
60ปีความสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน
60ปีความสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน : จันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
ปี พ.ศ.2558 เป็นปีที่ประเทศไทย กับอิหร่าน มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน ครบรอบ 60 ปี ประเทศทั้งสองได้สถาปนาความสัมพันธ์กันเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2498 ซึ่งขณะนั้น อิหร่านยังเป็นราชอาณาจักรอิหร่าน แม้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในเวลาต่อมา ความสัมพันธ์ก็ยังคง
ดำเนินไปด้วยดี จนถึงปัจจุบัน
ตามความเป็นจริงนั้น ไทยกับอิหร่านมีการติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในเวลานั้นอิหร่านยังเป็นราชอาณาจักรเปอร์เซีย ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์สุลัยมานแห่งเปอร์เซียได้ส่งราชทูต นำโดย มูฮามัด ฮูเซน เบก ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ลงเรือสำเภาเดินทางมากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์โปรดให้ส่งคนไปรับที่เมืองตะนาวศรี และเดินทางต่อเพื่อมาเข้าเฝ้าฯ แต่ราชทูตล้มป่วยเสียชีวิตลงเสียก่อน แต่คณะทูตคนอื่นๆ
ได้เดินทางไปเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระนารายณ์ที่ลพบุรี จากบันทึกของราชทูตอิหร่านแสดงให้เห็นว่าในขณะนั้นมีชาวเปอร์เซียรับราชการอยู่ในราชสำนักของสมเด็จพระนารายณ์แล้ว คณะทูตได้รับคำแนะนำให้แต่งหัวหน้าคณะคนใหม่แทนหัวหน้าคณะคนเดิมที่เสียชีวิต เพื่อจะได้เข้าถวายพระราชสาส์น แต่คณะทูตได้ขอให้สมเด็จพระนารายณ์ทรงเลือกราชทูตคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้าคณะทูต ทรงตอบกลับมาว่า “เรื่องที่ส่งมากราบทูลนั้น เราได้รับแล้ว และได้รับคำอธิบายเป็นภาษาไทย เราเข้าใจข้อความและความจริงใจในไมตรีของท่าน แต่จะไม่เป็นการเหมาะสมหรือถูกต้องตามประเพณี ที่จะให้เราเลือกท่านคนหนึ่งเป็นราชทูต ท่านจะต้องเลือกกันเอง เพราะท่านทราบดีว่าผู้ใดมีความสามารถที่จะดำเนินงานการทูตต่อไปส่วนเราในฐานะกษัตริย์ ก็จะยินยอมหรือปฏิเสธ เมื่อคิดกันได้แล้วขอให้เขียนลง และนำหนังสือมายื่นต่อเราทันที” เมื่อคณะทูตได้ทราบความจึงหารือกันและเลือกทูตอาวุโสผู้หนึ่งให้เป็นหัวหน้าคณะ
อย่างไรก็ตาม ชาวเปอร์เซียซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทย คือเฉกอะหมัด หรือชัยคออะหมัด ชาวเมืองกุม ซึ่งเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่เนื่องจากในเวลานั้นโปรตุเกสควบคุมเส้นทางการเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ต้องใช้เส้นทางทางบก คือเดินเท้าจากเมืองเอสตาระบัดในอิหร่าน ผ่านแคว้นคุชราต ในอินเดียตะวันตกตัดข้ามอินเดียมาชายฝั่งทะเลตะวันออกจากนั้นจึงลงเรือข้ามอ่าวเบงกอลมาขึ้นที่ตะนาวศรี หรือมะริด เพื่อต่อมายังอยุธยา เฉกอะหมัดและบริวารได้มาตั้งบ้านเรือนและทำการค้าอยู่ในกรุงศรีอยุธยา จนมีฐานะมั่งคั่ง เฉกอะหมัดได้ช่วยเหลือราชการปรับปรุงกิจของกรมท่ามีความชอบจึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระยาเฉกอะหมัด รัตนราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าขวา และจุฬาราชมนตรีคนแรก ต่อมาในสมัยพระทรงธรรม เฉกอะหมัดมีส่วนร่วมในการปราบปรามผู้ก่อการกบฏ จึงได้รับการเลื่อนเป็นเจ้าพระยาเฉกอะหมัด รัตนาธิบดี สมุหนายกอัครมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือ และในสมัยพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าพระยาบวรราชนายกจางวางกรมมหาดไทย
เฉกอะหมัดเป็นต้นสกุลบุนนาค มีทายาทซึ่งรับราชการในตำแหน่งสำคัญๆ ของประเทศไทย สืบมาจนทุกวันนี้
ครับ อิหร่านในปัจจุบันหรือเปอร์เซียในอดีตกับประเทศไทย จึงมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมาเป็นเวลายาวนาน



