ข่าว

ลูกไม้ไกลต้นทายาท‘แพร่ธำรงวิทย์’

ลูกไม้ไกลต้นทายาท‘แพร่ธำรงวิทย์’

08 พ.ค. 2558

ลูกไม้ไกลต้นทายาท‘แพร่ธำรงวิทย์’ เส้นทางธุรกิจสายใหม่‘เอกชัย วงศ์วรกุล’ : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสุรัตน์ อัตตะ เรื่องและภาพ

           “ครอบครัวเรามีลูกหลายคน ถ้ามารุมทำกิจการเดียวกันมันจะไม่โต กิจการก็เหมือนเรือลำหนึ่ง ถ้าเกิดธุรกิจเป็นขาลงก็เหมือนเรือ ถ้าเกิดมันรั่วขึ้นมาก็จมน้ำกันหมด แต่ถ้าไปสร้างเรือลำใหม่ แม้มันจะเป็นเรือลำเล็กๆ ก็ไม่เป็นไร เวลาเรือลำใหญ่รั่ว เรือลำเล็กก็จะมาช่วยชีวิตเราได้”

           คำสอนของผู้เป็นมารดายังก้องหูที่เตือนสติลูกชายคนสุดท้อง ”เอกชัย วงศ์วรกุล” ที่เคยคิดจะก้าวมาต่อยอดธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวภายใต้ชื่อบริษัท แพร่ธำรงวิทย์ จำกัด หลังจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน

           จากคำเตือนสติในครั้งนั้น ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดมุ่งมั่นอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เส้นทางเดินไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกย่างก้าวต้องต่อสู้ด้วยตนเองเพียงลำพัง แม้จะมีพ่อแม่ประคับประคอง แต่ก็แค่คอยดูแลอยู่ห่างๆ เท่านั้น 

           “ปกติถ้าเป็นลูกคนสุดท้องพ่อแม่จะต้องตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ครอบครัวผมไม่ใช่ ยกเว้นอย่างเดียวเรื่องเรียน อยากเรียนอะไรก็ได้ ท่านไม่บังคับ ส่วนตัวผมชอบเล่นกล้อง ชอบถ่ายรูป จึงมาเรียนนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อทางด้านนี้มากที่สุดในขณะนั้น”

           การได้ร่ำเรียนศึกษาในสาขาที่ตัวเองชอบและถนัดทำให้เขามีผลการเรียนโดดเด่นและมีผลงานเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนๆ ร่วมสถาบัน โดยการันตีจากรางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายในเวทีต่างๆ มากมาย จนในที่สุดได้รับโหวตจากเพื่อนๆ ให้รั้งตำแหน่งประธานชมรมถ่ายภาพของมหาวิทยาลัย

           เอกชัยยอมรับว่า ในระหว่างดำรงตำแหน่งประธานชมรมถ่ายภาพ ได้เรียนรู้การทำงานในหลายๆ อย่าง ทั้งการบริหารงานบุคคล บริหารการเงิน การประชาสัมพันธ์จากการทำกิจกรรม จากประสบการณ์ในครั้งนั้นทำให้ได้นำมาใช้ในการทำธุรกิจในวันนี้

           “สมัยนั้นคนจบนิเทศส่วนใหญ่จะต้องทำงานอยู่กรุงเทพฯ ต่างจังหวัดคงลำบาก แต่ใจผมไม่ต้องการอยู่กรุงเทพฯ อยากกลับบ้านมากกว่า พอดีน้าชายทำโรงงานผลิตเทปกาว เขาก็เลยชวนให้มาทำ” เอกชัยเปิดเผยเส้นชีวิตหลังสำเร็จการศึกษาใหม่ๆ ก่อนเปิดร้านขายส่งเทปกาวเป็นของตัวเองในตัวเมืองเชียงใหม่ในเวลาต่อมา ด้วยเงินลงทุนเพียง 2 หมื่นบาท ที่ได้รับจากบิดา โดยใช้ชื่อว่า "ร้านวงศ์สุ" โดยวงศ์มาจากนามสกุลวงศ์วรกุลและสุ มาจากชื่อพ่อคือ สุวิทย์

           จากชีวิตลูกจ้างผันตัวเองมาสู่เจ้าของกิจการ วิถีการทำงานกลับหนักหนากว่าหลายเท่า เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจการที่ไม่มีลูกจ้าง ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่เป็นเซลส์ส่งของ ทำบัญชี เก็บเงินจากลูกค้า โดยมีรถกระบะเก่าๆ เป็นพาหนะประจำตัวในการเดินทางส่งของให้ลูกค้า

           กว่า 4 ปีที่เปิดร้านขายส่งเทปกาวที่ จ.เชียงใหม่  กิจการเติบโตก้าวหน้ามาโดยลำดับ เมื่อสะสมกำไรได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจกลับบ้าน จ.แพร่ พร้อมหาลู่ทางทำธุรกิจของตัวเอง โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว เนื่องจากพี่ชายเป็นคนรับไม้ต่อดูแลกิจการแล้ว

           “ธุรกิจของครอบครัวพี่ชายจะเป็นคนดูแล ส่วนเราก็มาคิดว่า ทำธุรกิจอะไรดีจะช่วยที่บ้านงานรับเหมาก่อสร้าง เพราะใช้น้ำมันเยอะและต้องซื้อจากคนอื่น ทำไมเราไม่สร้างปั๊มน้ำมันเองดีกว่า โชคดีตอนนั้นปั๊มคาลเท็กซ์ประกาศให้เช่าในราคาเดือนละ 3 หมื่น ผมจึงตัดสินใจเช่าเลย นี่คือจุดเริ่มการทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน”

           ไม่เพียงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัวเท่านั้น ที่เป็นลูกค้าหลัก หากแต่กลุ่มผู้ใช้รถก็มาใช้บริการอย่างเนืองแน่น ทำให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปอย่างก้าวกระโดด จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจซื้อปั๊มน้ำมันเป็นของตัวเองแทนการเช่า โดยกู้เงินมาลงทุนก้อนแรกจำนวน 5 แสนบาท ภายใต้ชื่อ หจก.น้ำมันเมืองแพร่ 

           จากนั้นก็เข้าไปซื้อกิจการ หจก.แพทอง ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายน้ำมันให้ปั๊มเล็กๆ ในพื้นที่ตั้งอยู่ตามตำบลต่างๆ ใน จ.แพร่ พร้อมกับการขยายเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดประมาณ 50 ปั๊ม ก่อนจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปี 2540

           “ผมคิดเหมือนธุรกิจประกัน แต่มาแปลงเป็นธุรกิจน้ำมันใช้แบรนด์ของตัวเองคือ แพทอง ตอนผมซื้อกิจการมา เจ้าของเก่าเป็นคนสิงห์บุรี ศิษย์หลวงพ่อแพ ผมเห็นว่า ชื่อบ้านๆ ดี ซึ่งก็โอเค มันจำง่าย แต่การขายเราต้องปล่อยเป็นเครดิต ต้องแบกความเสี่ยง สมมุติปั๊มละแสนต่อเดือน ถ้า 50 ปั๊มก็ 5 ล้าน เข้าไปแล้ว”

           หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่ในปี 2540 ทำให้เขาเป็นหนี้ธนาคารทันทีกว่า 30 ล้านบาท จากการลงทุนปั๊มน้ำมัน แต่ในวิกฤตินั้นก็ได้สร้างโอกาสให้เขาในเวลาต่อมา หลังเจ้าของปั๊มน้ำมันในเครือข่ายไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำมัน จนต้องจ่ายเป็นที่ดินแทน

           “ตอนวิกฤติฟองสบู่ผมเป็นหนี้แบงก์ทันทีกว่า 30 ล้าน แต่ก็ได้ประนอมหนี้ทยอยผ่อนจ่ายเขา เพราะหลักการทำธุรกิจที่พ่อได้ย้ำเสมอคือ จะต้องไม่ให้เสียเครดิต ตอนนั้นมีรถอยู่ 4 คัน ขายไป 2 คัน ได้เงินมา 7-8 แสน มาหมุนต่อ ส่วนเจ้าของปั๊มในเครือข่ายที่ติดค่าน้ำมัน บางรายไม่มีตังค์จ่าย เขาก็จ่ายเป็นที่แทน และที่ดินที่ได้มาในวันนั้นก็เอามาลงทุนสร้างปั๊มใหม่เพิ่มในวันนี้”

           เอกชัยยอมรับว่า หลังผ่านวิกฤติฟองสบู่ทำให้ธุรกิจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีการขยายธุรกิจปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปั๊มขนาดใหญ่ หลังได้ซื้อกิจการปั๊มน้ำมัน ปตท.จากเจ้าของเดิมมาปรับปรุงให้มีความทันสมัย สะดวกสบายแก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ลดจำนวนปั๊มขนาดเล็กในเครือข่ายลง

           ปัจจุบันเอกชัยมีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ในความดูแลจำนวน 12 ปั๊ม ได้แก่ ปตท. 3 ปั๊ม เชลล์ 1 ปั๊ม คาลเท็กซ์ 2 ปั๊ม บางจาก 2 ปั๊ม นอกนั้นเป็นปั๊มแบรนด์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีปั๊มขนาดเล็กในเครือข่ายอีก 20 ปั๊ม กระจายอยู่ในตามอำเภอต่างๆ ใน จ.แพร่

           “ที่แพร่มีปั๊มทั้งหมดประมาณ 60 ปั๊ม เป็นของผมและสาขารวม 25 ปั๊ม มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ประมาณ 40% แต่ก็มีธุรกิจพ่วงมาจากปั๊มอย่างร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อด้วย” ทายาทแพร่ธำรงวิทย์ เปิดเผยข้อมูลทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่า การขยายสาขาปั๊มน้ำมันที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะเป็นการรองรับการเติบโตของธุรกิจน้ำมันแล้ว ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงด้านการแรงงาน หากเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการลาออกกะทันหันหรือด้วยสาเหตุใดก็ตาม สามารถโยกย้ายสลับเด็กปั๊มได้ในทันที

           ปัจจุบันเอกชัย นอกจากเป็นเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมันรายใหญ่แล้ว ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันใน จ.แพร่ ภายใต้บริษัท นิวเจน มอเตอร์ จำกัด ขณะเดียวกันยังทำงานเพื่อสังคมควบคู่กันไป โดยเคยรั้งตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดที่มีอายุน้อยที่สุด ปัจจุบันเป็นกรรมการหอการค้าไทย ประธานผู้พิพากษาสมทบ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และอื่นๆ อีกมากมาย

           "เอกชัย วงศ์วรกุล" ทายาทคนสุดท้องของครอบครัว "วงศ์วรกุล" นับเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการธุรกิจเมืองแพร่ ที่ผ่านการต่อสู้ชีวิตมาโดยลำพัง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในวันนี้
 

กว่าจะถึงวันนี้ของทายาทแพร่ธำรงวิทย์ 

           เอกชัย วงศ์วรกุล เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2509 เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ของ สุวิทย์-วรินทร์ วงศ์วรกุล เจ้าของบริษัท แพร่ธำรงวิทย์ จำกัด ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จบการศึกษาปริญญาตรีสาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สมรสกับ ทรรศนีย์ วงศ์วรกุล มีบุตร 2 คน วิชญ์ วงศ์วรกุล อายุ 21 ปี กำลังศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และวริทธิ์ วงศ์วรกุล อายุ 18 ปี กำลังศึกษาคณะวารสารศาตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมันรายใหญ่ ในนาม หจก.เอปิโตรเลียม (ปตท.) ได้รับรางวัลสถานีบริการน้ำมันดีเด่นระดับโกลด์ 3 ปีซ้อน และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันใน จ.แพร่ ในนาม บริษัท นิวเจน มอเตอร์ จำกัด