
ปัดสั่งสอบตร.หญิงแต่งกายไม่เหมาะ
08 พ.ค. 2558
สะพัดสั่งสอบ ตร.หญิงเมืองเพชรบุรี แต่งเครื่องแบบไม่เหมาะสม ด้านรองผู้การจเรตำรวจ ปัดตั้งกรรมการตรวจสอบ ผู้บังคับบัญชาชี้แต่งกายปกติ ทำงานได้ดีเท่าผู้ชาย
8 พ.ค. 58 จากกรณีที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thailand Police Story ได้โพสต์ภาพตำรวจสาวยืนต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมมีข้อความระบุว่า "ตั้งแต่ สภ.เมืองเพชรบุรี เปลี่ยนรองสารวัตรจราจรคนใหม่ ตำรวจจราจรก็ไม่เคยมาสายหรือลาป่วยอีกเลย" โดยมีการแชร์ภาพจำนวนมาก ทั้งนี้ ตำรวจหญิงดังกล่าว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองสารวัตรปราบปราม ช่วยราชการงานจราจร สภ.เมืองเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในเรื่องการแต่งกาย
ล่าสุด ในโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพเอกสารคำสั่ง เป็นบันทึกข้อความจากส่วนราชการ กต.7 จต.เลขที่ 0013.8/163 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายไม่เหมาะสม เรียนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผ่าน รอง จตช.(2)) โดยระบุรายละเอียดว่า
ด้วยปรากฏภาพของสตรี แต่งกายชุดเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ในลักษณะที่ดูแล้วไม่เหมาะสม แพร่กระจาย ออกไปทางสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย อย่างกว้างขวาง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ถึงความไม่เหมาะสมและกระทบภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจโดยรวม
บันทึกดังกล่าวระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏทางสื่อ ระบุว่า บุคคลดังกล่าวตำแหน่งรอง สวป.ช่วยราชการ งานจราจร สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
และมีข้อเสนอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และหากพบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือเป็นความผิดทางวินัยก็ให้พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ และรายงานผลการดำเนินการให้ทราบภายใน 15 วัน โดยบันทึกฉบับดังกล่าวลงนาม โดย พ.ต.อ.พิศาล ภุมรินทร์ รอง ผบก.ปรท ผบก.กต. 7 จต.
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงไปยัง พ.ต.อ.พิศาล ภุมรินทร์ รอง ผบก.ปรท.ผบก.กต.7 จต. ว่าได้มีหนังสือคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ รองสารวัตรจราจร จริงหรือไม่ พ.ต.อ.พิศาล ระบุเพียงว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย ลักษณะนิสัยของรองสารวัตรจราจร เป็นคนเช่นไรก็ไม่รู้จัก เนื่องจากสังกัดอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนรองสารวัตรจราจร สังกัดอยู่ จ.เพชรบุรี
ด้าน พ.ต.ท.สุทัศน์ พุกงาม สว.จร.สภ.เมืองเพชรบุรี กล่าวว่า ตร.หญิง ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยปกติแล้วการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จะมีการเรียกรวมและตรวจกำลังพลก่อนทุกครั้ง ก่อนหน้านี้จะเป็นหน้าที่ของ รอง สว.จร.ที่มีอยู่ 3 นาย แต่มีภารกิจด้านอื่นด้วย ช่วงที่ สว.จร.ผู้ชายไม่อยู่ สว.จร.ผู้หญิงก็ทำหน้าที่แทนได้ ทางผู้บังคับบัญชาเลยมอบหมายให้มาช่วยทำหน้าที่เรียกรวมและตรวจกำลังพลแทน ซึ่งการจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เมื่อมาทำหน้าที่แล้วก็จะปฏิบัติเหมือนกัน ทางตำรวจก็ต้องเชื่อฟัง เพราะมีกฎระเบียบวินัยกำกับดูแลอยู่
ส่วนที่เห็นในภาพทางโซเชียลว่าขณะทำหน้าที่เรียกพลได้นำเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็ไม่แปลก เพราะใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพแผนและคำสั่งว่าตำรวจจราจรคนใดประจำอยู่จุดไหน ใครมาไม่มาอย่างไร เพื่อให้ทราบก่อนจะปล่อยแถว รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่จราจรไปอยู่ในจุดอื่นที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่มีการเล่นไลน์หรืออย่างอื่นในช่วงการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด
"การทำหน้าที่ของตำรวจหญิงคนนี้ทำได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ชาย ส่วนมุมมองของแต่ละบุคคลไม่สามารถบังคับได้ แต่ในทางปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าหญิงหรือชาย เมื่อเป็นผู้บังคับบัญชาแล้วก็สามารถสั่งการได้ทุกคน อย่างไรก็ตามโฟกัสภาพที่ถูกส่งไปทางโซเชียลมองว่าจะถูกเน้นไปที่สรีระร่างกายมากกว่า ทำให้ประชาชนมองไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งแน่นอนส่งผลกระทบต่อจิตใจมิใช่น้อย ที่ผ่านมาก็นุ่งกระโปรงแต่เกิดอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตรวจตามจุดต่างๆ ทางผู้บังคับบัญชาจึงเห็นว่าไม่เหมาะได้ให้เปลี่ยนมานุ่งกางเกงแทนและนุ่งกางเกงปฏิบัติหน้าที่มานานนับปีแล้ว ก็ดูกระฉับกระเฉงดี"
พ.ต.ท.สุทัศน์ กล่าวอีกว่า การปล่อยแถวแต่ละครั้งก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานและส่งเข้าไลน์ของกลุ่ม สภ.เมืองเพชรบุรี ที่มีสมาชิกที่เป็นตำรวจประมาณ 200 นาย อาจจะมีส่งต่อไปยังกลุ่มอื่นด้วย ซึ่งคนทั่วไปไม่ทราบรายละเอียดจึงเกิดการแชร์และแสดงความคิดเห็นต่างๆ ขึ้น จึงอยากฝากไปยังผู้ที่แชร์หรือส่งภาพใดๆ ไปในโลกออนไลน์ให้คำนึงหรือหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเสียก่อน โดยเฉพาะข้อความที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนก็ขอให้ยุติได้จะเป็นการดี
ขณะที่ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อดีต ส.ว.เพชรบุรี กล่าวว่า ได้ติดตามข่าวนี้ตั้งแต่ต้น รู้สึกชื่นชม เป็นตำรวจหญิงที่สวย น่ารัก และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต่อมากลับมีข่าวในทางไม่ดี ในทำนองที่ว่ามีการออกหนังสือให้ตรวจสอบทำให้รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง หากเป็นเช่นนี้จริงจะเป็นการทำให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นผู้หญิงเสียกำลังใจ ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งแต่มาโดนกระทำอย่างนี้ ได้ข่าวว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจขอลาไป 10 วัน น่าสงสาร และขอให้กำลังใจอย่าท้อแท้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดี



