
ร่างรธน.ใหม่ต้องทำประชามติ
07 พ.ค. 2558
'บวรศักดิ์' ย้ำจุดยืน ถาม 'คสช.' มีเหตุผลใดไม่ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ต้องนำกลับไปหาประชาชน 'ประสาร' เชื่อ 'ประชามติ' ป้องกัน รธน.ถูกฉีกง่าย
7 พ.ค. 58 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาเนื่องในการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2557 เรื่อง นวัตกรรมสังคมกับการปฏิรูปประเทศไทย 360 องศา จัดโดยมหาวิทยาลัยรังสิต ในหัวข้อ การปฏิรูปการเมือง ประเทศไทยหลังรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 ตอนหนึ่งว่า ออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เมื่อกล่าวถึงการปฏิรูปประเทศไทย คือ การมองในอนาคตของการปฏิรูป แต่การมองอนาคตต้องพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่เดิมด้วย ดังนั้นการเขียนร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้มี 4 เจตนารมณ์ คือ สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ ทำการเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม และนำชาติสู่สันติสุข ซึ่งมองว่า หากทุกภาคส่วนร่วมพิจารณาในเนื้อหาที่เกี่ยวกับการสร้างพลเมืองเป็นใหญ่ หนุนสังคมที่เป็นธรรม และนำชาติสู่สันติสุข ให้มากกว่าส่วนของการเมือง ที่มีผู้ดูแลผลประโยชน์ของฝ่ายการเมืองอยู่แล้ว เชื่อว่า จะเห็นความหวัง และนวัตกรรมใหม่ของสังคมที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญนั้นขั้นตอนปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ ซึ่งพร้อมรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด รวมถึงพรรคการเมือง องค์กรอิสระ และภาคส่วนต่างๆ โดยขอให้ยื่นมายัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 10 มิ.ย.
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของ สปช.และภาคส่วนต่างๆ ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงเดือน มิ.ย.เป็นต้นไปนั้น ข้อเท็จจริงจะมีเวลาทำงานเพียง 40 วัน เท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือจะเป็นช่วงการทบทวนถ้อยคำและเรียงเลขมาตราให้ถูกต้อง จากนั้นภายในวันที่ 23 ก.ค. ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช. เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ภายในวันที่ 6 ส.ค. หาก สปช.ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ต้องยุบ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช. และตั้งชุดใหม่เข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากรับก็จะเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ ยกเว้นมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เพื่อให้มีการออกเสียงประชามติ ส่วนตัวยืนยันตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องทำประชามติ ด้วยเหตุผล คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เป็นฉบับประชาชน รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เป็นฉบับที่ผ่านประชามติ ดังนั้นเมื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จะมีเหตุผลใดที่จะไม่นำรัฐธรรมนูญกลับไปหาประชาชนอีก แต่การจะให้มีการออกเสียงประชามติได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 โดยความเห็นชอบร่วมกันของ คสช. ครม. และ สนช.
"หากทำประชามติ คงไม่ใช่ใช้เวลาเพียง 1 เดือนอย่างที่คนเขาพูด เพราะต้องมีกระบวนการ เช่น พิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 42 ล้านฉบับ เพื่อแจกให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้พิจารณา และเปิดเวที ทั้งผ่านสถานีโทรทัศน์ วิทยุ ให้ทุกภาคส่วนและทุกฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วย กับไม่เห็นด้วย แสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะให้ประชาชนไปหย่อนบัตรออกเสียงประชามติ ดังนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือน แต่หากจะใช้เวลาเพียง 1 เดือนจริง อาจเป็นวิธีที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล"
'ประสาร' เชื่อ 'ประชามติ' ป้องกันรัฐธรรมนูญถูกฉีกง่าย
นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้ประชาธิปไตยทางตรงของประชาชน เป็นการออกกฎหมายโดยประชาชนทั้งประเทศ ทำให้ประชาชนไทยได้เป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง และการรับฟังความเห็นโดยทั่วไปนั้น แม้จะใช้ความพยายามมากเพียงไร ก็ไม่อาจทำได้อย่างทั่วถึง แต่การลงประชามติเท่ากับให้สิทธิ์ประชาชนทั้งประเทศได้ใช้วินิจฉัยของตัวเองอย่างมีนัยทางประวัติศาสตร์ ข้อสำคัญ คือ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เต็มพื้นที่ เป็นโอกาสดีที่สุดที่ประชาชนจะเกิดการตื่นรู้ทางการเมืองร่วมกันเต็มที่ เพื่อจะได้ไปลงประชามติอย่างมีวิจารณญาณ
นายประสาร กล่าวต่อว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติของประชาชน จะทำให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรมมากกว่าวิธีใดๆ จึงยากที่ใครจะมาฉีกทิ้งได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน เสียงของประชาชนจะทำให้ข้อวิจารณ์ต่างๆ เลือนหายไป เพราะประชาชนได้แสดงอำนาจให้ปรากฏแล้ว จึงเห็นด้วยอย่างเต็มที่ที่จะให้มีการลงประชามติ แต่ไม่ควรจะมีคำถามหลายข้อที่จะมีความยุ่งยากตามมา เช่น รับบางมาตรา แต่บางมาตราไม่รับ จะทำให้ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก ซึ่งคงต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นราว 3 เดือน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 3,000 ล้านบาท แต่ก็คุ้มค่ามากเมื่อคำนึงถึงความชอบธรรมทั้งทางกฎหมายและทางคุณธรรมที่จะเกิดขึ้นจากการทำประชามติ



