
แผ่นดินไหวที่เกาะยาวอีกระลอก
07 พ.ค. 2558
แผ่นดินไหวที่เกาะยาวอีกระลอก รับรู้ได้ถึงภูเก็ต ส่งผลชาวเลราไวย์และเกาะสิเหร่ อพยพไปอยู่จุดปลอดภัย
วันที่ 7 พ.ค.58 เมื่อเวลา 00.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดภูเก็ตว่า สำนักเฝ้าระวังแผ่นไหว ตรวจพบว่าที่บริเวณทะเล อ.เกาะยาว จ.พังงา (7.8 N, 98.52 E) เกิดแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 4.7 ริกเตอร์ ลึก 8 กม. รับรู้สึกสั่นไหวได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ภูเก็ต นั้นได้มีผู้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเซียลมีเดียต่าง เช่น กลุ่มไลน์ เฟซบุ๊ก เป็นต้น กันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการรับรู้แรงสั่นไหวที่เกิดขึ้น เช่น บริเวณบ้านเกาะสิเหร่ ยานกู้กู บ้านสามกอง บ้านอ่าวมะขาม บ้านราไวย์ เป็นต้น แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งด้วยว่า ทางกลุ่มชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ได้มีการอพยพออกจากบ้านเรือนมาอยู่ที่จุดปลอดภัยบริเวณเนินสวนไผ่ หมวดการทางภูเก็ตที่ 2 (ตรงข้ามวิจิตร รีสอร์ท) อ.เมืองภูเก็ต โดยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า ในส่วนของเทศบาลฯ ได้ อำนวยความสะดวกโดยมีการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้จัดหาน้ำดื่มไว้คอยบริการ พร้อมทั้งอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยด้วย เนื่องจากคาดว่าชาวบ้านจะอยู่ที่บริเวณดังกล่าวจนถึงเช้า เพราะเขากลัวว่าจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีก
ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ในส่วนของชาวเลเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งมีบ้านเรือนตั้งอยู่ติดริมทะเล ก็ได้มีการอพยพมาอยู่บริเวณจุดปลอดภัยที่โรงเรียนบ้านเกาะสิเหร่ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ และรอดูสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ไม่มีความผิดปกติและไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิจึงได้เดินทางกลับไปบ้านเรือนแล้ว
ต่อมาเมื่อเวลา 02.30 น. ภายหลังจากเหตุการณ์สงบ ชาวเลราไวย์ ได้เดินทางกลับที่พัก โดยทางเทศบาลตำบลราไลย์ ได้จัดรถสองแถวไปส่งที่บ้านพัก
ตรัง-ชาวบ้านริมชายฝั่งผวาภัยแผ่นดินไหวลายระลอก
ชาวบ้านหมู่บ้านริมชายฝั่งบ้านหาดยาว - เจ้าไหม หมู่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ยอมรับว่า เกิดอาการกลัวหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวกลางทะเลที่ จ.พังงา ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน แม้จะวัดแรงสั่นสะเทือนได้ไม่มาก และไม่มีการแจ้งเตือนสึนามิตามมาก็ตาม แต่ชาวบ้านให้เหตุผลว่า หมู่บ้านชาวประมงในบริเวณแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษืสึนามิซัดถล่มมาแล้วเมื่อปี 2547 ส่งผลให้บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลัง เรือประมงจมสูญหาย ประกอบขณะนี้แนวกำแพงกันคลื่นได้พังเสียหายลงไปทั้งหมดแล้ว จึงทำให้เกิดอาการกลัวตลอดเวลา หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น เพราะเกรงว่าหากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนสามารถเกิดสึนามิได้ จะทำให้ทุกครอบครัวได้รับความเดือดร้อนหรืออันตรายได้ ทุกคนขณะนี้จึงคอยติดตามข่าวสารเหตุแผ่นดินไหวอยู่กลางทะเล และเตรียมพร้อมในการอพยพตลอดเวลา
ผู้ว่าฯระนอง สั่งเช็กความพร้อม 13 หอเตือนภัยสึนามิชายฝั่ง
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน บริเวณจังหวัดพังงาถึง 2 ครั้งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ทุกหน่วยงานต้องให้ความสนใจและติดตามข้อมูลเพราะพื้นที่เกิดเหตุอยู่ติดกับ จ.ระนอง ที่ไม่ควรประมาทเพราะผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินประชาชนนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายควรนำบทเรียนและประสบการณ์จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในการเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นหากเกิดพิบัติภัยที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติถือเป็นภัยธรรมชาติที่ยังเป็นภัยคุกคามมนุษย์อยู่ตลอดเวลา หลากหลายรูปแบบ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนซึ่งตนได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลักคือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานไปยังอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจตรวจสอบหอเตือนภัยว่าทุกหอทั้ง 13 หอเตือนภัยสึนามิตามแนวชายฝั่ง จ.ระนองยังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ หากพบจุดใดเกิดปัญหาก็ให้เร่งแก้ไขทันทีอย่ารอช้า
ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองกล่าวอีกว่า เรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติในปัจจุบัน ต้องถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง อัคคีภัย หรือแม้แต่เรื่องของแผ่นดินไหว ภัยจากสึนามิ กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน เนื่องจากจังหวัดระนองยังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งแผ่นดินไหว และสึนามิ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อนระนอง ซึ่งพบว่ายังมีแรงกดทับของเปลือกโลกที่อาจจะส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิได้ ดังนั้น การให้ความรู้เรื่องแผ่นดินไหวและสึนามิแก่ประชาชนในจังหวัดระนองมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระนองเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิ เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดภัยพิบัติดังกล่าวขึ้น ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นมีบทบาทอย่างมากในเรื่องภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งเตือนภัย การเตรียมอพยพคนในพื้นที่ การจัดเตรียมจุดอพยพ อุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติ การป้องกันตนเอง และข้อมูลข่าวสารต่างๆ แก่ประชาชน



