
ผบ.ตร.ไม่กดดันนายกฯสั่งสางโรฮิงญาใน10วัน
07 พ.ค. 2558
"พล.ต.อ.สมยศ" ลั่นไม่กดดันนายกฯสั่งสางคดีโรฮิงญาใน10วันยันย้ายตร.ครึ่งร้อยไม่เสียขวัญระบุไม่อุ้มคนผิด ออกหมายจับเพิ่ม10คนเร่งตรวจหลุมปริศนากุโบร์เก่า
วันที่ 7 พ.ค.58 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้คลี่คลายคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาภายใน 10 วันว่า ไม่ได้กดดันกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากตำรวจและทหารได้ร่วมมือกันในการแก้ปัญหามาโดยตลอด และทำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเรื่องโรฮิงญาถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศและถูกจับตาจากนานาชาติ ทำให้นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและให้ความสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะทางทะเล ในการสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้มีค่ายพักของขบวนการดังกล่าวในประเทศไทย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับการสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น มีความจำเป็นต้องโยกย้ายนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจน้ และตำรวจ ปคม. ออกนอกพื้นที่ไว้ก่อน เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นแต่มีมานานแล้ว จึงเห็นว่านายตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกพิจารณาย้ายกลับ หากพยานหลักฐานยืนยันว่ามีนายตำรวจคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาโดยไม่ละเว้น
"เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ดำเนินการตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่ามีนายตำรวจคนไหนบ้างที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และยืนยันว่าการย้ายตำรวจจำนวนมากครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อขวัญกำลังใจและการทำงาน พร้อมเตรียมเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่มีการโยกย้ายด้วย" ผบ.ตร. กล่าวยืนยัน
ออกหมายจับค้าโรฮิงญาปาดังฯเพิ่ม10คนเร่งตรวจหลุมปริศนากุโบร์เก่า
เมื่อเวลา09.30 น. ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า พล.ต.อ .เอก อัสนานนท์ รองผบ.ตร. ,พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภาค 9 และพล.ต.ต.พุทธชาติ เอกฉันท์ รองผบช.ภาค 9 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการคลี่คลายคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติกรณีกลุ่มโรฮิงญา ต.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ที่ล่าสุดได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 10 คนรวมเป็นทั้งหมด 18 คน
พล.ต.อ .เอก เปิดเผยว่า จากการเปิดปฎิบัติการยุทธการปิดปลายทางสกัดกั้นกลุ่มโรฮิงญาที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ได้ร่วมประสานกำลังความร่วมมือกับตำรวจภูธรภาค 8 เข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้รูปแบบการทำงานครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยยุทธการปิดปลางทางดังกล่าวได้มีการลาดตระเวนและตรวจสอบเส้นทางตั้งแต่ในพื้นที่ จ.สตูลทั้งพื้นที่ป่านและแนวชายหาดที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มโรฮิงญาซึ่งลงเรือและลักลอบเข้ามาขึ้นฝั่งในหลายจุดตามแนวชายหาด ก่อนที่จะเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติมายังพื้นที่จังหวัดสงขลาที่มีการตรวจสอบพบแคมป์โรฮิงญาดังกล่าว โดยขณะนี้จะมีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองเดินลาดตระเวนเข้าไปทุกเส้นทาง
ต่อข้อซักถามที่ว่า ในส่วนของพื้นที่ป่าบริเวนเทือกเขาแก้ว ตำบลปาดังเบซาร์ที่พบแคมป์โรฮิงญาก่อนหน้านี้จะต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำหรือไม่ พล.ต.อ.เอก บอกว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ดูแลคุมพื้นที่อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นห่วงว่ากลุ่มโรฮิงญาจะกลับเข้ามาในแคมป์อีกและเพื่อเป็นการป้องปรามที่ก่อนหน้านี้มีการระบุว่าชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในแคมป์ดังกล่าวได้แตกกระเจิงหลบหนีไปยังภูเขาฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งในส่วนนี้ได้มีการประสานงานร่วมกับมาเลเซียอยู่แล้วหากตรวจสอบพบกลุ่มโรฮิงญาไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีหมด
พล.ต.ต.พุทธชาติ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของคดีล่าสุดได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 10 คน จากเดิม 8 คน รวมทั้งหมดคดีนี้ได้ออกหมายจับแล้วจำนวน 18 คนแยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 7 คนและบุคคลทั่วไป 11 คน และสามารถจับกุมตัวได้ 4 คนอายัดตัวไว้ 1 ราย ดังนั้นวันนี้ยังต้องเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือ 13 ราย
สำหรับผู้ต้องหา 10 รายที่ออกหมายจับเพิ่มในวันนี้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องเป็นการ์ด หริือ ผู้ที่ดูแลและให้การสนับสนุนกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อว่าเป็นใครบ้าง แต่ยืนยันไม่ว่าจะเป็นใครก็จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดไม่มีการละเว้น
อย่างไรก็ตาม มีการรายงานว่ามีการแจ้งข้อมูลเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่ามีการพบหลุดศพถูกลักลอบนำมาฝังในกุโบร์เก่าหลายแห่งในพื้นที่จ.สงขลา และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ล่าสุดพบที่กุโบร์เก่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานผู้นำศาสนาเข้าไปตรวจสอบต่อไป
อดีตรองนายกทต.ปาดังเบซาร์เข้ามอบตัว
พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นายประสิทธิ์ หรือเบต เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, เรียกค่าไถ่คดี ขุดพบศพ โรฮิงญา เทือกเขาแก้ว ม.8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้เข้ามอบตัวแล้ว
อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้แล้วทั้งหมดรวม 6 คน แยกเป็นการจับกุม 3 คน เข้ามอบตัว 2 คน และอายัดตัวอีก 1 คน โดยหลังจากที่เข้ามอบตัวแล้วทาง ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 จะมอบตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการต่อไป



