
เปิดเครือข่ายค้าโรฮิงญามีโกต.ตัวการใหญ่
พบศพโรฮิงญาอีก1ศพกุโบร์ปาดังเบซาร์ ทำพิธีละหมาดไว้อาลัย เปิดเครือข่ายค้ามนุษย์มีโกต.ตัวการใหญ่
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายอาบู ฮะอุรา อายุ 54 ปี ส.อบจ.สตูล เขต 2 อ.ควนโดน หนึ่งในผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮิงญาที่ถูกจับกุมได้เมื่อค่ำวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นรายล่าสุดในจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 49 คน เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จาก จ.สตูล เพื่อไปสอบสวนที่ สภ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมีกำลังตำรวจชุดสืบสวน และชุดคอมมานโดควบคุมตลอดการเดินทาง เมื่อมาถึง สภ.ปาดังเบซาร์ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม แจ้งดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ทั้งค้ามนุษย์ หน่วงเหนี่ยวกักขัง และเรียกค่าไถ่
หิ้ว ส.จ.ควนโดน ทำแผน
ต่อมาเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำนายอาบู ฮะอุรา อายุ 54 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในการเคลื่อนย้ายตั้งแต่ อ.ละงู บริเวณบ้านบ่อเจ็ดลูก อ.ละงู จ.สตูล โดยเจ้าหน้าที่นำตัวชาวโรฮิงญา 5 คน จาก จ.พังงา มาร่วมทำแผนและชี้เส้นทาง ตั้งแต่ขึ้นจากเรือบริเวณบ้านบ่อเจ็ดลูก อ.ละงู จนกระทั่งเดินทางไปยังด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายอาบูตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ที่ 193/2558 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2558 โดย กล่าวหาว่าสมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น โดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่ จากการสอบสวนนายอาบูให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวมาทำแผนประกอบการรับสารภาพ
ออกหมายจับแล้ว 49 จับได้ 15
เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 (ศปก.ตร.9 สน.) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. แถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาว่า ขณะนี้ออกหมายจับไปแล้วทั้งสิ้น 49 ราย จับกุมได้แล้ว 15 คน ทั้งการจับกุม เข้ามอบตัว และอายัดตัว ยังเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการจับกุมอีก 34 คน โดยในจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ล่าสุดในพื้นที่ จ.สตูล คือ นายอาบู ฮะอุรา ส.อบจ.สตูล เขต 2 อ.ควนโดน รวมทั้งได้เข้ามอบตัวอีก 2 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายอาบู
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมดได้นำตัวไปส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวี และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว และศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ส่วนตำรวจอีก 2 นาย ที่ถูกออกหมายจับให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
ยึดเรือลำเลียงโรฮิงญา
พล.ต.อ.เอก กล่าวต่อว่า วันนี้ (10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสตูลยึดเรือได้ 2 ลำ เป็นเรือสปีดโบ้ท ชื่อ อาบูบารัค ขนาด 4 เครื่องยนต์ 1 ลำ และเรืออวนลากดัดแปลงชื่อ หงส์ทอง 200 อีก 1 ลำ ขณะลอยลำอยู่กลางทะเลบริเวณเกาะสาหร่าย เขต อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเรือทั้งสองลำไม่มีคนขับและผู้โดยสารอยู่ในเรือ จึงลากเข้าฝั่งเพื่อสืบหาเจ้าของ และเรือทั้งสองลำนี้คาดว่าจะเป็นเรือที่ใช้ในการบรรทุกโรฮิงญา เพื่อขนถ่ายต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะขยายผลต่อไป
เร่งล่าตัวการใหญ่ค้าโรฮิงญาสตูล
มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า สำหรับเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.สตูล เป็นเครือข่ายใหญ่ที่สุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายทั้งหมดแล้ว โดยมีอยู่ด้วยกัน 29 คน ในจำนวนนี้มีชาวมาเลเซีย 2 คน มี โก "ต." อดีตนักการเมืองท้องถิ่น และผู้กว้างขวางใน จ.สตูล เป็นหัวหน้าขบวนการ ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่า หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว รองลงมาคือ นายอาบู ที่ตำรวจจับกุมได้แล้ว โดยมีการแบ่งการทำงานออกเป็น 5 เครือข่าย รับช่วงส่งต่อจาก จ.สตูล เข้าไปยังประเทศมาเลเซีย
พบศพโรฮิงญาเพิ่มอีก 1
วันเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบศพที่คาดว่าจะเป็นศพชาวโรฮิงญา เพิ่มอีก 1 ศพ ในกุโบร์หรือสุสานร้างบ้านเกาะใหญ่ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ขุดหลุมฝังศพในสุสานแห่งนี้รวม 8 หลุม และพบศพรวม 6 ศพ โดยเจ้าหน้าที่พบศพถูกฝังอยู่ในหลุมขณะที่กำลังใช้รถขุดดินขุดหลุมศพเพื่อนำศพชาวโรฮิงญา 13 ศพ ที่ผ่านการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เสร็จสิ้นแล้วไปฝัง ซึ่งสภาพหลุม และศพที่พบเหมือนกับที่พบบนยอดเขาแก้วก่อนหน้านี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และคาดว่าน่าจะเป็นศพชาวโรฮิงญา
ยอดผู้อพยพที่รัตภูมิ 152 คน
ความคืบหน้าการค้นหาผู้อพยพชาวต่างด้าวบนเทือกเขาแก้วเขตรอยต่อ อ.หาดใหญ่ กับ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา หลังจากถูกกลุ่มนายหน้าปล่อยลอยแพเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กดดันกวาดล้างอย่างหนักตามแผนปฏิบัติการปิดปลายทางของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า ล่าสุดยังคงพบผู้อพยพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขล่าสุดที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ว่าการอำเภอรัตภูมิอยู่ที่ 152 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 8 คน และยังอยู่ในระหว่างการคัดแยก เบื้องต้นพบว่ามีทั้งชาวโรฮิงญาบังกลาเทศและพม่า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ยังสรุปตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ว่าแต่ละชาติมีจำนวนกี่คน เนื่องจากบางส่วนยังให้การสับสน และต้องสอบสวนผ่านล่าม
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนกลุ่มผู้อพยพได้ชี้ตัวผู้ที่เป็นผู้คุม จำนวน 4 คน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมผู้อพยพแต่ละกลุ่มตามคำสั่งของนายหน้า เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวไปควบคุมที่ สภ.รัตภูมิ เพื่อรอการสอบสวนรายละเอียดสาวไปถึงขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้
ขณะที่ตัวเลขของกลุ่มผู้อพยพที่พลัดหลงอยู่บนเทือกเขาแก้วที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือออกมาได้แล้ว ทั้ง อ.รัตภูมิ อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา ขณะนี้มีทั้งสิ้น 240 คน
เร่งพิสูจน์ผู้อพยพบังกลาเทศ
พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผบก.ตม.6 กล่าวว่า ขบวนการขั้นตอนของผู้อพยพชาวบังกลาเทศที่ถูกควบคุมตัวในขณะนี้ หลังพนักงานสอบสวนนำตัวส่งฟ้องศาลเสร็จ จะส่งตัวมายัง ตม.6 รับไปดูแล โดยทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และทางสถานทูตบังกลาเทศ จะเข้ามาร่วมพิสูจน์สัญชาติว่าเป็นชาวบังกลาเทศจริงหรือไม่ หากยืนยันได้ว่าเป็นชาวบังกลาเทศจริง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะรับเรื่องและดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป
พิธีละหมาดไว้อาลัยชาวโรฮิงญา
ที่มัสยิดดารุสลาม(บ้านตะโล๊ะ) ต.ปาดังเบซาร์ นายวิสุทธิ บินล่าเต๊ะ ประธานเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรีและตัวแทนอุลามาล์ ประเทศมาเลเซียและโต๊ะอิหม่ามตลอดจนชาวบ้านประมาณ 300 คนร่วมกันทำพิธีละหมาดอัชรีไว้อาลัยให้กับกลุ่มชาวโรฮิงญาที่เสียชีวติจากขบวนการค้ามนุษย์ ในโอกาสนี้ได้ร่วมกันทำพิธีละหมาดฝังศพ
ผบ.ตร.ย้าย14ตำรวจคดีค้ามนุษย์
มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 265/2558 เรื่องให้ข้าราชตำรวจไปปฎิบัติราชการ เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2557 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2556 จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ จำนวน 14 ราย ให้ไปปฎิบัติราชการที่ ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้ต้นสังกัดพิจารณามีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าวได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ประกอบด้วย
1. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำอ.เมืองระนอง จว.ระนอง 2.พ.ต.อ.สงกรานต์ เพชรน้อย ผกก.สภ.กะเปอร์ จว.ระนอง 3.พ.ต.อ.สำราญ อุชุภาพ ผกก.สภ.ปากจั่น จว.ระนอง 4.พ.ต.อ.ธีรยุทธ สันติวิสัฎฐ์ ผกก.สภ.คุระบุรี จว.พังงา กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 5.พ.ต.ท.คมสัน แสงไกร รองผกก.สส.สภ.เมืองสตูล 6.พ.ต.ท.ต่อลาภ เล็งฮะ รองผกก.ป.สภ.ควนโดน จว.สตูล 7.พ.ต.ท.บุญเลิศ ตรัสศิริ รองผกก.สส.สภ.ควนโดน จว.สตูล 8.พ.ต.ท.พรชัย เกื้อเม่ง สว.สส.สภ.ควนโดน จว.สตูล 9.พ.ต.ท.สุพจน์ บุญศิริ สวป.สภ.ควนโดน จว.สตูล 10.พ.ต.ท.พลกูล ชอบกิจ สว.สภ.เกาะหลีเป๊ะ จว.สตูล 11.ร.ต.ท.ลิขิต แนบเนียด รองสวป.สภ.ควนโดน จว.สตูล กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 12.ร.ต.อ.จาตุรันต์ คำศรี ผบ.ร้อย (สบ2) กก.ตชด.43 13. ร.ต.อ.สมบัติ บัวจีน ผบ.มว.(สบ.1) กก.ตชด.43 14.ส.ต.อ.อับดุลมานับ สารีปา ผบ.หมู่ ตชด.43



