
อินไซด์ยุติธรรม : 10 พ.ค. 58
10 พ.ค. 2558
อินไซด์ยุติธรรม : 10 พ.ค. 58
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เจ้ากระทรวงตาชั่ง เร่งผลักดันกฎหมายรอลงอาญาหลังต้องโทษตามคำพิพากษา เพื่อปล่อยนักโทษก่อนจำคุกครบกำหนดโทษ คาดว่าหลักคิดนี้สอดรับกับงานวิจัยที่ระบุว่าโทษจำคุกสูงสุดที่ทำให้คนหลาบจำคือติดคุก 5 ปี เกินกว่านี้นักโทษจะด้านชา ผลสำเร็จของงานราชทัณฑ์ไม่ใช่จำนวนนักโทษทะลุห้าแสนคน การสร้างเรือนจำใหม่ขยายแดนคุมขังเพิ่มจึงไม่ใช่คำตอบที่น่าภูมิใจ... ไม่แน่ใจว่าแนวคิดแบบโลกสวย ท่ามกลางกระแสสังคมที่ต้องการให้เพิ่มโทษ เมาแล้วขับเท่ากับฆาตกร หรือข่มขืนต้องถูกประหาร จะมีเสียงตอบรับเป็นดอกไม้หรือก้อนหิน
วันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการต่างประเทศใช้พื้นที่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบายถึงความจำเป็นต้องแยกอำนาจสอบสวนออกจากอำนาจจับกุม โดยย้อนประวัติศาสตร์ระบบกฎหมายไทยที่ถูกบังคับจากมหาอำนาจยุคล่าอาณานิคมให้เปลี่ยนจากกฎหมายพระธรรมศาสตร์ มาเป็นระบบประมวลกฎหมายหรือซีวิลลอว์ แต่นักกฎหมายไทยได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณีมาจากอังกฤษ จึงนำระบบกล่าวหามาใช้แทนระบบไต่สวน กว่า 100 ปีที่่ีผ่านมา ระบบกฎหมายไทยจึงเป็นลูกผสมมีการปรับแก้มาตลอด...การแยกอำนาจสอบสวนออกจากอำนาจจับกุมจึงเป็นย่างก้าวสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายอาญาครั้งใหญ่...การที่อำนาจจับกับอำนาจสอบสวนอยู่ด้วยกัน ทำให้อำนาจเงินและอำนาจนอกมาตรฐานมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเบี่ยงเบนคดี เพราะเข้าระบบ one stop abuse !!!!
ในที่สุด พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ถอดด้าม หลังนั่งครองอาวุโสมานาน ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมประกาศผลการคัดเลือกออกมาเป็นที่เรียบร้อย ทันทีที่ทราบผลอย่างเป็นทางการ “รองป้อม”เดินสายขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้โอกาสพิสูจน์ฝีมือ ก่อนตะลุยงานตามภารกิจ
ส่วนโผแต่งตั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงตาชั่ง ที่ส่งบรรจุเป็นวาระในการประชุมครม. นานมากๆ จนถึงขณะนี้ยังไม่ผ่านการพิจารณา เข้าใจว่าถูกเรื่องสำคัญเบียดตกไปทุกสัปดาห์ บรรดาตัวเต็งจำต้องรอต่อไป มั่นใจได้ว่ามีมติก่อนครบเกษียณอายุเดือนกันยายนแน่นอน



