ข่าว

‘หนุ่มเขมร’แค้นยืมเงินไม่ให้คว้าสปาร์ต้าแทงเพื่อนดับ

‘หนุ่มเขมร’แค้นยืมเงินไม่ให้คว้าสปาร์ต้าแทงเพื่อนดับ

07 พ.ค. 2558

หนุ่มเขมรแค้นยืมเงินสองร้อยไม่ให้คว้ามีดสปาร์ต้าแทงกลางอกเพื่อนสัญชาติเดียวกันดับ

 
 
 
          วันที่ 7 พ.ค.58 เมื่อเวลา 00.30 น.  ร.ต.ท.สหรัฐ เทียมไชย ร้อยเวร สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุชายถูกแท่งเสียชีวิต ที่บริเวณทางขึ้นอาคาร วริศราอพาร์ทเม้นท์ ตั้งอยู่เลขที่ 84/1 หมู่ 11 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็งตึ๊งเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          ที่เกิดเหตุบริเวณบันไดทางขึ้นได้พบศพนายเกีย แอล อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่ยันไดทางขึ้นโดยมีมีดสปาร์ต้าปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตสีดำปักอยู่ที่กลางอก ใกล้กันได้พบกระเป๋าเป้สีส้มของผู้ตายตกอยู่ โดยที่บันไดทางขึ้นด้านบนมีรอยเลือดหยดลงมาเป็นทาง เจ้าหน้าที่จึงขึ้นไปตรวจสอบพบว่าภายในห้อง C 6 ชั้นที่ 3 มีร่องลอยการตั้งวงดื่มสุราที่พื้นห้องมีคราบเลือดสาดกระจายแดงฉานเต็มพื้น
 
          จากการสอบสวน นางลี อายุ 25 ปี เพื่อนสาวชาวกัมพูชา ให้การว่า ในวันนี้ผู้ตายจะย้ายไปพักที่อื่นพวกตนและนายคิม สาเรียม อายุ 21 ปี ชาวกัมพูชาด้วยกัน จึงได้จัดงานเลี้ยงส่งให้ผู้ตายตั้งแต่ช่วงบ่ายจนกระทั้งเหล้าหมดไป 2 กลม ทุกคนอยู่ในอาการมึนเมา หลังเหล้าขวดที่ 2 หมดนายคิม ได้เอ๋ยปากขอยืมเงินจากผู้ตายจำนวน 200 บาทเพื่อที่จะเอาไปซื้อเหล้ามากินอีก แต่ผู้ตายไม่ให้ พร้อมทั้งบอกว่าจะต้องเดินทางไปที่ห้องพักใหม่อีก จึงทำให้นายคิม ไม่พอใจและเกิดมีปากเสียงชกต่อยกันแต่นายคิม สู้ผู้ตายไม่ไหวเพราะตัวเล็กกว่า จึงได้คว้าเอามีดสปาร์ต้าที่วางอยู่ในห้องแท่งเข้ากลางอกผู้ตาย โดยมีดเล่มดังกล่าวได้ปักคาอยู่ที่กลางอกผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้พยายามกระเสือกกระสนวิ่งหนีตายลงมาชั้นล่างประกอบกับเสียเลือดมากจึงทำให้ผู้ตายเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบันไดทางชั้นล่าง ส่วนนายคิม ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไป
 
          เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกติดตามจับกุมจนกระทั้งในเวลาต่อมาก็สามารถจับกุมนายคิม ผู้ก่อเหตุได้ ขณะหลบหนีไปไกลถึงหน้าโรงงานทอผ้าภายในซอยธนสิทธิ์ ในสภาพเนื้อตัวเปื้อนเลือด ก่อนคุมตัวมายังที่เกิดเหตุ โดยนายคิม ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจริง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนควบคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป