ข่าว

‘วิษณุ’ชี้ถ้อยคำร่างรธน.ไม่ชัดเจน

‘วิษณุ’ชี้ถ้อยคำร่างรธน.ไม่ชัดเจน

06 พ.ค. 2558

‘วิษณุ’ชี้ถ้อยคำร่างรธน.ไม่ชัดเจน กมธ.สมัครองค์กรอิสระหลังพ้นเก้าอี้ได้ เตรียมเสนอความเห็นกมธ.ยกร่าง

                เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 6 พ.ค.2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เรียกคณะทำงานของฝ่ายรัฐบาลที่จะทำการส่งความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาพบปะพูดคุยเป็นครั้งแรก เพื่อซักซ้อมวิธีการและยกตัวอย่างในบางประเด็น แต่ยังลงรายละเอียดอะไรมากไม่ได้ เพราะในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ทางกระทรวงต่างๆ จะส่งความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเข้ามา ตนจึงนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม

                นายวิษณุ กล่าวอีกว่าวันนี้ตนได้พิจารณาในบางหมวดที่ไม่มีปัญหา เช่น หมวดพระมหากษัตริย์ หมวดสิทธิเสรีภาพ ไปจนถึงหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนในมาตราที่ว่าด้วยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาตินั้น ยังไม่มีการพิจารณา ซึ่งจะพิจารณาในคราวต่อไป ส่วนกรอบระยะเวลาการทำงานนั้น หลังจากที่มีการแจกร่างรัฐธรรมนูญให้คณะทำงานแล้ว รวมถึงคณะนักศึกษานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (นปร.) ก็จะช่วยกันพิจารณา ก็ได้พบบางประเด็นเมื่อครั้งตนได้ดูเองก็ไม่ทันได้คิด พอคณะทำงานได้สะกิดขึ้นมาก็มีประเด็นให้คิด ซึ่งตนไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก เนื่องจากมีการทักท้วงตั้งแต่เรื่องถ้อยคำ ที่บางคำไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร เวลาเรื่องถึงโรงถึงศาลขึ้นมาก็จะมีการเถียงกันว่า ไม่รู้ว่าคืออะไร เช่น คำว่า“ถ้ารัฐจะทำโครงการอะไรต้องคำนึงถึงพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และพื้นที่ทางวัฒนธรรม” ซึ่งถ้าไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรก็จะยุ่ง

                วันนี้เราต้องคิดอะไรแทนรัฐบาลใหม่ด้วย ไม่ได้คิดถึงเฉพาะรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้ไม่นานก็ไปแล้ว แต่ปัญหาต่อไปคือรัฐบาลที่จะขึ้นมาใหม่ ซึ่งตนพูดหลายครั้งแล้วว่า วันนี้ที่ทุกคนวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในเรื่องที่มานายกฯ ซึ่งเป็นเรื่องภาคการเมือง แต่การเมืองภาคประชาชนกับการเมืองภาคบริหารราชการแผ่นดิน คือการทำงานของรัฐ ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจจะวิจารณ์ยากเพราะไม่มีประสบการณ์ คนที่เป็นนักการเมือง เป็นรัฐบาลมาแล้วก็ไม่วิจารณ์ นอกจากเรื่องการเมืองภาคการเมือง หากบางเรื่องเราไม่สอบถามไปยัง กมธ.ยกร่างฯ จนเข้าใจ เดี๋ยวจะเป็นปัญหา รัฐบาลใหม่จะทำงานยาก

                นายวิษณุกล่าวว่า การส่งความเห็นไปยังกมธ.ยกร่างฯนั้น สามารถส่งได้ตั้งแต่วันที่26 เมษายน – 25 พฤษภาคม นี้ ซึ่งสามารถส่งได้ 2 อย่าง คือ ให้เสนอคำแนะนำ หรือขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทางรัฐบาลคงจะดำเนินการทั้ง 2 อย่าง ซึ่งบางส่วนจะเป็นการแนะนำ เป็นการเสนอแนะให้กมธ.ยกร่างฯทบทวนในบางมาตราอีกครั้ง กับอีกส่วนหนึ่งจะมีการขอให้แก้ไข ซึ่งในส่วนของรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องกับคสช. เพราะทางคสช.น่าจะมีทีมงานดูตรงนี้ต่างหาก แต่ในที่สุดก็คงจะมาเจอกัน แล้วอะไรที่จะสามารถร่วมกันหรือตรงกันได้ก็จะทำให้ตรงกัน แต่อะไรที่แยกกันเพราะครม.อาจจะมองเห็นปัญหาคนละอย่างกับคสช. โดยเฉพาะถ้อยคำภาษา ซึ่งตนได้ยินมาว่า ฝ่ายคสช.ได้ให้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษาคสช. มาดูแลเรื่องนี้

                เมื่อถามว่ามีสังเกตุว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้นไม่มีกลไกในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ นายวิษณุกล่าวว่า ที่จริงนั้นมี แต่ก็มีบางเรื่องที่เราจะเสนอความเห็นไปเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้อาจจะมีการเสนอให้มีการปรับถ้อยคำให้ชัดเจนขึ้น เช่น ในร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุในหลายมาตราถึงคำว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีบทบาทมาก แต่ปัญหาคือว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญมีอะไรบ้าง ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ระบุชัดเจนว่า “องค์กรตามรัฐธรรมนูญได้แก่องค์กรดังต่อไปนี้” แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พูดถึงองค์กรต่างๆ แต่ไม่ได้บอกว่าคือองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าพูดตามภาษาของคนอีกพวก ไม่รู้องค์กรอะไรเขียนในรัฐธรรมนูญก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่จะจริงหรือเปล่านั้นไม่ทราบ ซึ่งอาจต้องสอบถาม กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งมีเรื่องต้องถามเยอะ ซึ่งก็อยากให้กมธ.ยกร่างฯ เขียนให้ชัดเจน รวมถึงในเรื่องของเจตนารมณ์ วันนี้มันเพิ่งโหมโรง ยังไม่ได้ไปอะไรมาก อย่าเพิ่งตื่นเต้น

                เมื่อถามว่า องค์กรอิสระตามร่างธรรมนูญ มีจำนวนมากเกินไปหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในหมวดปฏิรูปมันเกิดขึ้นเยอะแล้วเพราะมีการกำหนดให้มีกรรมการต่างๆ ซึ่งจะต้องนับรวมไปด้วย ปัญหาก็คือจะนับรวมส่วนนี้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่

                 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากเสนอเพิ่มเติมหรือขอแก้ไขแล้ว จะสามารถเสนอให้ตัดทอนได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า สามารถทำได้ เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมคือ 1.เขียนให้ชัด 2.เพิ่ม 3.ตัด ซึ่งเราไม่คิดว่าจะเขียนไปให้ เพราะว่าบางทีหากมีการท้วงมาตราใดขึ้นมา แล้วเขียนขอแก้ไขเฉพาะมาตรานี้ เดี๋ยวกมธ.ยกร่างฯ จะไม่แก้ในมาตราอื่นเพราะเราไม่ได้เขียน แต่ในความเป็นจริงมันผูกโยงกัน มันเป็นเรื่องเดียวกันฉะนั้น หากบอกว่าเราติดใจเรื่องนี้ ฉะนั้นเรื่องนี้กมธ.ยกร่างฯ ก็ให้ไปหาว่าอยู่ตรงไหนบ้างแล้วแก้ให้หมด เพราะคนร่างย่อมต้องรู้ แต่บางเรื่องตนอาจจะไปพูดคุยกับกมธ.ยกร่างฯ เป็นการส่วนตัว น่าจะทำความเข้าใจกันได้

                 เมื่อถามว่า เมื่อได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญแล้วรู้สึกงงหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ตอบคุณเสียเหลี่ยมเปล่าๆ ไม่งง เข้าใจดี แต่กลัวคนอื่นไม่เข้าใจ เพราะผมไม่ใช่เป็นคนใช้รัฐธรรมนูญนี้ ความงงหรือไม่งงนั้นสำหรับผมไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผมคงไม่ไปเป็นอะไรอยู่ดี”

                  เมื่อถามว่าหาก กมธ.ยกร่างมีการปรับแก้ตามที่รัฐบาลเสนอ จะมองว่าเสียเหลี่ยมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เป็น เพราะว่า 36 คนในกมธ.ยกร่างฯ ย่อมมีคนไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ทักท้วง เมื่อถามต่อว่า มีการพูดกันว่า หากครม.และคสช.ชี้ให้แก้จุดไหนก็จะแก้ตามแน่นอน นายวิษณุกล่าวว่า พูดเช่นนั้นก็ยาก เพราะกมธ.ยกร่างก็ได้กลั่นกรองมาแล้ว ก็ต้องเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งตนเคยพูดเองว่า ถ้าครม.กับคสช.ขอแก้ไขในประเด็นที่ตรงกัน และมีน้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักตรงกันอาจทำให้เกิดอิทธิฤทธิ์อะไรบางอย่าง เช่น อาจทำให้สปช.นำไปคิด ว่าเรื่องรุนแรงมากขนาดไหน แต่บางเรื่องไม่ใช่เรื่องรุนแรง ซึ่งถ้าแก้ได้ก็ดี ถ้าไม่แก้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะว่ากมธ.ยกร่างฯเป็นผู้ชี้ขาด ถ้าเราตั้งใจจะให้เราชี้ขาด ก็เขียนในรัฐธรรมนูญชั่วคราวตั้งแต่ต้นแล้วว่า ถ้าเสนอแก้ไขไป กมธ.ยกร่างฯต้องแก้ แต่นี่ไม่ได้เขียนไว้ ให้เขาคิดเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่า ครม. คสช. เห็นตรงกัน ตนว่ามีน้ำหนัก กมธ.ยกร่างฯคงจะแก้ไขให้ เพราะแปลว่าไม่มีใครเอาแล้ว

                  เมื่อถามว่าปัจจัยใดที่จะทำให้เกิดการทำประชามติ นายวิษณุ กล่าวว่า “คงไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดเห็นของประชาชน นายกรัฐมนตรีเองก็พูดแบบนี้มาโดยตลอด และรัฐบาลเองมีส่วนได้เสียอยู่เหมือนกันหากคนอื่นจะคิดว่าถ้าในวันนี้ไม่มีใครพูดเรื่องประชามติแต่รัฐบาลพูดขึ้นมา เดี๋ยวก็มีคนคิดว่ารัฐบาลอยากอยู่ต่ออีกยาว เพราะมันยาวแน่ๆ ถ้าทำประชามติ จะทำภายใน 30 วันไม่ทันแน่นอน แบบนั้นไม่เรียกประชามติแค่พิมพ์แจกรัฐธรรมนูญในคนทั้งประเทศก็ไม่ทันแล้ว”

                  เมื่อถามว่าที่ยังไม่ตัดสินใจทำเพราะกลัวกลุ่มต้านออกมาคว่ำรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ผมไม่คิดและรัฐบาลก็ไม่คิดเช่นนั้น เพราะบอกเร็วหรือช้าว่าทำหรือไม่ ถ้าเขาคิดจะต่อต้านก็ทำได้ทั้งนั้น เพียงแต่รัฐบาลบอกว่าจะทำหรือไม่ทำในขณะนี้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ถึงที่สุดหรือตกผลึกดี เนื่องจากกรรมาธิการยกร่างฯ ก็เริ่มจะคิดว่าจะแก้ไขในบางมาตราเช่นกัน พอฝ่ายที่ไม่ลงประชามติได้ยินกรรมาธิการยกร่างฯ แก้รัฐธรรมนูญก็จะแห่มาเห็นด้วยกับการลงประชามติกันอีก”

                  เมื่อถามว่าตัวกรรมาธิการยกร่างฯ หลังจากพ้นจากตำแหน่งแล้ว สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ จะเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องไปดูว่าตำแหน่งทางการเมืองแปลว่าอะไร องค์กรอิสระไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมืองเพราะไม่มีใครบอกว่าเป็น ต่อข้อถามว่าจะถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจกรรมาธิการยกร่างฯ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะหากคนพวกนี้มาสมัครเราไม่อยากได้ก็ไม่ต้องเลือกเขาเข้ามา และที่บอกว่าห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ห้ามเพียง 2 ปีเท่านั้น

                  เมื่อถามว่าการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้จะนำเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเข้าหารือด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวสั้นๆ ว่า ตนยังไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นผู้จัดวาระ