552 ได้หมดอายุไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 ปัจจุบันกองควบคุมอาคารได้เชิญผู้ประกอบการเข้ามารับฟังในเรื่องสิทธิประโยชน์เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับข้อมูลของผู้ประกอบการที่อยากจะดำเนินการต่อ ตอนนี้กองควบคุมอาคารจึงรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเรียนท่านนายกฯ วิษณุ เครืองาม เพื่อจะต่อกฎกระทรวงฉบับนี้อีกรอบหนึ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งหมดได้รับสิทธิในการเข้าไปปรับปรุงอาคารร้างทั้งหมด