ข่าว

กระรอก...บุกกรุง

กระรอก...บุกกรุง

10 พ.ค. 2558

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง : กระรอก...บุกกรุง : โดย ... รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร

 
                       กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ระดับมหานครของโลก มีประชากรกว่า 10 ล้านคน ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ จึงเป็นบริเวณทำการเกษตรที่สำคัญของชาติแหล่งหนึ่ง เมื่อเมืองขยายตัว คนหลั่งไหลเข้ามากขึ้น พื้นที่เกษตรจึงถูกแปรเปลี่ยนไป 
 
                       ไม่เพียงรุกรานพื้นที่ทำกิน แหล่งอาหารปากท้องของคนไทย แต่ยังผลกระทบแก่สรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศอย่างช่วยไม่ได้ ปัจจุบันเราจึงเห็นเจ้าถิ่นเดิม ยังคงเพ่นพ่านในเมืองและชุมชนกรุงเทพฯ เช่น งูเหลือม งูหลาม หมา แมว หรือแม้แต่เหี้ยที่ยุคนี้จะเห็นกันคุ้นตาตามสวนสาธารณะ สวนลุมพินี ทำเนียบ สภา ฯลฯ
 
                       ผมเห็นกับตาได้ยินกับหู ถึงปรากฏการณ์สัตว์ชนิดหนึ่งที่ไม่ควรอยู่ในเมือง เช่น กทม.แต่ขณะนี้มีประชากรพบได้ทั่วไปตามสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ต้นไม้ใหญ่น้อย หลังคาบ้าน ชายคาอาคารพาณิชย์ ฯลฯ มันเป็นสัตว์ฟันแทะเช่นเดียวกับหนู ต่างกันที่มันอาศัยบนที่สูง เพราะปีนป่ายไต่ได้เก่งกาจ 
 
                       “กระรอก” ไงครับ เดี๋ยวนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ที่ขณะนี้มีเสียงบ่นถึงความซุกซนและรุกรานของพวกมันมากขึ้น เช่น กัดทำลายสายไฟ สายโทรศัพท์ ทำลายต้นไม้ ฯลฯ
 
                       เหตุที่กระรอกท่วมเมือง มาจากที่คนเรารุกรานแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมของเขา คือ เรือกสวน เมื่อไม่มีที่อยู่ มันจึงต้องเข้ามาอยู่เมืองและออกหาอาหารเพื่อดำรงชีพ ทำให้เกิดความขัดแย้งกับคน 
 
                       อีกทั้งการนิยมนำมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นเหตุหนึ่งทำให้กระจายไปทั่วกรุงฯ เดิมกระรอกสวนถือเป็นสัตว์คู่อริของชาวสวนผลไม้ เขาจึงจับมันมาขายดีกว่ายิงทิ้ง ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู ราคาไม่แพง เด็กๆ วัยรุ่นหลงซื้อมาเลี้ยงได้สักพักเมื่อโตขึ้นก็เริ่มก่อปัญหาคือ ไม่เชื่อง ดุกว่าเดิม ทั้งกัด ข่วน เล่นเอาเจ้าของถอดใจถึงกับปล่อยทิ้งไป บางตัวก็แหกกรงหลุดหนีสู่อิสรภาพในเมืองหลวง 
 
                       ด้วยคุณสมบัติแกร่ง กินง่าย (กินพืชเป็นหลัก) ออกลูกขยายพันธุ์ง่าย เอาตัวรอดจากสัตว์ผู้ล่าได้ดี รวมถึงปรับตัวกับสภาพแวดล้อมแบบเมืองได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่า “หนู” ทำให้เป็นสัตว์ตัวใหม่ที่รุกรานและก่อปัญหาให้แก่กรุงเทพมหานครในขณะนี้และอนาคต
 
                       ฉะนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือ ไม่ควรนำมันมาเลี้ยง แต่ถ้าจะเลี้ยงก็ควรคุมกำเนิดและเลี้ยงในกรงที่มั่นใจว่าป้องกันการหลบหนี หากไม่เลี้ยงแล้วห้ามปล่อยทิ้งในธรรมชาติ เก็บเศษอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงให้ปลอดจากการขโมยของกระรอก ป้องกันมันปีนต้นไม้ผล โดยการใช้วัสดุโลหะแผ่นเรียบพันรอบต้นไม้ให้ลื่นกันกระรอกปีน นี่คือแนวทางรับมือเฉพาะหน้า 
 
                       ไม่เริ่มคิดดูแลแก้ปัญหาเสียแต่วันนี้ รับรองวันหน้ามีสัตว์ที่ร้ายกว่าหนูวิ่งว่อนบนสายไฟฟ้าและหลังคาแน่ๆครับ !
 
 
 
 
--------------------------
 
(พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง : กระรอก...บุกกรุง : โดย ... รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร)