
รวบแล้ว!2โจรมือเปล่าชิง4.2แสน
07 พ.ค. 2558
ตำรวจใช้เวลาแค่ข้ามคืนตามจับ 2 คนร้ายก่อเหตุชิงเงินกว่า 4 แสนบาท จากเจ้าหน้าที่แบงก์ อ้างหาเงินใช้หนี้นอกระบบ
7 พ.ค. 58 จากกรณี 2 คนร้ายชิงเงินสด จำนวน 420,000 บาท ในธนาคาร สาขาถนนพระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. ก่อนเรียกรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทษ 458 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายทั้งสองคนได้แล้ว พร้อมควบคุมตัวไปแถลงข่าวที่จุดเกิดเหตุ
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ธนาคาร สาขาถนนพระราม 2 พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.(ปป.2) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางมด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา คือ นายอภิธัญญ์ ห่วงเอี่ยม หรือ ดำ อายุ 51 ปี และนายสรกฤช แซ่จิว หรือ บูรณ์ อายุ 49 ปี พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 219,000 บาท กระเป๋าเป้ 1 ใบ และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ
พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวว่า หลังจากที่คนร้ายลงมือก่อเหตุแล้วเรียกแท็กซี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.8 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางมด ได้สืบสวนจนพบรถแท็กซี่ที่คนร้ายเรียกหลบหนีไป พร้อมทั้งเรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบปากคำเมื่อช่วงกลางดึกวันเกิดเหตุ (6 พ.ค.) จนทราบว่าคนร้ายทั้งสองได้โดยสารไปลงบริเวณหน้าสถานบริการอาบอบนวดแห่งหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย กระทั่งติดตามจับกุมนายอภิธัญญ์ ได้บริเวณย่านซอยอนามัยงามเจริญ บางขุนเทียน กทม. ก่อนสอบสวนขยายผลจับกุมนายสรกฤช ได้บริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 53 ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางดังกล่าว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ติดตามยึดเงินสดกลับคืนมาได้แล้ว 219,000 บาท โดยเงินส่วนที่เหลือคนร้ายอ้างว่าได้นำไปใช้หนี้นอกระบบที่ได้กู้ยืมมา ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผลติดตามนำเงินส่วนที่เหลือกลับคืนมา
พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ทั้งสองคนรู้จักกันมานานแล้ว โดยนายสรกฤช เคยเป็นลูกจ้างรายวันของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะตกงาน ส่วนนายอภิธัญญ์ มีอาชีพขับรถสองแถว ซึ่งทั้งสองคนติดหนี้เงินกู้นอกระบบ ซึ่งไปกู้จากเจ้าหนี้ในอัตราร้อยละ 10 - 15 เพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว โดยติดหนี้อยู่คนละประมาณ 2 แสนบาท จึงชักชวนกันมาก่อเหตุเพื่อหวังนำเงินไปใช้หนี้ดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมาดูลาดเลาแล้วหลายครั้ง และใช้เวลาวางแผน 3 วันก่อนลงมือ สำหรับที่ทั้งคู่นั่งรถแท็กซี่ไปลงอาบอบนวดดังกล่าว ผู้ต้องหาให้การว่า อยากจะฉลองหลังจากได้เงินมา แต่ทว่าหนึ่งในคนร้ายรู้สึกวิตก จึงแยกย้ายกันหลบหนี
ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประกอบการธนาคารจะปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก เพื่อป้องกันให้การก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้ลดน้อยลง โดยจะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็จะต้องเพิ่มความเข้มในการหาข่าว และต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชนให้ช่วยกันสอดส่อง สำหรับกรณีเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบนั้น หลังจากนี้จะมีการหารือว่าจะมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



