
'บิ๊กตู่'สั่งรอบคอบเสนอแก้ไขร่างรธน.
09 พ.ค. 2558
'ประยุทธ์' สั่งทุกกระทรวง ทบวง กรม พิจารณาร่าง รธน.อย่างรอบคอบ ก่อนเสนอขอแก้ไข เสียใจเหตุการณ์เครื่องบินคณะทูตตกที่ปากีสถาน เตรียมลงพื้นที่ '12 เมืองห้ามพลาด'
9 พ.ค. 58 ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างรอบคอบในทุกมุม ทุกมิติ โดยเฉพาะเนื้อหาที่จะเกี่ยวข้องกับการทำงานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีผลบวกหรือลบอย่างไร หลังจากที่กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่งร่างมายังรัฐบาล จากนั้นให้มีการเสนอว่า มีความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร แล้วจะมีผลต่อการทำงานอย่างไร เช่น กระทรวงคมนาคม ต้องดูว่าร่างรัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อการทำงานในเรื่องของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร อีกทั้งยังดูด้วยว่า การทำประชาพิจารณ์ในโครงการต่างๆ จะมีผลต่อการดำเนินการมากน้อยเพียงใด ขณะที่กระทรวงยุติธรรม นายกฯ ให้ดูว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลดีหรือผลเสียต่อกระบวนการต่างๆ หรือไม่ โดยให้แต่ละกระทรวงต้องรวบรวมความเห็นก่อนส่งต่อไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ภายในวันที่ 14 พฤษภาคม จากนั้นจะนำไปหารือในที่ประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.ในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยความเห็นในการแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องส่งไปยัง กมธ.ยกร่างฯ ภายในวันที่ 24 พฤษภาคม
"นายกฯ เน้นย้ำประเด็นในการบริหารราชการแผ่นดินของแต่ละกระทรวง แล้วยังให้แต่ละกระทรวง ทบวง กรม ดูเรื่องของการปฏิรูป ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้เน้นการปฏิรูป รัฐบาลให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญโดยต้องการให้ทุกกระทรวงได้แสดงความเห็นในส่วนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน การบริหารราชการแผ่นดิน ทำได้สะดวกขึ้น หรือว่าไม่สะดวกในประเด็นใด ก็ต้องว่ากันไป แต่ตอนนี้เราไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ต้องรอแต่ละกระทรวงส่งความเห็นมาก่อน"
เมื่อถามว่า เพื่อความเข้าใจของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จะอธิบายในเรื่องรัฐธรรมนูญมากขึ้นหรือไม่ นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า หลังจากที่มีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ ก็คงจะมีการให้ความรู้กับประชาชนถึงร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้เรายังมีเวทีให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กมธ.ยกร่างฯ ได้มีโอกาสชี้แจง
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีคนออกมาวิจารณ์กันมาก ทั้งยังมีประเด็นประชามติ โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า หลายเรื่องยังไม่ถึงจุดที่จะตัดสิน เพราะหลายอย่างยังอยู่ในช่วงที่สามารถปรับแก้ไขได้ นอกจากนี้ความคิดเห็นของทุกคนยังมีความสำคัญมากในการที่จะไปดำเนินการแก้ไขให้มีความเหมาะสม ดังนั้นตอนนี้ควรรอความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนดีกว่า
เสียใจเหตุการณ์เครื่องบินคณะทูตตกที่ปากีสถาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบรายงานเหตุการณ์เครื่องเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณตอนเหนือของประเทศปากีสถาน ซึ่งมีคณะทูตานุทูตและภริยาของหลายประเทศ ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษายังเขตปกครองตนเองเมืองกิลกิต
โดย พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกเสียใจ ต่อการจากไปของทั้ง 7 ท่าน อันประกอบด้วย เอกอัครราชฑูตนอร์เวย์ฯ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ฯ ภริยาเอกอัครราชฑูตมาเลเซียฯ วิศวกรชาวปากีสถาน และคนขับเฮลิคอปเตอร์ชาวปากีสถานทั้งสองคน
"ในนามของรัฐบาลไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังรัฐบาลของประเทศนอร์เวย์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และปากีสถาน รวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่าน โดยถือเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่"
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากให้กำลังใจ นายทอมวิทย์ ชาญสรรค์ เอกอัครราชฑูตไทยประจำปากีสถาน ซึ่งโดยสารมากับเฮลิคอปเตอร์อีกลำ และไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ว่า ขอให้ท่านทูตทอมวิทย์ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประเทศไทยด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง และมีกำลังใจที่ดี ต่อไป
เตรียมลงพื้นที่ '12 เมืองห้ามพลาด'
ร.อ.นพ.ยงยุทธ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมงานนายกรัฐมนตรี กำลังหารือถึงการเตรียมสถานที่ที่จะให้นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ในต่างจังหวัด โดยทางคณะกรรมการที่จัดงานท่องเที่ยววิถีไทย ได้เสนอให้นายกฯ ลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะการลงพื้นที่เพื่อประชุม ครม.ในจังหวัด 'เมืองห้ามพลาด' ตามนโยบายการท่องเที่ยว ซึ่งนายกฯ ได้รับทราบ และจะไปดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะเป็นช่วงไหน ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องดูเวลาของนายกฯ เป็นหลักว่า จะมีการเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายกฯ มีกำหนดการที่จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เดือนมิถุนายน และไปประเทศญี่ปุ่น เดือนกรกฎาคม ดังนั้นจึงต้องดูอีกที
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า จุดประสงค์ของการลงพื้นที่ในต่างจังหวัดของนายกฯ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการได้พบปะประชาชน และได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลว่า เจ้าหน้าที่เข้าใจนโยบายที่ส่งไปหรือไม่ และจะได้รับฟังความเห็นจากประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วย นอกจากนี้พื้นที่ที่นายกฯ เดินทางไป ก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วยในตัว เพราะนักท่องเที่ยวก็จะสนใจว่าเป็นพื้นที่ที่นายกฯ เคยเดินทางมาแล้ว
แนะเกษตรกรวางแผนขุดบ่อรับหน้าฝน กักเก็บน้ำสำรอง
พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยว่า เนื่องจากหลายพื้นที่ในขณะนี้เริ่มมีฝนตก เป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในอีกไม่นานนัก พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีแนวทางว่า นอกจากการดำเนินการของภาครัฐที่มีการขุดบ่อน้ำจำนวนมากทั่วประเทศ เกษตรกรในพื้นที่ที่มีความพร้อม น่าจะรวมตัวกันเริ่มขุดลอกแหล่งน้ำ และขุดบ่อน้ำ หรือสระน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำฝน น้ำนอง หรือน้ำจากผิวหน้าดิน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตด้วย เพื่อไม่ให้น้ำฝนสูญเสียไปโดยไร้ประโยชน์ หากพี่น้องเกษตรกรร่วมลงมือด้วย จะถือเป็นการผสานพลังกับรัฐบาลที่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการขุดบ่อน้ำในไร่นาเสร็จแล้ว 16,470 บ่อ จากเป้าหมาย 50,000 บ่อ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีการเจาะบ่อบาดาลแล้วกว่า 1,200 หมู่บ้าน จากเป้าหมาย 2,668 หมู่บ้าน เป็นต้น
"รัฐได้เร่งดำเนินการโครงการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ ซึ่งหากพี่น้องประชาชนร่วมมือช่วยกันดำเนินการอีกทางหนึ่ง ก็จะถือเป็นการรวมพลังที่งดงาม ทำให้เกษตรกรและประชาชนสามารถมีแหล่งน้ำกระจายอยู่ทั่วไปในลักษณะแบบเตาขนมครก เป็นหลักประกันในเรื่องการมีน้ำใช้อย่างเพียงพอต่อไปในอนาคต"



