
อภิรัชต์ขุนพลคู่บารมีบิ๊กตู่จากนักรบสู่ประธานบอร์ดสลาก
อภิรัชต์ขุนพลคู่บารมีประยุทธ์ จากนักรบสู่ประธานบอร์ดสลาก : ทีมข่าวความมั่นคง
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) ที่ 1/2558 ที่แต่งตั้งให้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น "ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล" เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม สร้างความฮือฮา และก่อให้เกิดคำถามอย่างมากว่า การตั้งทหารมาคุมกองสลากจะมีความเข้าใจในเนื้องานได้จริงหรือ และจะทำให้สลากราคา 80 บาทได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปสู่คำถามดังกล่าว คงต้องทำความรู้จักกับนายทหารผู้นี้ที่ผู้สื่อข่าวและคอการเมืองรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ยุทธการกระชับพื้นที่เมื่อปี 2553 โดยครั้งนั้น พล.ต.อภิรัชต์ ครองยศ พ.อ.และดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.11 รอ.)
พ.อ.อภิรัชต์ หรือ "ผู้การแดง" ถูกกล่าวขวัญอย่างมากในวีรกรรมยึดคืนสถานีดาวเทียมไทยคมที่ อ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553 เพราะเป็นนายทหารชุดสุดท้ายที่อยู่รักษาพื้นที่บนชั้นดาดฟ้าของสถานีไทยคมโดยไม่ยอมทิ้งพื้นที่แม้จะถูกล้อมไว้ทั้งคืน กระทั่งมีการเจรจาต่อรองให้ทหารออกจากพื้นที่ชนิดที่ไร้การปะทะแบบหวุดหวิด
ต่อมากำลังของเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อยตรงแยกสีลม ซึ่งอยู่ใกล้ทีมการ์ดของ "เสธ.แดง" หรือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล จนเกิดการปะทะคารมผ่านสื่อหลายครั้ง ก่อนที่ยุทธการกระชับพื้นที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ อันที่จริง พ.อ.อภิรัชต์ เคยแสดงจุดยืนตรงข้ามกับ เสธ.แดง มาก่อนหน้านั้นแล้ว โดยเขาเคยเป็นแกนนำทหารระดับคุมกำลังในสังกัดกองทัพภาคที่ 1 ออกมาท้าชนกับ เสธ.แดง ที่พูดจาพาดพิง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้นอยู่หลายครั้ง ทำให้สปอตไลต์เริ่มฉายจับ พ.อ.อภิรัชต์ เป็นครั้งแรก
ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน และถูกมองว่า ยืนอยู่อีกฟากฝั่งทำให้ พ.อ.อภิรัชต์ ถูกโยกไปเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี แทนที่จะเป็นหน่วยคุมกำลังใน กทม. ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่นั่นก็เป็นเพียงการสับหลีก เลี่ยงแรงกดดันชั่วคราวเท่านั้น
เพราะต่อมาในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เขาก็ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น "ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์" หรือ ผบ.พล.1 รอ. ในการแต่งตั้งโยกย้าย 1 เมษายน 2557 คุมกำลังทหารตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เรียกได้ว่ามาถูกที่ถูกเวลา เพราะจากนั้นเพียงเดือนเศษๆ ก็เกิดการยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม
จะเห็นได้ว่า เส้นทางชีวิตราชการของ พล.ต.อภิรัชต์ ได้มีโอกาสเป็นมือไม้คนสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มาตลอดตั้งแต่ครั้งที่เป็นผู้การราบ 11 กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.พล.1 รอ. เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 จ่อเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 และอย่างน้อยๆ ก็คงได้เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ.
กระนั้น ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า เส้นทางเติบโตก้าวกระโดดมาเช่นนี้เพราะเป็น "ลูกบิ๊กจ๊อด" หรือ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2534 หรือไม่
แต่ถ้าพิจารณาตามเส้นทางการรับราชการของ พล.อ.สุนทร และพล.อ.ประยุทธ์ จะพบว่า เดินกันคนละเส้นทางโดยสิ้นเชิง เพราะพล.อ.สุนทร เติบโตมาจากสายรบพิเศษ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาจากสาย "บูรพาพยัคฆ์" และในช่วงที่บิ๊กจ๊อดเรืองอำนาจนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้อยู่ในสายการบังคับบัญชาของบิ๊กจ๊อดแต่อย่างใด
ทั้งนี้ หากจะวัดตามระดับความใกล้ชิดกันแล้วบิ๊กจ๊อดก็มีความสนิทแนบแน่นกับ "บิ๊กจิ๋ว" หรือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารบก มากกว่า เพราะเป็นนักเรียนนายร้อย จปร. "รุ่นที่ 1" เหมือนกัน ซึ่งถ้าคิดแบบแบ่งขั้วการเมืองในปัจจุบัน พล.ต.อภิรัชต์ คงไม่ก้าวมาไกลถึงเพียงนี้ หากอาศัยเพียงบารมีของผู้เป็นบิดา
ดังนั้น การเติบโตของ พล.ต.อภิรัชต์ จึงเกิดจาก "ฝีมือ" ที่ได้รับการพิสูจน์มาโดยตลอด โดยเฉพาะฝีมือในภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยมาตั้งแต่ปี 2553 รวมทั้งฝีมือในด้านอื่นๆ เช่น ภารกิจในการจัดระเบียบรถสาธารณะที่ พล.1 รอ. ดูแลวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง
ต้องยอมรับกันว่า การแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะนั้น จะไม่สามารถแก้ไขได้เลย หากไม่จัดการถึงต้นตอนั่นคือ กลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือ "มาเฟีย" ที่คุมวินต่างๆ ซึ่งจากบุคลิกที่เด็ดขาด ดุดัน และฉับไวของ พล.ต.อภิรัชต์ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาชนกับกลุ่มคนเหล่านี้่
วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นของเขา คือ การใส่หมวก สวมแว่นดำ พรางตัวทดลองนั่งรถจักรยานยนต์ เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาในพื้นที่จริง ไม่ใช่คอยแต่สั่งการลูกน้องอยู่ในห้องแอร์
ผลงานสมัยที่เข้ามาจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ของ พล.ต.อภิรัชต์ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3 ประการ คือ 1.ทุกวินจะมี "ป้ายราคา" ชัดเจน ป้องกันการโขกราคา 2.ทุกวินจะต้องติด "ใบอนุญาต" แสดงว่าจดทะเบียนถูกต้อง และ 3.ประวัติส่วนตัวของคนขับ ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ประวัติอาชญากรรม จะถูกส่งให้โรงพักตรวจสอบทุกวิน
นั่นคือผลงานสมัยที่ยังเป็น ผบ.พล.1 รอ. แต่ปัญหา "สลากกินแบ่งรัฐบาล" มีมิติของปัญหาที่สลับซับซ้อนกว่ากันมาก ทั้งกลุ่มผู้ถือโควตา ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ที่เป็นเสือนอนกินมานาน โยงใยไปถึงกลุ่มมาเฟีย กลุ่มทุน และกลุ่มการเมืองต่างๆ ซึ่งทำได้ยากกว่าการจัดการกับมาเฟียคุมวินมากนัก
ตัวของ พล.ต.อภิรัชต์ ก็ยอมรับว่า การทำให้ราคาสลากอยู่ที่ใบละ 80 บาท ภายในงวดวันที่ 16 มิถุนายน นี้ อาจไม่สามารถทำได้เบ็ดเสร็จทันตาเห็น
โรดแม็พในการคุมราคาสลากของ พล.ต.อภิรัชต์ ที่เคยแย้มกับ "คม ชัด ลึก" คือ การแก้ไขปัญหาที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีมาตั้งแต่ปี 2517 และไม่เคยมีการปรับปรุงแก้ไขเลย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังปรัปรุงแก้ไขอยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกาในการร่าง พ.ร.บ.สลากกินแบ่งขึ้นมาใหม่
กระนั้น ถ้ารอกฎหมายออกมาก็จะช้าไม่ทันการณ์จึงต้องใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อให้สลากราคา 80 บาทในเดือนมิถุนายนนี้ ให้ได้ แต่ถ้าวันที่ 16 มิถุนายน ยังไม่สามารถคุมราคาได้อีกก็จำเป็นต้องใช้ "ยาแรง" เข้ามาจัดการ โดยก่อนที่จะถึงวันนั้นจะเชิญ "ผู้ค้า" มาพูดคุยโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก
พล.ต.อภิรัชต์ ระบุว่า จะแบ่งการทำงานออกเป็นระยะๆ ระยะแรก คือการแก้ปัญหาเผชิญหน้าตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2558 เพราะเป็นห้วงที่โควตาทั้งหมดจะหมดสัญญา จะไม่มีการต่อสัญญาให้ใคร โดยตนจะเป็นผู้พิจารณา หากรายใดปฏิบัติตามนโยบายของกองสลากทำตัวเป็นเด็กดี ไม่เอาเปรียบเราจะต่อสัญญาให้
ระยะที่สอง ตั้งแต่ต้นปี (2559) ไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของกองสลากออกมา อาจจะหาวิธีการจำหน่ายเองที่จะสามารถควบคุมราคาได้มากที่สุด รวมถึงการกระจายไปสู่ลูกค้ารายย่อย และใช้กลไกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความร่วมมือให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ระยะที่สาม หลังจากเลือกตั้งไปแล้ว ค่อยมาว่ากันว่าจะมีหวยออนไลน์หรือไม่ หรือจะซื้อผ่านตู้เอทีเอ็มได้หรือไม่ในรานสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องว่ากัน
พล.ต.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงนโยบายของนายกฯ ด้วยว่า ได้มีการแต่งตั้งให้ทหารมีอำนาจในการดำเนินการ โดย ผบ.ทบ.หรือแม่ทัพภาค สามารถใช้กำลังทหารในการตรวจสอบ และยังเพิ่มประมวลรัษฎากรกฎหมายเข้ามาใช้ปราบปรามการทุจริต และฟอกเงิน และทางนายกฯ ยังมีนโยบายที่จะลดต้นทุน ซึ่งแต่เดิมราคาฉบับละ 74 บาท ก็อาจจะลดลงเหลือ 70 บาท
นี่คือแนวคิดคร่าวๆ ของ พล.ต.อภิรัชต์ ในฐานะประธานบอร์ดกองสลาก ซึ่งคงจะมีการแถลงถึงแนวนโยบายโดยละเอียดในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาสลากไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัญหาเกิดขึ้นมากว่า 40 ปี แต่ก็จะพยายามแก้ไขให้ได้ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.



