ข่าว

ญาติยัวะมีดไล่แทงหมอปล่อยรอนาน

ญาติยัวะมีดไล่แทงหมอปล่อยรอนาน

09 พ.ค. 2558

ผอ.โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ยอมรับญาติคนไข้ฉุนรักษาล่าช้า ไล่แทงแพทย์-พยาบาลในห้องฉุกเฉิน หลังคลิปแชร์ว่อนเน็ต สั่งเข้มเรื่องความปลอดภัย

 
                          9 พ.ค. 58  กรณีสังคมโซเชียลได้แชร์คลิปของเฟซบุ๊ก “บันทึกหมอโหด” ไปเผยแพร่วิดีโอคลิปเหตุการณ์ที่ญาติคนไข้ทำร้ายพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยระบุว่า นาที 03.20 เป็นต้นไป ขณะที่พยาบาลและแพทย์ได้ทำการรักษาผู้ป่วยที่บาดเจ็บทางสมอง และรอการรักษาให้เป็นคนไข้ผู้ป่วยใน หรือให้ขึ้นแอดมิทนอนโรงพยาบาล โดยพยาบาลพยายามอธิบายให้พ่อแม่คนไข้เข้าใจอาการอยู่นั้น ได้มีญาติ 2 คนของคนไข้ที่เข้ามาในห้องฉุกเฉินภายหลัง ไม่พอใจที่คนไข้รอรับบริการนาน และพยาบาลไม่เอากระโถนมาให้ผู้ป่วยอาเจียน ญาติที่เป็นผู้หญิงจึงได้เข้ามาต่อว่าพยาบาลและผลักอกแพทย์ และใช้มีดพกคล้ายคัตเตอร์ทำร้ายพยาบาลจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วชี้ด้านขวา เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ถึงการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา และการควบคุมสติไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบป้องกันความปลอดภัยในโรงพยาบาลยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เรื่องนี้จะเป็นคดีอาญาตัวอย่างที่โรงพยาบาลเตรียมจะฟ้องญาติกลับ
 
                          ภายหลังที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีการแสดงความคิดเห็นแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ล่าสุด นพ.อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ได้เปิดแถลงข่าว ยอมรับว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.35 น.ของวันพุธที่ 29 เมษายน 2558 แต่มีผู้นำไปขึ้นทางโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหญิงคนดังกล่าวขณะลงมือก่อเหตุมีลักษณะอาการคล้ายกับมึนเมาสุรา ดังที่ปรากฏในภาพวงจรปิด เนื่องจากไม่พอใจเจ้าหน้าที่ จึงใช้อาวุธมีดคัตเตอร์บุกเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่พยาบาลและแพทย์เวรได้รับบาดเจ็บ
 
                          อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ขณะวิ่งหลบหนีออกจากโรงพยาบาล และทราบว่าถูกนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และล่าสุดได้ประกันตัวไปในวงเงิน 8 หมื่นบาท
 
                          "ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ได้กำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ.ของโรงพยาบาล และขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เพิ่มกำลังและมีมาตรการตรวจเข้มขึ้น แต่ก็ยอมรับว่า บุคลากรของโรงพยาบาลต่างตกใจและขวัญเสียกับเหตุดังกล่าวอยู่ และวิตกกับการรักษาความปลอดภัยพอสมควร"
 
                          ผอ.โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับมีทั้งภาพที่เป็นลบ ทั้งนี้ได้กำชับบุคลากรในโรงพยาบาลทุกคนให้พยายามใช้จิตวิทยาในการสื่อสารกับคนไข้และญาติคนไข้ และยอมรับว่าบางครั้งการสื่อสารของบุคลากรบางคนของโรงพยาบาลอาจจะใช้วาจาไม่เหมาะสมอยู่บ้าง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ประจำในห้องฉุกเฉิน ต้องกำชับเป็นกรณีพิเศษ และเข้มงวดเรื่องระเบียบการอนุญาตให้ญาติผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินด้วย